Skip to content

‘ฮ่องกง’ เคาะแผนอุ้ม ‘คาเธ่ย์’ อัด 39,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงฝ่าโควิด

09 มิ.ย. 2563 | 16:40น.
‘ฮ่องกง’ เคาะแผนอุ้ม ‘คาเธ่ย์’ อัด 39,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงฝ่าโควิด

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ฝ่ายบริหารของ “ฮ่องกง” เตรียมใช้แผนการเพิ่มเงินทุนให้กับ “คาเธ่ย์ แปซิฟิค” สายการบินยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง มูลค่า 39,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 5,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อช่วยเหลือเยียวยาสายการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ภายใต้แผนการดังกล่าว ฝ่ายบริหารของฮ่องกงจะเข้าซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ของคาเธ่ย์มูลค่า 19,500 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือคิดเป็นสัดส่วนราว 6% ของหุ้นสายการบิน และถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) อีก 1,950 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง อีกทั้งยังช่วยเหลือผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะสั้นอีก 7,800 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยฝ่ายบริหารของฮ่องกงจะส่งผู้สังเกตการณ์ 2 คนเข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริหารของสายการบินด้วย

นอกจากนี้ ข้อตกลงความช่วยเหลือระหว่างฝ่ายบริหารของฮ่องกงและสายการบิน ยังมีจะการระดมทุนในรูปแบบการให้สิทธิซื้อหุ้นออกใหม่ (rights issue) ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นคาร์เธ่ย์ของผู้ถือหุ้นเดิมมีความเปลี่ยนแปลง โดยกลุ่ม “สไวร์แปซิฟิค” ซึ่งเดิมถือหุ้น 45% จะลดลงเหลือ 42%, “แอร์ไชน่า” ลดลงจาก 30% เป็น 28% และ “การ์ตาแอร์เวย์” ลดลงจาก 10% เป็น 9.4%

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของฮ่องกงได้เริ่มให้ความช่วยเหลือเยียวยาสายการบินคาเธ่ย์มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสายการบินได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ จากสถานการณ์การประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์โรคระบาด ที่ทำให้สายการบินได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง สร้างความเสียหายเดือนละประมาณ 2,500-3,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

คาเธ่ย์ นับเป็นสายการบินรายใหญ่ที่ให้บริการหลายเส้นทางบินสู่เมืองใหญ่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น ปักกิ่ง ลอสแอนเจลิส ซิดนีย์ และโตเกียว และได้รับผลกระทบจากมาตรการจำกัดการเดินทางเพื่อควบคุมไวรัส จนสายการบินจำนวนมากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้หลายรัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

อย่างเช่น สายการบินลุฟท์ฮันซ่าที่ให้รัฐบาลเยอรมนีเข้าถือหุ้นสายการบิน โดยแลกเปลี่ยนกับมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ก็ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสิงคโปร์ถึง 10,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุนเทมาเส็กโฮลดิงส์