เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
News กทม.เร่งสูบน้ำ “ฝั่งตะวันออก” โยกเครื่องช่วย“ลาดกระบัง” พร่องแก้มลิงรับฝนระลอกใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ดูทั้งหมด

“บริษัทจีน” แห่ย้ายฐานระดมทุน หนีกฎเข้มสหรัฐ ซบ “ฮ่องกง”

11 มิ.ย. 2563 | 07:00น.

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการประท้วงต่อต้านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ที่รัฐบาลจีนเตรียมบังคับใช้ในฮ่องกง ซึ่งอาจกระทบต่อธุรกิจต่างชาติ ขณะที่ทางการสหรัฐเริ่มกระบวนการออกกฎหมายควบคุมบริษัทต่างชาติโดยพุ่งเป้าไปที่จีน ส่งผลให้บริษัทสัญชาติจีนในตลาดหุ้นสหรัฐต่างเริ่มมองหาลู่ทางย้ายฐานการระดมทุนมายัง “ฮ่องกง” เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “เน็ตอีส” (NetEase) บริษัทเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า บริษัทกำลังดำเนินการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง เป็น “ตลาดที่ 2” (secondary listing) โดยเสนอราคาที่ 123 ดอลลาร์ฮ่องกง/หุ้น ซึ่งจะช่วยให้บริษัทระดมทุนได้เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้เน็ตอีสจะระบุว่าต้องการระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจ แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือสหรัฐกำลังเริ่มพิจารณากฎหมายใหม่ เพื่อกำกับดูแลบริษัทต่างชาติที่จดทะเบียนตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเอกสารของเน็ตอีสที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงระบุว่า “การออกกฎหมายดังกล่าวของสหรัฐอาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลในทางลบต่อราคาหุ้น และบริษัทยังอาจถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้”

ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. 2019 สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่มีความตึงเครียดอย่างรุนแรง “อาลีบาบา” (Alibaba) บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก็ได้เคยใช้วิธีการจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเป็นตลาดที่ 2 มาแล้วเช่นกัน เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติ

ไม่เพียงแต่ “เน็ตอีส” เท่านั้น ยังมีบริษัทจีนอีกราว 37 รายที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเข้าข่ายเป็นบริษัทที่อาจจะถูกตรวจสอบและได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ของสหรัฐ ตามการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน “รีฟินิทีฟ” โดยพิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาด (market capitali-zation) ของบริษัท ร่วมกับรายได้และความสามารถในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหรัฐ

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทจีนหลายรายที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก กำลังยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหุ้นของฮ่องกง อย่าง “เจดีดอตคอม” (JD.com) ยักษ์อีคอมเมิร์ซจีน ที่ได้รับการอนุมัติจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงแล้ว และได้ยื่นหนังสือชี้ชวนเผยแพร่ต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะระดมทุนได้ราว 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ “โรบิน หลี่” ผู้ก่อตั้งและประธาน “ไป่ตู้” (Baidu) เปิดเผยว่า “เรากำลังจับตาการออกกฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐที่ใช้ควบคุมบริษัทจีนอย่างใกล้ชิด และกำลังหารือกันว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการจดทะเบียนตลาดหุ้นฮ่องกง” เช่นเดียวกันกับ “ทริปดอตคอม” (Trip.com) ที่กำลังพิจารณาดำเนินการย้ายฐานการระดมทุนจากสหรัฐมาที่ฮ่องกงเช่นกัน

“ตลาดหุ้นนิวยอร์ก” เป็นที่ดึงดูดของบริษัทต่างชาติมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบริษัทสัญชาติจีน ที่เข้ามาแสวงหาโอกาสในการระดมทุนจากวอลล์สตรีต ที่เป็นตลาดหุ้นใหญ่ที่สุดในโลก และมีความสามารถในการระดมทุนมหาศาล ทั้งยังเป็นช่องทางการระดมทุนของบริษัทจีนที่ต้องการหลีกเลี่ยงกฎการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของจีนที่เข้มงวดและมีข้อจำกัดยุ่งยากอีกเป็นจำนวนมาก แม้จะมีความพยายามในการลดข้อจำกัดเพื่อดึงดูดบริษัทจีนกลับสู่ประเทศเมื่อไม่นานมานี้

อย่างไรก็ดี กฎระเบียบใหม่ที่สหรัฐกำลังพิจารณาเพื่อใช้ควบคุมบริษัทของจีนนั้น สร้างความหวาดวิตกให้กับบริษัทของจีน ซึ่งส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนอย่างยิ่ง แม้กฎระเบียบดังกล่าวจะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา และหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ

ตัวอย่างกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การบังคับให้บริษัทต่างชาติต้องเปิดเผยเอกสารการตรวจสอบบัญชี (audit papers) แก่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ เพื่อแสดงความโปร่งใสว่า บริษัทเหล่านั้นไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลต่างชาติ และหากบริษัทใดไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน จะถูกเพิกถอนการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งกฎดังกล่าวขัดแย้งกับข้อกำหนดของทางการจีนที่ระบุให้บริษัทจีนที่ดำเนินกิจการในต่างประเทศ จะต้องจัดเก็บเอกสารดังกล่าวไว้ในประเทศจีน รวมทั้งต้องไม่ให้หน่วยงานต่างชาติเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบได้

ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ยังคงเดินหน้าตอบโต้กดดันรัฐบาลจีน โดยเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ประกาศให้หน่วยงานของสหรัฐเร่งการพิจารณากฎระเบียบใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน โดยระบุว่า “เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และอันตรายอย่างยิ่งที่จีนได้รับประโยชน์จากตลาดทุนของสหรัฐ โดยไม่ปฏิบัติตามกฎการควบคุมของสหรัฐ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซกส์ ระบุว่า “ยิ่งสหรัฐออกกฎระเบียบในการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นเท่าใด แนวโน้มของบริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐที่หันไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นของฮ่องกงอีกแห่ง แบบควบ 2 ตลาด (dual listing) ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น”

“บร็อก ซิลเวอร์ส” หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของอดัมส์ แอสเซต แมเนจเมนต์ ระบุว่า “บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนต่างมองฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่เป็นกลางระหว่าง 2 ชาติ แม้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลจีน แต่ยังคงมีระบบการเงินที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสกุลดอลลาร์ และมีการไหลเวียนของเงินทุนอย่างเป็นอิสระ ต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีการควบคุมการเข้าออกของเงินทุนอย่างเข้มงวด” ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับบริษัทจีนที่กำลังต้องการหลีกหนีความขัดแย้งครั้งนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน สหรัฐฯ ฮ่องกง