โลกธุรกิจเปลี่ยน จากปลาใหญ่กินปลาเล็ก เป็นปลาเร็วกินปลาทุกชนิดธุรกิจธนาคาร-การเงิน อยู่ในวงโคจรที่เปลี่ยนปรับตัวเอง 180 องศา แข่งทุกปลา สู้ศึกทุกน้ำ
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เดินหน้ารับทิศโลกเปลี่ยนเฉพาะอย่างยิ่งการวางเข็มมุ่งธุรกิจทุกยูนิตของธนาคาร โฟกัสธุรกิจสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพจับมือกับ “ประชาชาติธุรกิจ” นำ 8 นักธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นเพราะ PASSION โดยไม่รู้ว่าธุรกิจนั้นจะเติบใหญ่ในอนาคตและกุนซือมืออาชีพ
“บุญคลี ปลั่งศิริ” มาติวเข้มลูกค้า และผู้สนใจพัฒนาธุรกิจร่วมคิด-ร่วมฟัง เกือบ 1,500 คน เป็นมหกรรมนักรบธุรกิจพันธุ์ใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี
ปัญญ์ปุริ : Inspire วิ่งชนธุรกิจ
เปิดเวทีด้วย กลิ่นหอมของนักธุรกิจที่สร้างแรงบันดาลใจปั้นธุรกิจไปไกลระดับโลก “วรวิทย์ ศิริพากย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปุริ จำกัด เจ้าของแบรนด์ เครื่องหอม อโรมา ส่งออกกว่า 40 ประเทศ ที่ชื่อว่า “ปัญญ์ปุริ”
เขาเล่าประสบการณ์การทำงานในนิวยอร์ก และจุดเปลี่ยนของชีวิตหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่ต้องหันเหไปสู่อิตาลี ด้วยความชอบเครื่องหอม อโรมา สุดใจ ทำให้เขาปรุงธุรกิจสปาและความงาม ไว้ในวิชาที่ร่ำเรียนในระดับปริญญาโท
การคลุกกับกลิ่น-รสสัมผัสวัตถุดิบชั้นยอด และค้นคว้าศาสตร์ของไทยแท้ ประกอบกับการทำงานหนัก ทำให้เขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดความรู้ใหม่ และตั้งมั่นว่า “ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์ไทย อยู่ในระดับโลกให้ได้”
“วรวิทย์” บอกนักรบ SMEs รุ่นใหม่ว่า “อย่าหวังพึ่งโชคชะตาฟ้าฝน ชีวิตจริงต้องผ่านการบ่มเพาะความรู้ ทุกวันคือการแก้ปัญหา ทุกอย่างที่ทำคือประสบการณ์ ทำสิ่งที่เรารัก ธุรกิจตัวเอง เมื่อมีปัญหาจะไม่รู้สึกอยากวิ่งหนี อยากวิ่งชน”
สมาร์ทไอดี : นักรบไอที
เวทีร้อนแรงขึ้น เมื่อ “พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี” พุ่งขึ้นเวที ในฐานะ-ฉายา “โทมัส” MD และ CEO บริษัท สมาร์ทไอดี กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และไอที ภายใต้แบรนด์ แอนิเทค (Anitech) โนบิ (Nobi) เอจี (aG) และเพนทากอนซ์ (Pentagonz)
“โทมัส” ผลัดใบจากมนุษย์เงินเดือนในบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และ SCG ปั้นธุรกิจของตัวเอง คิดการใหญ่ “ต้องทำในสิ่งที่คนอื่นยังไม่ทำ และทำให้แตกต่าง”
ทำแบรนด์ของตัวเอง เพราะถ้ายังเป็นแค่ OEM ถึงแม้ยอดขายจะหลัก 100 ล้าน แต่ถ้าอยู่ในซัพพลายเชนของเขา ก็จะหนีไม่พ้นแน่นอนที่จะถูกบีบเรื่องต้นทุน เหนือสิ่งอื่นใด ประสบการณ์ชีวิตในบริษัทใหญ่ ช่วยให้เขาแก้ปัญหา ฝ่าวิกฤต

บ้านไร่ไออรุณ : สู่ฝันอันยิ่งใหญ่
เวทีปรับบรรยากาศให้อบอุ่น-ละมุน เข้าถึงเรือนชาน “บ้านไร่ไออรุณ” ตามที่ “วิโรจน์ ฉิมมี” เปิดอกเล่าลึกสุดใจ ถึงอิฐก้อนแรก ไม้ไผ่-หลังคาและฟ้าฝนที่ ฟาร์มสเตย์ จ.ระนอง
“วิโรจน์” ทิ้งชีวิตสถาปนิกหนุ่มเมืองกรุง ทำตามแรงผลักดันในใจและความฝันในวัยเด็ก ที่วกวนอยู่ในใจ “อยากมีบ้านสวย”
เขาจึงปักหมุดเทใจในคณะสถาปัตยกรรม ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เข้าเป็นพนักงานออฟฟิศด้วยเงินเดือน 19,178 บาท กว่า 4 ปีที่เขาเฝ้าถามตัวเองถึง passion ที่แท้จริงในใจ เขาตัดสินใจถีบ ๆ ถอย ๆ ยื่นใบลาออกถึง 3 ครั้ง กว่าจะตัดใจเด็ดขาด มุ่งหน้ากลับบ้าน ไปนั่งคู่ค้าขายผักที่ตลาดกับแม่ เริ่มต้นชีวิต-ธุรกิจที่ตัวเองรัก-หลงใหล มาตลอด ท่ามกลางคำถาม คำท้า จากเพื่อนในกรุงเทพฯ และเพื่อนบ้านในชุมชน กระทั่งพ่อ-แม่ ที่ต้องหาคำตอบ ให้กับคำถามที่ถาโถมเข้ามาทั้งข้อหาโลกสวย-บ้า ผลักดันให้ “วิโรจน์” เริ่มต้น !
“บ้านไร่ไออรุณ” ถูกจอง “เต็ม” ล่วงหน้ากว่า 1 ปี 9 เดือน รายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน กระจายไปสู่คนในชุมชน สร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มจากการกรีดยาง
ทุกคนรอบตัวเขา-ชุมชนกะเปอร์ มีความสุข แขกที่เข้าพักได้รับความประทับใจ และอยากกลับไปเช็กอินอีกครั้ง
อาฟเตอร์ยู : หอม หวาน บันดาลธุรกิจ
กลิ่นขนมหวานหอมอวลห้อง เมื่อ “เมย์” เจ้าของร้าน “อาฟเตอร์ยู” ขึ้นมาเล่าประสบการณ์ ร้านขนมหวานจากจานที่บ้านถึงจานที่สร้างธุรกิจพันล้าน ตระหง่านอยู่ในตลาดหุ้น
“กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) เล่าละมุนลิ้นว่า อาฟเตอร์ยูเริ่มต้นจากการที่เธอชอบทำขนม ชอบขายของ และอยากมีร้านของตัวเองตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยร่ำเรียนวิชาทำขนมมาจากสถาบันไหน ๆ อาศัยครูพักลักจำจากรายการทำอาหารในทีวี มาลงมือทำเอง
ประสบการณ์อยู่ในครัวของโรงแรม สู่ความกล้าลงมือ-ลงทุนเปิดหน้าร้านอาหารทะเล แต่แค่ 7 เดือนก็เจ๊ง !
“นี่คือบทเรียนและจุดเปลี่ยนสำคัญ”
“เมย์” เดินหน้าเปิดร้านขนมที่อยากทำมาตั้งแต่เด็ก ด้วยการขอเงินทุนจากพ่อ 2 ล้านบาท มาปั้นร้านคาเฟ่ขนมหวาน “อาฟเตอร์ยู” เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัว พิสูจน์ในสิ่งที่เธอคิดอยากทำมาตลอด ทำให้เมนู “ชิบูย่า ฮันนี่โทสต์” เป็นจานในดวงใจของลูกค้า แทบทุกโต๊ะ
10 ปีของร้านขนมหวาน ๆ “อาฟเตอร์ยู” กำลังพุ่งตัวต่อไปตั้งร้านในต่างประเทศ “เมย์” ฝันว่า “อยากนำขนมฝรั่งไปขายฝรั่ง”
ออริจิ้น : ทำเลรองคือทำเลทอง
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คือความหอมหวาน-เร้าใจ เกมการเงิน “พีระพงศ์ จรูญเอก” วัย 41 ปี เล่าเรียบ ๆ แต่ให้ข้อมูลที่ลึกยิ่งกว่าลึก
เขากุมบังเหียน “บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” นำพาบริษัทไต่ระดับจากทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท จนมีมาร์เก็ตแคปใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ
วันนี้คอนโดมิเนียม “ค่ายออริจิ้น” ทั้งแบรนด์ “ไนท์บริดจ์-น็อตติ้ง ฮิลล์-เคนซิงตัน” เป็นที่จับตา ในฐานะอสังหาฯหน้าใหม่ ที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 ปีมายืนหยัดอยู่แถวหน้า
จากเด็กต่างจังหวัดบ่ายหน้าเข้ากรุงเป็น “วิศวกรก่อสร้าง” รับเงินเดือนหลักหมื่น เผชิญหน้าภาวะวิกฤต ผลักให้เขาใช้เงินเก็บ 5 แสนบาท และขอยืมจากญาติพี่น้อง จนได้เงิน 1-2 ล้านบาท ไปซื้อที่ดินและกู้ธนาคารเกือบ 100% สร้างเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ซึ่งต้องให้มีอัตราการเข้าอยู่และให้ได้ผลตอบแทน 16% ถึงจะเพียงพอต่อการจ่ายดอกเบี้ยแบงก์ 8-9%
ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท มีโครงการในมือ 46 โครงการ รวมมูลค่า 50,000 ล้านบาท เตรียมเปิดโครงการอีก 30,000 ล้านบาท
“เราเลือกจับที่ดินปลายสายรถไฟฟ้า สร้างคอนโดฯให้เหมาะสมกับผู้มีรายได้สูง ปานกลาง และต่ำ ใช้กลยุทธ์การพัฒนาที่คนอื่นไม่ทำ ใช้หลักวิศวกรรมการเงินบริหารต้นทุน ทำเลไหนมาแรง เลือกทำเลนั้นแล้วเปิดโครงการจำนวนมาก ๆ เช่น ทำเลแบริ่ง-ลาซาล เรามี 15 โครงการ เพราะเป็นตลาดใหม่ สามารถกินรวบในรอบแรกได้ รู้ดีมานด์ กำหนดราคา ต้นทุน การขายได้ ทำให้บริษัทมีการเติบโตที่เร็ว มีกำไรที่สูงในตลาด”

NaRaYa : กระเป๋าพันล้าน
ความคึกคักของเวลาเร่งเร้าขึ้น แม้ผู้ร่วมวงจะเป็นหญิงสาววัย 64 ปี “วาสนา ลาทูรัส” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์นารายา (NaRaYa)
แม้เธอไม่ได้จบการศึกษาระดับสูง แต่ก็มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เริ่มต้นจากการร่วมทุนกับสามีเปิดร้านจำหน่ายอะไหล่รถในลักษณะของเทรดดิ้ง จากนั้นได้ผันตัวไปขายของจิปาถะ จนมาเจอเพื่อนสามีซึ่งขายกระเป๋าผ้าเป็นของที่ระลึก แล้วอยากได้ของจากไทย เธอจึงสวมบท “นายหน้า”
เป็นจุดพลิกผันให้ก้าวมาสู่การเป็นผู้ผลิตกระเป๋าผ้า มีสินค้า 50,000-60,000 SKU มีร้านค้าในไทย 24 สาขา ต่างประเทศ 15-16 สาขา และปีหน้าจะเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยกลยุทธ์แม่ค้า “ราคาไม่แพง ออกแบบทันสมัย”
เธอสอนลูกและเรียนรู้การทำธุรกิจ ด้วยคำว่า “รู้จักแพ้” และสู้จนถึงเส้นชัย
Propaganda : ทะเล้นครองโลก
ความคิดสร้างสรรค์พุ่งสุดขีด เมื่อถูกเจ้าของแบรนด์ Propaganda “สาธิต กาลวันตวานิช” กระตุกหัวใจ
เขาเล่าการผ่านความล้มเหลวมาแล้วนับไม่ถ้วน เริ่มตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ด้วยความที่เติบโตมาจากสายงานครีเอทีฟ มุ่งมั่นที่จะทำงานดีไซน์ ทำ Propaganda ให้เป็นงานดีไซน์สไตล์อิตาลี จนล้นสต๊อก แต่สินค้าก็ยังขายไม่ได้
“ด้วยความโง่ โง่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โง่เพราะมันไม่มีทางเลือก”
เขาคิดใหม่ ตัดสินใจถ่ายทอดเรื่องราว ผ่านสัญลักษณ์ของ Propaganda นั่นคือ มิสเตอร์พี (MR.P) ซึ่งแคแร็กเตอร์มิสเตอร์พี คือ ปิดตัว ขี้อาย เก็บกดและมีด้านมืด สะท้อนความเป็นมนุษย์ แต่ก็มีความตลก ทะลึ่ง ทะเล้นสไตล์คนไทย
จนได้ออกมาเป็น โคมไฟมิสเตอร์พี โคมไฟที่ไม่เคยมีในโลก เพราะความพิเศษของโคมไฟนี้อยู่ที่สวิตช์เปิด-ปิด ซึ่งเป็นรูปอวัยวะเพศชาย ที่ได้รับการยอมรับจากอาร์ติสต์ทั่วโลก เฉพาะอย่างยิ่งแกลเลอรี่ลาปาแยตต์ ถูกจัดวางโชว์-จำหน่ายในมิวเซียมชั้นนำทั้งในอเมริกา และยุโรป
มิสเตอร์พี กลายเป็นบิ๊กไอเดีย ที่ผสานระหว่างงานดีไซน์ ศาสตร์และศิลป์หลาย ๆ อย่างที่ผสมกันอย่างลงตัว กลายเป็นว่า Propaganda กำลังขายความสุขให้คนทั่วโลก
ถ้าเราหยุดตั้งแต่วันที่เหยียบตะปูตัวแรก วันที่ล้มตั้งแต่เริ่มต้น แล้วไม่ยอมลุกขึ้นเดินต่อ เพราะทนกับความเจ็บไม่ได้ เราก็ไม่ได้เดินต่อ และไม่มี Propaganda วันนี้ และทุกวันนี้ Propaganda ก็ยังเหยียบตะปูอยู่ แต่เมื่อเหยียบไปเรื่อย ๆ ความอดทนก็เพิ่มขึ้น
หนึ่ง-จักรวาล : รุ่งเพราะคำ “ด่า”
ไม่เหนื่อยไม่ง่วง เพราะผู้สร้างแรงบันดาลใจคนสุดท้าย คือ เจ้าของตำราความอดทน สร้างสรรค์งานด้วยเสียงดนตรี “จักรวาล เสาธงยุติธรรม” มิวสิกไดเร็กเตอร์ เบอร์ต้น ๆ ของโลกดนตรี
จากเด็กหนุ่มในสลัมคลองเตย พ่อพิการ แต่เป็นครูเพลงให้กับศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาแล้วหลายคน
เขาสร้างสรรค์งานจากการ “ถอดแบบ” เลียนเสียง ลงมือซ้อม ด้วยเครื่องเล่นดนตรีชิ้นแรกคือ คีย์บอร์ด ออร์แกน เข้าเรียนวิทยาลัยนาฏศิลป์ ถูกจัดให้เรียน “ไวโอลิน” ก่อนจะรู้จัก “เปียโน” ผ่านการเล่นดนตรีในคาเฟ่ คู่กับคณะตลก
เขาเสพติดการถูก “ด่า” จากนักร้อง จนเมื่อเสียงด่าเงียบลง เขาต้องแสวงหาเสียง “ด่า” แห่งใหม่ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ ทุกวันนี้ คนในวงการดนตรี แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา
เวทีปิดท้ายด้วย “แขกเซอร์ไพรส์” ป๊อด-โมเดิร์นด็อก ธนชัย อุชชิน และเสียงเปียโนของ “หนึ่ง-จักรวาล”
เพลง “ก่อน” และเพลงให้กำลังใจ “ชัยชนะ” อวลกังวานไปทั้งงาน