เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

SCB ปลุกตลาดบัตรเดบิต ปั้น SCB LET’S สะสมแต้มทุกการใช้จ่าย

12 มี.ค. 2569 | 12:42น.
บัตรเดบิต SCB LET'S

บัตรเดบิต SCB LET'S

SCB เดินเกมบัตรเดบิตครั้งใหม่ พลิกโฉม SCB LET’S ชูจุดขายสะสมแต้มได้ทุกการใช้จ่าย 50 บาทต่อแต้ม ตั้งเป้าปี 2569 ออกบัตรใหม่มากกว่า 1 ล้านใบ พร้อมดันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 5%

บัตรเดบิต หนึ่งในเครื่องมือการใช้จ่ายที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่าย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า จนถึงการเดินทาง โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ว่ามีจำนวนบัตรเดบิตในตลาดมากถึง 51,630,328 ใบ

ขณะเดียวกัน หลาย ๆ ธนาคารที่ให้บริการบัตรเดบิต เดินเกมทางการตลาด สื่อสารกับลูกค้าบัตรเดบิต ให้เห็นถึงฟังก์ชั่นที่ไม่ได้มีแค่การกดเงินสดเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้จ่ายตามร้านค้าต่าง ๆ แถมได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมด้วย

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศเดินเกมรุกครั้งใหญ่บุกตลาดบัตรเดบิต เปิดตัวบัตรเดบิต “SCB LET’S” โฉมใหม่ ชูแนวคิด “บัตรเดบิตที่ไม่ธรรมดา” พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคดิจิทัล

บัตรเดบิต = เครื่องมือใช้จ่ายดิจิทัล

ธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ Head of Digital Business and Payment Solutions ธนาคารไทยพาณิชย์ สะท้อนข้อมูลน่าสนใจว่า ในยุคที่สังคมไร้เงินสดขยายตัวอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับความสะดวกและความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัลที่นิยมทำธุรกรรมออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บัตรเดบิตจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อกดเงินสดอีกต่อไป แต่ก้าวขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกของการใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของทุกเพศทุกวัย

โดยจากการวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้าธนาคารพบว่าหมวดการใช้จ่ายยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่

  • การซื้อสื่อโฆษณาออนไลน์
  • ช้อปปิ้งออนไลน์
  • Food Delivery
  • บริการ Subscription
  • การเดินทาง
ธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ
ธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ – รองผู้จัดการใหญ่ Head of Digital Business and Payment Solutions ธนาคารไทยพาณิชย์

ปลุกทุกการใช้จ่ายให้คุ้มค่า

จากพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าที่เปลี่ยนไปนี้ ทำให้ SCB ตัดสินใจยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของผู้บริโภคให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการพลิกโฉมบัตรเดบิต “SCB LET’S” มอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าสะสมพอยท์บัตรเดบิตได้ โดยทุกการใช้จ่าย 50 บาท รับ 1 คะแนนสะสมบนแอปพลิเคชัน POINTX แพลตฟอร์มที่รวมทุกคะแนนสะสมไว้ในที่เดียวภายใต้กลุ่ม SCBX

และลูกค้าสามารถนำคะแนนสะสม POINTX แลกรับสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม ทั้งสินค้า บริการ และสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ

นอกจากนี้ ธนาคารยังร่วมกับ บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ปรับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET’S PLUS ทุกประเภท ให้ใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจ

ธนวัฒน์ กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้ายอดบัตรใหม่มากกว่า 1 ล้านบัตรภายในปี 2569 พร้อมคาดการณ์การเติบโตของยอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 5% ตอกย้ำกลยุทธ์ Digital Bank with Human Touch ในการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของลูกค้ายุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

เปิดเงื่อนไข SCB LET’S “แค่ใช้ก็ได้พอยท์”

สำหรับสิทธิประโยชน์ใหม่ของบัตรเดบิต SCB LET’S นั้น ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา โดยเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์หลักของบัตรเดบิต SCB ทุกประเภท โดยให้คะแนนสะสมในการใช้จ่าย ทุก 50 บาท ต่อเซลส์สลิป ได้รับ 1 คะแนนสะสมในแพลตฟอร์ม POINTX (พอยท์เอกซ์) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวม สะสม และแลกคะแนนในเครือ SCBX

เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องสมัครใช้บริการ POINTX และคะแนนจะคำนวณจากยอดใช้จ่ายเฉพาะรายการที่ร้านค้าได้มีการเรียกเก็บแล้วเท่านั้น โดยผู้ใช้จะได้รับคะแนน POINTX ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ร้านค้าได้มีการเรียกเก็บรายการดังกล่าว (คะแนนไม่มีวันหมดอายุ)

อย่างไรก็ตาม การได้คะแนนจากการใช้จ่ายบัตรเดบิต มีการจำกัดเพดานยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท/ผู้ถือบัตร/เดือน เฉพาะ 3 หมวดการใช้จ่าย คือ หมวดซูเปอร์มาร์เก็ต/ไฮเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มนํ้ามัน และการซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ (Advertising Services) ซึ่งรวมถึงยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (DCC) ที่เกิดจากการซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายที่จะไม่ได้รับคะแนน POINTX มีดังต่อไปนี้

  • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทุกสกุลเงิน รวมเงินสกุลเงินบาท ณ ร้านค้ากลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)*
  • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่เป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (DCC) ทุกประเภท ยกเว้นที่เกิดจากการซื้อสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ (Advertising Services) (MCC 7311)
  • รายการค่าธรรมเนียมต่างๆ อาทิ ค่าธรรมเนียมบัตรรายปี ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด เป็นต้น
  • การซื้อกองทุน การชำระค่าเบื้ยประกันชีวิตควบการลงทุน Unit Linked (MCC 6211) และค่าเบี้ยประกัน (MCC 6300, 5960) การชำระค่าภาษีอากร การประมูลทะเบียนรถ การชำระค่านํ้า ค่าไฟฟ้า และค่าสาธารณูปโภค (MCC 4900) การซื้อเงินตราสกุลต่างประเทศ และรายการใช้จ่ายที่มีการยกเลิก