อย่าเล่นเกมตีรวนงบประมาณปี’64
บทบรรณาธิการ
การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่ “ล่ม” ลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เนื่องจากเคยมีบทเรียนในการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ที่ยืดเยื้อล่าช้ามาแล้ว
กว่ากฎหมายงบประมาณปี 2563 มีผลบังคับใช้เวลาก็ล่วงเลยไป 4 เดือน หน่วยงานรัฐทุกกระทรวงไม่สามารถเบิกจ่ายงบฯใช้ได้ทันกำหนด กระทบเศรษฐกิจที่ต้องการเม็ดเงินลงทุนอัดฉีดเข้าระบบเร่งด่วน
การพิจารณางบฯรายจ่ายประจำปี 2564 วันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมาก็เช่นกัน หลังประชุมได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมงก็เกิดปัญหาองค์ประชุมล่ม ประธานต้องสั่งปิดการประชุม เนื่องจากนับองค์ประชุมแล้วไม่ครบ จากการตรวจสอบพบว่า กรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล อาทิ พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่ยอมเข้าร่วมประชุม
เหตุการณ์ที่พรรคฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุมกรรมาธิการด้วยเหตุผลต่าง ๆ เป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่การที่พรรคร่วมรัฐบาลพลอยผสมโรงไม่เข้าประชุมด้วยกลับกลายเป็นปัญหาในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้โดยตรง เพราะเท่ากับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ยังอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณเป็น ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ 19 คนเพียงพรรคเดียว จนผู้เกี่ยวข้องบางคนถึงกับออกความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการ “โดดเดี่ยว” พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในรัฐบาล
เพราะบังเอิญตรงกับช่วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณาตัดสินใจเพื่อปรับ ครม.หลังการลาออกของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีระดับว่าการกระทรวงสำคัญถึง 6 คน
ชวนให้เข้าใจว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งกระทรวงการคลังแรงงาน พลังงาน ล้วนเป็นที่หมายปองของพรรคแกนนำรัฐบาล ถึงขนาดมีการจับจองโดยอ้างเป็น “โควตา” ของพรรค ส่งรายชื่อ ส.ส.และสมาชิกพรรคให้นายกฯพิจารณา แถมกระทบถึงพรรคร่วมรัฐบาลในการ”ร้องขอ” แลกเก้าอี้รัฐมนตรีกันด้วย
แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังระบุว่า การล่มของที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญมาจากซีกรัฐบาล เป็นเรื่องที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง พรรคการเมือง ต้องหารือร่วมกันว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน และต้องเร่งหาทางออก ให้ประเทศได้เดินหน้าต่อ
เพราะการพิจารณางบฯรายจ่ายปี 2564 ต้องเป็นฟร่วมรัฐบาลจึงไม่ควรใช้เวทีนี้ “ตีรวน” กดดันเรียกร้องตำแหน่ง จนกระทบการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณฯทำให้การเบิกจ่ายงบฯ ปีหน้าล่าช้าซ้ำรอย