เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Data Center ไทย 73 แห่ง กระจุกกรุงเทพฯ 63% จับตากติกาใหม่-ต้นทุนค่าไฟพุ่ง
Tech Data Center ไทย 73 แห่ง กระจุกกรุงเทพฯ 63% จับตากติกาใหม่-ต้นทุนค่าไฟพุ่ง
2 ผู้นำโลก ‘ทรัมป์-สีจิ้นผิง’ จับมือ จัดระเบียบ AI ครั้งประวัติศาสตร์
World 2 ผู้นำโลก ‘ทรัมป์-สีจิ้นผิง’ จับมือ จัดระเบียบ AI ครั้งประวัติศาสตร์
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 86,456 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 86,456 เหรียญสหรัฐ
อนุทิน หวังใช้เวที UNGA ดีลผู้นำประเทศ-เอกชน ไทยพร้อมรับการลงทุน
Politics อนุทิน หวังใช้เวที UNGA ดีลผู้นำประเทศ-เอกชน ไทยพร้อมรับการลงทุน
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 รวมเรื่องต้องรู้ ก่อนเข้าคูหา 27 ก.ย.
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 รวมเรื่องต้องรู้ ก่อนเข้าคูหา 27 ก.ย.
พยากรณ์อากาศ (23 ก.ย.) เตือนฝนหนัก “ตะวันออก-กทม.-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (23 ก.ย.) เตือนฝนหนัก “ตะวันออก-กทม.-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
อนุทิน ปัดตอบข่าว ‘กล้าธรรม’ จ่อร่วมรัฐบาล ขอลุยงานโรดโชว์ ตปท.
Politics อนุทิน ปัดตอบข่าว ‘กล้าธรรม’ จ่อร่วมรัฐบาล ขอลุยงานโรดโชว์ ตปท.
รัฐลงทุนครั้งใหญ่ 4 ปี 8 แสนล้าน ดันประเทศไทยฮับโลจิสติกส์
Economic รัฐลงทุนครั้งใหญ่ 4 ปี 8 แสนล้าน ดันประเทศไทยฮับโลจิสติกส์
ดูทั้งหมด

โควิดดันทูน่ากระป๋องยอดพุ่ง ทียูลดเสี่ยง กระจายฐานผลิต

20 ส.ค. 2563 | 07:05น.
ปลาทูน่า ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป / TU / Thai Union

ทียูโชว์สถานะการเงินแกร่ง กำเงินสด 5,000 ล้านบาท ฝ่าวิกฤตโควิด ดันยอดขายครึ่งปีแรกกว่า 60,000 ล้านบาท โต 4.3% สูงสุดในรอบ 3 ปี มั่นใจบริษัทโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง จากความต้องการปลากระป๋องพุ่งพรวดแซงหน้าอาหารทะเลแช่แข็ง เตรียมควัก 3,600 ล้านบาท ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตต่อยอดอาหารโปรตีนทางเลือก พร้อมชูกลยุทธ์กระจายพอร์ตลงทุน ตั้งฐานผลิตในต่างประเทศลดเสี่ยง คว้าสิทธิประโยชน์เปิดเสรีทางการค้า FTA ไม่ต้องรอผลเจรจา FTA รัฐบาลไทย

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เกือบทุกธุรกิจในประเทศตกอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่กลุ่มไทยยูเนี่ยน (TU) ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลรายใหญ่ของโลก ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2563 กลับไปได้ดีเกินความคาดหมาย ด้วยยอดขายที่มีมูลค่า 64,145 ล้านบาท หรือเติบโต 4.2%

นับว่าสูงสุดในรอบ 3 ปี จากการขยายตัวของสินค้าอาหารทะเลกระป๋องซึ่งขยับสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 45% เป็น 50% สินค้าอาหารแช่เยือกแข็ง 35% นำพาบริษัทเข้าใกล้เป้าหมายด้วยยอดขาย 5,000 ล้านเหรียญที่ตั้งเอาไว้ภายในปี 2567

ธีรพงศ์ จันศิริ ซีอีโอ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
ธีรพงศ์ จันศิริ

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การล็อกดาวน์ของหลายประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดได้ส่งผลดีต่อกลุ่มอาหารกระป๋องที่ขายผ่านช่องทางค้าปลีกเป็นหลัก โดยสินค้าในกลุ่มนี้สามารถเติบโตได้ถึง 30-40% ขณะที่กลุ่มอาหารแช่เยือกแข็งซึ่งครึ่งหนึ่งขายผ่านร้านค้าปลีกและอีกครึ่งหนึ่งขายผ่านฟู้ดเซอร์วิส กลับได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่ต้องปิดตัวเองลงในช่วงของการล็อกดาวน์ประเทศ

“การจำหน่ายอาหารกระป๋องใช้ช่องทางหลักคือรีเทล ข้อดีคือเป็นสินค้าราคาไม่แพง ใช้ง่าย เก็บได้นาน จึงเติบโตค่อนข้างสูงมาก เดิม TU มีรายได้จากการขายอาหารกระป๋องส่วนนี้ประมาณ 40% ขณะที่กลุ่มโฟรเซ่นเดิมอยู่ที่ประมาณ 40% เรียกว่าครึ่ง ๆ แต่เนื่องจากฟู้ดเซอร์วิสได้รับผลกระทบมากเพราะร้านอาหารปิดหมด ทำให้ยอดขายติดลบ 20-30% แต่อาหารกระป๋องอาจจะบวก 30-40% ทำให้ไตรมาส 2 ท็อปไลน์ของ TU โต 2.5% gross profit เติบโตมากถึง 1,400% แต่ที่พิเศษก็คือยอดปริมาณ (วอลุ่ม) โตถึง 10% ซึ่งในไทยมีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มกว่า 25% รวมแล้วขณะนี้ TU ใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยกว่า 90% จากปีปกติที่ใช้อยู่ประมาณ 70%”

นอกจากนี้บริษัทยังสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้านต่าง ๆ ลงได้มาก ส่งผลให้ operating profit โต 50% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีก่อนและบริษัทยังมีกระแสเงินสดมากกว่า 5,000 ล้านบาท และด้วยเหตุที่ยังไม่มีการลงทุนเพิ่มในไตรมาสนี้ TU จึงสามารถจ่ายเงินปันผลได้ 32 สตางค์ต่อหุ้น หรือเพิ่มจากปีก่อนที่จ่าย 28 สตางค์/หุ้น

ครึ่งปีหลังไม่ทำ M&A

ส่วนการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสที่ 3/2563 นั้น นายธีรพงศ์มองว่า โควิดจะอยู่ต่อไปอีกช่วงหนึ่ง ทำให้ธุรกิจของ TU “มีแนวโน้มไปได้ดี” กำลังซื้อและการบริโภคยังดีสำหรับสินค้าในหมวดอาหารและยังหวังว่าการคลายล็อกดาวน์ในหลายประเทศทั่วโลกจะทำให้ “ร้านอาหาร”กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทำให้ยอดอาหารแช่แข็งกลับมาดีขึ้น

โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2563 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นปกติ จากความเชื่อที่ว่า อย่างไรเสียเศรษฐกิจก็ยังต้องเดินต่อไปให้ได้ การประเมินข้างต้นยังไม่รวมถึงปัจจัยในเรื่องของวัคซีน หากผลิตวัคซีนโควิดสำเร็จแนวโน้มธุรกิจก็จะดีกว่านี้อีก

ปัจจุบันสัดส่วนตลาดหลักของ TU อยู่ที่อเมริกาเหนือ 42% สหภาพยุโรป 30% และอื่น ๆ 18% ส่วนตลาดในประเทศไทยมีสัดส่วน 10%

อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์แบบนี้ การซื้อและควบรวมกิจการ หรือ M&A จึง “ไม่อยู่ในแผน piority หลักของ TU” แต่จะเน้นแผนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน ปรับปรุงอัตราทำกำไรให้สูงขึ้น

“สถานการณ์อย่างนี้ทำให้ TU ต้องเพิ่มความระมัดระวัง วิกฤตครั้งนี้ซับซ้อนมากกว่าครั้งอื่น ๆ จะทำอย่างไรให้ TU สามารถผลิตสินค้าแล้วส่งมอบเต็มที่ทั้งโลก ต้องดูแลกระแสเงินสด วิกฤตนี้กระทบทุกคนแต่ผมมองว่า TU ผ่านช่วงที่ยากที่สุดไปแล้ว และในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (capex) 3,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินที่ตัดลงจากก่อนหน้าโควิดที่ตั้งเป้าหมายลงทุน 4,500-4,900 ล้านบาท”

ต่อจากนี้ไป TU จะมุ่งเน้นการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพเป็นส่วนใหญ่และเน้นธุรกิจใหม่ที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น เช่น ธุรกิจส่วนผสมอาหาร โปรตีนทางเลือก โปรตีนจากพืช อาหารสุขภาพเสมือนยา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา TU ลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจเหล่านี้ด้วยการใช้งบนวัตกรรมไปแล้ว 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ที่น่าพอใจทั้ง fish oil แคลเซียม โปรตีน ซึ่งจะเร่งรัดการลงทุนให้เร็วขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ในสินค้ากลุ่มนี้

กระจายพอร์ตลดเสี่ยงลงทุน

นอกจากปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจจากเรื่องของโควิดและค่าเงินบาทแล้ว ปัจจัยของการไปลงทุนในต่างประเทศก็จะมีเรื่องความเสี่ยงทางการเมือง การบริหารจัดการกลไก และการทำข้อตกลงเปิดเสรีทางการค้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ TU ขยายการลงทุนไปยังแต่ละประเทศที่เป็นฐานการผลิต 16 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลกได้ถูกกำหนดยุทธศาสตร์ว่า แต่ละฐานผลิตจะผลิตสินค้าประเภทใด สามารถส่งออกไปตลาดไหนและจะได้รับสิทธิประโยชน์การส่งออกอย่างไร

 ยกตัวอย่าง เวียดนามมีความตกลง FTA ทุกฉบับไปแล้ว โดยเฉพาะ ความตกลงเวียดนาม-อียู (EVFTA) หรือแม้กระทั่ง CPTPP TU ไม่ได้กังวลเรื่องการแข่งขันในส่วนนี้เพราะ TU มีโรงงานที่เวียดนามที่พร้อมจะผลักดันให้โรงงานที่เวียดนามเป็นฐานการผลิตใหญ่ขึ้นถ้ามีโอกาส ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์ที่ยุโรป เราก็พยายามมีออปชั่นมากขึ้น แต่ไม่ใช่เราไม่อยากอยู่ประเทศไทย เราอยากจะทำที่ประเทศไทย”

ส่วนการส่งออกสินค้าเข้าไปในสหภาพยุโรปที่มีระบบโควตาภาษี TU ได้ใช้ฐานการผลิตประเทศกานาและเซเชลส์เพื่อส่งออกไปอียูโดยเฉพาะจากสิทธิประโยชน์ข้อตกลงการค้าเสรี ACP เสียภาษี 0%และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทไทยยูเนี่ยน ยุโรป (TUES1) ได้ลงทุนเพิ่มสัดส่วนหุ้นใน บริษัท TUMD Luxembourg S.a.r.l จาก 45% เป็น 90% ด้วยงบประมาณ20 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจาก TUMD เป็นเจ้าของกลุ่มบริษัท DPR Group ผู้ผลิตทูน่ากระป๋องเป็นอันดับ 1 ในรัสเซีย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TU ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ทูน่า