เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช.  ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
Tech 6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช. ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
Biz Movement ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
Finance ธปท.เข้มเงินไหลเข้า เงินต่างประเทศไหลเข้าเกิน 2 แสนดอลลาร์ ต้องโชว์ที่มา
กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
Economic กกพ.รื้อสัญญาซื้อไฟเก่า สกัดต่ออายุอัตโนมัติ ลุยเคาะค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนจริง
เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
Real Estate เปิด 7 จุดเช็กด่วนก่อนซ่อมบ้านหลังน้ำลด สมาคมรับสร้างบ้าน เตือนระวังไฟรั่ว-บ้านพังซ้ำ
ดูทั้งหมด

บริหาร “แบงก์” ในโลกดิจิทัล “อนาคตเราจะเป็นองค์กรแห่งข้อมูล”

06 ต.ค. 2560 | 16:19น.

ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าการจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องอธิบายให้คนภายในองค์กรเข้าใจเสียก่อนว่า เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่ออะไร ? ทำไมถึงต้องปรับเปลี่ยน ? และปรับเปลี่ยนแล้วจะดีกับบุคลากรในองค์กร และบริษัทอย่างไรบ้าง ?

ไม่เช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงจะไม่มีทางประสบความสำเร็จเลย เพราะอย่างที่ทราบ การปรับเปลี่ยนทุกอย่างย่อมมีผลดี และผลเสียเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ผู้บริหารระดับสูงจึงต้องเข้าใจสภาพความเป็นจริงตรงนี้ให้ดี ทั้งยังจะต้องใช้ “การสื่อสารภายในองค์กร” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางบวกด้วย

ซึ่งเหมือนกับ “ฐากร ปิยะพันธ์” ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้ง และนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่การจะทำให้คนในองค์กรเชื่ออย่างที่เราเชื่อ เขาต้องมีทัศนคติที่ดีเสียก่อน เมื่อเขามีทัศนคติดี เขาจะร่วมมือกับเราในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเอง

เพราะจุดอ่อนของธนาคารมีอยู่ 3 เรื่องหลัก ๆ เท่านั้น คือ

หนึ่ง การบริหารความมั่งคั่ง

สอง การชำระเงิน

สาม การปล่อยกู้

“ทั้ง 3 ส่วนนี้เราเห็นจากธนาคารทั่วโลกแล้วว่า มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่ ๆ ทั้งยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถถูกทดแทนได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intellegence-AI) ดังนั้น เราในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับบัตรเครดิต, สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระค่าสินค้า และธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต และประกันวินาศภัย จึงต้องมานั่งขบคิดว่า ถ้าเราจะปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เราจะตั้งรับอย่างไรดี”

“เราจึงโฟกัสเรื่องการสื่อสารภายในองค์กรอย่างเต็มที่ พร้อมกันนั้น เราบอกพนักงานทุกคนว่า เป้าหมายของเราจะต้องเป็นองค์กรแห่งข้อมูล ฉะนั้นจะต้องลงทุนในเรื่องระบบการให้บริการทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งผ่านมาเราเปิดให้บริการแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเงินผ่านสมาร์ทโฟน และอื่น ๆ มากมาย”

“ตรงนี้เป็นเรื่องของดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และการนำโซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นเครื่องมือ เพื่อให้การทำงานของแบงก์กับลูกค้าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เหมือนกับไม่นานผ่านมา เราเปิดตัว กรุงศรี ฟินโนเวต เพื่อมุ่ง 3 กิจกรรมหลักทางด้านเทคโนโลยีทางการเงิน คือ ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างนวัตกรรม, บริหารจัดการสตาร์ตอัพ และลงทุนพัฒนาฟินเทค ด้วยงบฯลงทุน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 3 ปีแรก”

ทั้งนั้นเพื่อต้องการผลักดันฟินเทค และสตาร์ตอัพของไทย ให้ก้าวไปสู่ระดับฟินเทค ยูนิคอร์น (FinTech Unicorn) หรือธุรกิจสตาร์ตอัพที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการเชื่อมโยงนวัตกรรมทางการเงินให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ของกรุงศรี เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น “ฐากร” ยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนา และการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี 9 ด้าน เพื่อให้บริการทางการเงินยุคดิจิทัลสมบูรณ์แบบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย

หนึ่ง Artificial Intelligence และ Machine Learning เพื่อพัฒนาระบบให้เกิดการเรียนรู้ และจดจำ

สอง Big Data/Data Analytics เพื่อคิด และวิเคราะห์ข้อมูล สร้างโมเดลการนำเสนอสินค้า และบริการที่เหมาะสม

สาม Blockchain เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว และโปร่งใสในการทำธุรกรรม

สี่ Smart Application ProgrammingInterface เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้บริการที่ดีและรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์

ห้า Super Mobile App เพื่อรองรับการชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ

หก Biometric Authentication เพื่อนำเทคโนโลยีการใช้ลักษณะทางกายภาพมาใช้ในการเข้าถึงข้อมูล เพิ่มความปลอดภัย

เจ็ด Digital Lending Platform การจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมคิดค้น เฟ้นหารูปแบบการบริการ

แปด Insurance Technology การพัฒนาเพื่อให้ลูกค้าสามารถทำประกันภัยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

เก้า Robo-Advisor for Wealth Management การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้คำปรึกษาด้านการเงิน

“การที่เรานำองค์กรเพื่อก้าวสู่การเป็น innovation culture อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป เพราะพนักงานส่วนใหญ่รู้ว่า เราทำเพื่ออะไร ดังนั้นพอทัศนคติของเขาเปิดรับ เราจะค่อย ๆ นำองค์ความรู้ไปใส่ให้พวกเขา แต่กระนั้นจะต้องสนุกด้วย เพราะความสนุกจะช่วยทำให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างที่เราคิดโครงการ Krungsri IGNITE โดยให้พนักงานในองค์กรทุกคน (ยกเว้นผู้บริหาร) ส่งไอเดียที่จะพัฒนากรุงศรี ในด้านต่าง ๆ มาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรในวันข้างหน้า”

“พวกเขาทั้งหมด 1 หมื่นกว่าคนส่งไอเดียมา ตอนนั้นเราได้ประมาณ 3,000-4,000 ไอเดีย ก่อนที่จะมาคัดกรองให้เหลือ 600 ไอเดีย 30 ไอเดีย และเหลือเพียง 10 ไอเดีย พร้อมกับส่งต่อให้พวกเขาไปคิดโมเดลเชิงธุรกิจว่า ถ้าเขาเป็นสตาร์ตอัพจริง ๆ เขาจะพิตชิ่งให้ผู้บริหารระดับสูงที่นั่งฟัง อนุมัติเงินให้เขาไปทำได้อย่างไรบ้างตรงนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บทางธุรกิจให้แก่พวกเขา”

“ยังเป็นการสอนให้พวกเขามี forward thinking เพราะพวกเขาเปรียบเสมือนแรงกระเพื่อมที่ส่งต่อพลังไปให้กับคนอื่น ๆ ที่สำคัญ คนเหล่านี้เป็นคนรุ่นใหม่ ชอบการสื่อสาร ชอบเห็นความเปลี่ยนแปลง และมีความจงรักภักดีต่อองค์กรสูง เราจึงให้พวกนี้มาเป็น innovation am-bassador เพื่อช่วยจุดประกายให้กับพนักงานในองค์กรรู้สึกตื่นตัว เพราะรางวัลจากการชนะเลิศมีมูลค่าถึง 1 ล้านบาท รองลงมา 5 แสนบาท และ 2 แสนบาท ตามลำดับ”

“ฐากร” บอกว่า มูลค่าของเงินรางวัลไม่ใช่คำตอบดีที่สุดของการสร้าง innovation culture แต่เราจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่า นับจากนี้ต่อไปองค์กรของเรากำลังก้าวไปสู่ความเปลี่ยนแปลงนะ

“ดังนั้นถ้าใครไปธนาคารจะเห็นว่า เราจะมีคำพูดดี ๆ ของผู้บริหารติดไว้ตามลิฟต์ต่าง ๆ หรือตามห้องประชุม ห้องน้ำ ทั้งเรายังอัดวิดีโอผู้บริหาร เปลี่ยนรูปบัตรพนักงาน เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงแล้วนะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ทำวันนี้ แล้วสัมฤทธิผลทันที ต้องทำบ่อย ๆ ทำซ้ำอยู่เรื่อย ๆ ถึงจะทำให้เราซึมซับกับเรื่องความเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร”

“เพราะเรารู้ดีว่าการสื่อสารระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานฝ่ายปฏิบัติไปไม่ค่อยถึง แม้ผ่านมาเราจะส่งอีเมล์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จอีก เราจึงมานั่งคิดว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงพูด คิด มอง ทำ ถึงพนักงานปฏิบัติเร็วที่สุด ที่สุดจึงคิดแอปพลิเคชั่นภายในขึ้นมา ที่สามารถเปิดอ่านตอนไหนก็ได้ ที่สำคัญ ยังเป็นการสื่อสารสองทางที่พนักงานสามารถถามผู้บริหารระดับสูงในเรื่องที่ไม่เข้าใจได้อีกด้วย”

“สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเริ่มจากภายในองค์กรก่อน ผมถึงเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรต้องใช้พละกำลังมหาศาล ดูอย่างเสื้อยืดของเรา ยังใช้คำว่า digital innovation เลย เพราะองค์กรของเราตอนนี้มีพนักงาน generation Y ประมาณ 70% ส่วนที่เหลือเป็น generation X ขณะที่ baby boomers มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ตรงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราสร้าง management development program ขึ้นมา เพื่อสร้างและพัฒนาพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ เก่ง และดี เข้ามาอยู่ในโปรแกรมนี้”

โดยพวกเขาจะอยู่ในโปรแกรมนี้ 2 ปี และตลอด 2 ปี พวกเขาจะหมุนเวียนงานไปในแผนกต่าง ๆ ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อทดสอบว่าเขามีความสามารถมากน้อยแค่ไหน มีความเข้าใจงานหรือไม่ และพร้อมจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างไร

“ฐากร” บอกว่า คนกลุ่มนี้ถือเป็น talent group ที่จะต้องมีทัศนคติที่ดี มีทักษะในวิชาชีพของตัวเองที่ดี มีความร่วมมือที่ดี และมีความเป็นผู้นำที่ดี เพราะฉะนั้น คนเหล่านี้ถูกจับวางไปอยู่ตรงไหน เขาก็สามารถทำงานได้ทั้งสิ้น

“ดังนั้น เวลาเราเลือกใครสักคนให้มาอยู่ใน succession plan เพื่อเตรียมขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูง เราจะเลือกจากสายงานหลักก่อน 1-2 คน นอกจากนั้นถึงจะเลือกคนจากสายงานรอง ๆ ลงมา รวมถึงการมองคนจากภายนอกด้วยว่า ในตลาดมีใครบ้าง ในกรณีถ้าคนของเราขาด และหาคนไม่ได้จริง ๆ เราถึงจะมองจากคนนอก แต่จากประสบการณ์ เรามักจะเลือกคนของเราก่อนเสมอ”

ฉะนั้น ถ้าถามว่าการที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นหนึ่งในธุรกิจของ MUFG ประเทศญี่ปุ่น มีข้อดีอย่างไรบ้าง ?

“ฐากร” จึงบอกว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศของการเตรียมความพร้อมที่ดี ทั้งในเรื่องการวางแผน วิชั่นที่มองไปไกล ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะไปตั้ง innovation hub center ที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์

“ส่วนของไทยก็ใช้แบงก์ของเราเป็นฐานในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับดิจิทัลแบงกิ้งอินโนเวชั่นมาแลกเปลี่ยนกัน มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ยิ่งเมื่อ MUFG เป็นธนาคารใหญ่ของโลกอันดับต้น ๆ ก็ยิ่งทำให้เรามีข้อมูลใหม่ ๆ มากขึ้น ทั้งยังทำให้เราไม่ต้องมานั่งศึกษาข้อมูลบางอย่าง เพราะเขาศึกษาไว้พร้อมหมดแล้ว”

“เราสามารถหยิบมาใช้ได้ทันที ตรงนี้เป็นข้อดีในมิติที่เราคิดว่าการมีบริษัทแม่เป็นธนาคารญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมการเงินของโลก ที่ทำให้เรามีข้อมูลซัพพอร์ตเต็มที่ จนทำให้เราอยากเป็นองค์กรแห่งข้อมูล ที่พร้อมจะก้าวไปรับมือโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน จนทำให้ทุกคนประจักษ์ชัดว่า เราพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ผู้นำทางการเงินในอนาคต”

ผมเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิจิทัล ดิจิทัลแบงกิ้ง