ดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังการพัฒนารักษาโควิด-19 คืบหน้า
ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังมีความคืบหน้าในการพัฒนาการรักษาโควิด-19
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/8) ที่ระดับ 31.49/51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 31.42/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการพัฒนาการรักษาไวรัสโควิด-19 ว่า ขณะนี้สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้พลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน (convaluscent plasma) ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 แล้ว ซึ่งพลาสมาเหล่านี้ได้รับการบริจาคจากผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาจนหายดี โดย ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า การรักษาโดยใช้พลาสมาจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้ถึง 35%
และสำหรับความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้าของสหรัฐ และจีนที่ได้มีการจัดการเจรจาทางโทรศัพท์เมื่อเช้าที่ผ่านมาเพื่อประเมินความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเฟส 1 หลัประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เลื่อนการเจรจามาจากวันที่ 15 สิงหาคม โดยตัวแทนเจรจาของฝ่ายสหรัฐ ประกอบด้วย โรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขณะที่จีนยังคงเป็นหลิวเฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลนโยบายด้านเศรษฐกิจ
ในแถลงการณ์หลังการประชุมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีของจีนในข้อตกลงที่กำหนดให้คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐมากขึ้น รวมถึงการขจัดอุปสรรคต่าง ๆ สำหรับบริษัทอเมริกันในการเข้าถึงบริการทางการเงินและภาคการเกษตรของจีน โดยทั้งสองฝ่ายยังพูดคุยกันในประเด็นที่จีนจะซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการดำเนินการเพิ่มเติมตามข้อตกลง
ซึ่งจากการประเมินพบว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นถึงความคืบหน้าและเห็นพ้องที่จะดำเนินการในขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อบรรลุเป้าหมายหรือข้อตกลงที่ตั้งไว้ ส่วนทางการจีนก็ได้เปิดเผยว่า การเจรจาในวันนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะสร้างเงื่อนไขที่อำนวยประโยชน์เพื่อที่จะรักษาข้อตกลงให้คงอยู่ได้ต่อไป
ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกลงการค้าเฟส 1 ที่ลงนามกันเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จีนได้มีการตกลงจะซื้อสินค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นมูลค่า 7.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ และมีเป้าหมายจะซื้อสินค้าสหรัฐ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2021 จากระดับมูลค่าการค้าในปี 2017
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ๊กสัน โฮล ในวันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ โดยการประชุมดังกล่าวจะปรับรูปแบบเป็นการเสวนาผ่านระบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในหัวข้อ “Navigating the Decade Ahead: Implications For Monetary Policy” ซึ่งถือเป็นการปรับรูปแบบการประชุมครั้งแรกในรอบเกือบ 40 ปี เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ที่ผ่านมาการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก ขณะที่สิ่งที่ต้องจับตามองคือการกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยในการประชุมครั้งนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันพฤหัสบีที่ 27 สิงหาคม ณ เวลา 20.10 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.42-31.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้านี้ (25/8) ที่ระดับ 1.1797/99 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 1.1824/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวอ่อนค่าหลังจากนายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป กล่าวว่า การเจรจาระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับอังกฤษเกี่ยวกับข้อตกลงต่าง ๆ หลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) นั้นยังคงไม่มีความคืบหน้า แม้การเจรจาจะดำเนินไปถึง 7 รอบ
นายบาร์นิเยร์ได้กล่าวตำหนิอังกฤษที่ไม่ได้แสดงความเต็มใจที่จะผลักดันความคืบหน้าของประเด็นที่มีความสำคัญด้านพื้นฐานต่อ EU โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการค้า การประมง การบังคับใช้กฎหมาย แม้มีความคืบหน้าในความร่วมมือด้านพลังงานและการป้องกันการฟอกเงิน
และสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ได้เปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเยอรมนี ประจำไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ระดับ -9.7% ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ -10.1% และดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอามนีจากสถาบัน Ifo ประจำเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.6 มากกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 92.2
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1783-1.1837 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1834/37
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/8) ที่ระดับ 105.94/97 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/8) ที่ระดับ 105.81/82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการเปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาการรักษาไวรัสโควิด-19 เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.88-106.38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบีของสหรัฐ, รายงานยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ (25/8), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (26/8), ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของสหรัฐ ประจำไตรมาสที่ 2, จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐ, การกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ๊กสัน โฮล (27/8), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเขตโตเกียว, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีจากสถาบัน GFK, ดัชนีรายจ่ายส่วนบุคคลและรายได้ส่วนบุคคลของสหรัฐ (28/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.5/+0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +6.85/+9.05 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ