เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

เทคนิคขาดงาน ไม่ถึง 3 วัน

29 ส.ค. 2563 | 09:14น.
work from home
คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์
ธำรงค์ศักดิ์ คงคาสวัสดิ์

ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่เป็นลูกจ้างเป็นพนักงานจะรู้กติกาอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ถ้าขาดงานก็อย่าขาดงานเกินกว่า 3 วันทำงาน ไม่งั้นจะโดนไล่ออก (หรือถูกบริษัทเลิกจ้าง) โดยไม่ได้รับค่าชดเชยใด ๆทั้งสิ้น พอรู้อย่างนี้แล้ว พวกที่เป็น “สิงห์อู้” ชอบโดดงาน ประเภทชอบทำงานน้อย ๆ แต่อยากได้เงินเดือนเยอะ ๆ จะหาวิธีการซิกแซกแบบง่าย ๆคือ ขาดงาน แต่อย่าให้ถึง 3 วันติดกันสิครับ

พอคิดได้แบบนี้ก็จะขาด 1 วันบ้าง2 วันติดกันบ้าง แล้ววันที่ 3 ก็มาทำงานตามปกติ แล้ววันที่ขาดงานก็โทร.มาอ้างว่า ลาป่วยบ้าง, ลากิจบ้างล่ะ ขอแค่ให้หัวหน้าโอเคก็จบ ที่หนักกว่านั้นคือขาดงานไปเฉย ๆ ไม่มีการโทร.มาบอกกล่าวอะไรทั้งนั้น พอวันรุ่งขึ้นก็มาทำงานหน้าตาเฉย พอหัวหน้าหรือใครถามว่าเมื่อวานทำไมไม่มา ก็ตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าไม่สบาย

หลายคนจะบอกว่า ปัญหาทำนองนี้เกิดจากตัวพนักงานที่ชอบอู้งาน ไม่รับผิดชอบ

แต่ผมว่าปัญหาเรื่องนี้อยู่ที่หัวหน้ามากกว่า เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมมักจะเห็นหัวหน้าหลายคนอนุญาตให้ลูกน้องที่เป็นสิงห์อู้จอมโดดงาน ลาป่วย,ลากิจ ทุกครั้งที่ลูกน้องโทร.มาขอลา โดยบางคนก็บอกว่าเขามีสิทธิ์ลาบ้างละ, เขาคงป่วยจริงบ้างละ, กลัวลูกน้องจะหาว่าโหด (ถ้าไม่ให้ลา) บ้างละ ฯลฯ

แม้แต่ลูกน้องที่ขาดงานหายไปโดยไม่บอกกล่าวอะไร แล้ววันรุ่งขึ้นมาทำงานหน้าตาเฉย หัวหน้าก็ถือว่าเป็นการลาป่วย แล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าจะว่าไปแล้ว ลูกน้องที่ชอบทำแบบนี้ไม่ได้มีเยอะแยะอะไรเลยนะครับ เป็นเพียงคนส่วนน้อยที่ทำแบบนี้ แต่หัวหน้าที่ใจดี หรือเป็นหัวหน้าที่ปล่อยปละละเลย แล้วไม่ทำอะไรกับเรื่องแบบนี้ คงจะลืมมองลูกน้องที่ประพฤติปฏิบัติตัวดีมาทำงานตามปกติ แถมเป็นพนักงานส่วนใหญ่ที่เขาคอยมองดูอยู่ว่า หัวหน้าจะจัดการอะไรกับเพื่อนที่ชอบเอาเปรียบกินแรงเพื่อนหรือเปล่า

พอลูกน้องที่ทำงานดีที่เป็นคนส่วนใหญ่เห็นว่า หัวหน้าไม่เห็นว่าอะไร ก็จะเริ่มมีการเอาอย่าง หรือผมชอบเรียกว่า “Me too” หรือ “กูด้วย” ตามมาสิครับ และมักจะพบว่าหัวหน้าที่ไม่กล้าจัดการอะไรกับเรื่องทำนองนี้ จะบริหารทีมงานไม่ได้ แถมมีการขาดงานกันมากอีกด้วย ผลงานก็จะเริ่มแย่ลง

ถ้าถามว่าหัวหน้าควรทำยังไงกับเรื่องนี้ ?

ทำแบบนี้ครับ

1.หัวหน้าต้องตักเตือนลูกน้อง ถ้าลูกน้องขาดงานโดยไม่บอกกล่าวอะไรทั้งนั้น แล้ววันรุ่งขึ้นมาทำงานหน้าตาเฉย หัวหน้าต้องเรียกลูกน้องมาตักเตือนด้วยวาจา, ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรตามระเบียบของบริษัท ขั้นตอนการตักเตือนให้ไปดาวน์โหลดหนังสือ “หัวหน้างานกับการบริหารลูกน้อง-HR for NON HR” ในบล็อกของผม https://tamrongsakk.blogspot.com มาดูรายละเอียดในบทการดำเนินการทางวินัยได้เลยครับ มีรายละเอียดและตัวอย่างครบถ้วน

2.ไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่ขาดงานไปแบบ no work no pay เพราะถือว่าเมื่อพนักงานขาดงานไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บริษัทมีสิทธิไม่จ่ายค่าจ้างในวันที่พนักงานขาดงานนั้นได้ครับ บอกก่อนว่ากรณีนี้ไม่ใช่การ “หักค่าจ้าง” นะครับ อย่าไปใช้คำว่าหักค่าจ้าง หรือหักเงินเดือน แต่กรณีนี้คือ no work no pay ครับ

3.พิสูจน์ความจริงกรณีลาป่วย ถ้าลูกน้องโทร.มาอ้างว่าลาป่วย ก็ต้องหาทางพิสูจน์ เช่น ไปเยี่ยมที่บ้านที่พักของลูกน้องว่าป่วยจริงหรือไม่ ถ้าป่วยไม่จริง ก็ทำตามข้อ 1 และข้อ 2ข้างต้น ซึ่งการเป็นหัวหน้าที่ดีจะต้องรู้ครับว่าลูกน้องคนไหนป่วยจริง ป่วยเก๊

ถ้าหัวหน้าไม่ “รู้จัก” ลูกน้องดีว่าจริง ๆ แล้วใครมีพฤติกรรมเป็นยังไงนี่ ผมว่าหัวหน้าคนนั้นยังมีปัญหาในเรื่องทักษะการเป็นหัวหน้างานอยู่เยอะครับ ต้องแก้ไขอย่างด่วน

4.ดูข้อเท็จจริงกรณีลากิจ ถ้าลูกน้องโทร.มาลากิจ ก็ต้องกลับไปดูว่าตามระเบียบของบริษัทนั้น การลากิจต้องลาล่วงหน้าเพราะต้องวางแผนไว้ก่อนไม่ใช่หรือครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ลากิจกะทันหันทันที ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ในกรณีคนในครอบครัวเจ็บป่วย หรือเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งลูกน้องต้องไปดูแล ถ้าเป็นแบบนี้ก็ให้ดูข้อเท็จจริง แต่ถ้าลากิจกะทันหันแล้วไม่จริง โดยไม่มีเหตุผลที่ยืนยันชัดเจนแล้วล่ะก็ หัวหน้าทำตามข้อ 1 และข้อ 2 ข้างต้นเช่นเดียวกันครับ

5.เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใด ๆ ในกรณีที่บริษัทออกหนังสือตักเตือนจนเป็นครั้งสุดท้ายแล้วว่าห้ามไม่ให้พนักงานขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรแบบนี้อีกนะ ถ้ายังจงใจฝ่าฝืน ขาดงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรแบบนี้อีก ครั้งต่อไปบริษัทจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆทั้งสิ้น แล้วพนักงานก็ยังทำผิดซ้ำคำเตือน แบบนี้บริษัทก็สามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยครับ

หวังว่าท่านที่เป็นหัวหน้าที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเข้าใจบทบาทหน้าที่ที่ตนเองจะต้องบริหารจัดการกับลูกน้องที่ชอบจงใจขาดงานกะปริบกะปรอยดีขึ้นแล้วนะครับ คราวนี้ก็อยู่ที่ภาวะผู้นำของหัวหน้าแต่ละคนแล้วล่ะว่า ท่านจะสามารถทำให้ลูกน้องที่ดี ๆ ทั้งหมดเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ยอมรับได้มากน้อยแค่ไหนแล้วล่ะครับ

ถ้าใครอยากรับฟังทางเสียงสามารถฟังเพิ่มเติมทางพอดแคสต์ https://tamrongs.podbean.com ได้นะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์