เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ดูทั้งหมด

“ทิสโก้” หั่นเป้าจีดีพีติดลบ 8% มาตรการแจกเงินหมด-ท่องเที่ยวไม่ฟื้น

02 ก.ย. 2563 | 11:26น.

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ปรับเป้า GDP สิ้นปีเป็นติดลบ 8% จากเดิมคาดติดลบ 6.4% เพราะการท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศยังไม่ฟื้น และแรงส่งจากมาตรการแจกเงินของรัฐบาลทยอยหมดลง

นายธรรมรัตน์ กิตติสิริพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) (Mr.Thammarat Kittisiripat, Head of Economic Unit, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 หลังภาครัฐฯ ได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ตัวเลขชี้วัดเศรษฐกิจด้านต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวดีขึ้นในวงกว้าง โดยตัวเลขเศรษฐกิจหดตัวในอัตราที่ชะลอลง อย่างไรก็ตาม หากมองไปข้างหน้า ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ไม่ได้คาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ยังไม่กลับมา แม้ไทยเที่ยวไทยจะฟื้นตัวกลับมาแล้วบ้างก็ตาม

“การควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 แย่กว่าที่คาด โดยพบการแพร่ระบาดระลอกสองในหลายประเทศ จึงคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงหดตัว 100% ดังนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ จึงได้ปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2563 เหลือ 6.7 ล้านคน จากเดิมประเมินว่าจะอยู่ที่ 9 ล้านคน

ทั้งนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทาง (Travel Bubble) อาจเกิดขึ้นได้ในไตรมาส 4 แต่คาดว่าผลบวกต่อจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะยังไม่มากพอ เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป เนื่องจากการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวยังมีข้อบังคับในการเดินทางระหว่างประเทศและการกักตัวที่เข้มงวด” นายธรรมรัตน์กล่าว

ด้านมาตรการท่องเที่ยวสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” นั้นดูเหมือนว่ายังไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก เห็นได้จากยอดการใช้สิทธิ์สำหรับส่วนลดในการจองที่พักยังคงอยู่ในระดับต่ำ หรือเพียงราว 18% จากยอดทั้งหมด (ณ วันที่ 31 ส.ค.) โดยปัจจุบันรัฐบาลได้อนุมัติมาตรการจูงใจเพิ่มเติม โดยเพิ่มสิทธิสำหรับการจองที่พักได้สูงสุด 10 คืน จากเดิมสูงสุด 5 คืน และตั๋วเครื่องบินสูงสุด 2,000 บาทต่อที่นั่ง จากเดิมสูงสุด 1,000 บาทต่อที่นั่ง ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการสนับสนุนการท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยนำร่องเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้ในพื้นที่ที่รองรับ ต้องสร้างความมั่นใจได้ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดเชื้อ COVID-19 หากมีหลุดรอดออกมา จะกระทบต่อความเชื่อมั่นไทยเที่ยวไทยไปด้วย

นายธรรมรัตน์กล่าวอีกว่า จากความเปราะบางในภาคการท่องเที่ยวข้างต้น คาดว่าจะฉุดการใช้จ่ายของภาคเอกชนในประเทศให้อ่อนแอลงไปด้วย โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่แรงสนับสนุนจากมาตรการแจกเงินของภาครัฐกำลังทยอยหมดลง ดังนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้จึงปรับประมาณการ GDP ในปี 2563 ลงเป็นติดลบ 8.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ติดลบ 6.4%

ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่มีความไม่แน่นอนสูงและยากต่อการคาดเดา รวมไปถึงสถานการณ์ภัยแล้งและความไม่สงบทางการเมืองในประเทศที่กำลังก่อตัวขึ้น ทำให้ยังต้องเฝ้าระวังต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่อาจหดตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) ทิสโก้