“อนุทิน”นำทีมพรรคภูมิใจไทยลงใต้ ดัน”ภูเก็ต-สมุย”นำร่องเปิดเมืองรับต่างชาติ
“อนุทิน”นำทีมพรรคภูมิใจไทยลงใต้ ดัน”ภูเก็ต-สมุย”นำร่องเปิดเมืองรับต่างชาติ เผยคนภูเก็ตอยากเปิดรับต่างชาติ แต่ขอแบบค่อยเป็นค่อยไป ยึดมาตรการ5Tเข้ม
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 พรรคภูมิใจไทย จัดการประชุมพรรคสัญจรประจำปี 2563 “เพื่อปากทัองประชาชน” นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีหลายกระทรวงของพรรคภูมิใจไทยและสส.รวมทั้งสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ได้พบปะกับภาครัฐภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ที่เข้าร่วมประชุมฯ
โดย สาระสำคัญคือเปิดรับฟังปัญหาความต้องการข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตพร้อมทั้งแบ่งกลุ่มลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตรับฟังปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ณ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต
นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุผลที่มาประชุมสัญจรที่ภูเก็ต ต้องการช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวภูเก็ต ประกอบกับในพื้นที่ภาคใต้ มี ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย รวม 11 คน การรับฟังปัญหาของภูเก็ตไม่ได้มาหาคะแนนแต่เป็นความจำเป็นที่เห็นถึงความเดือดร้อนของภูเก็ตถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้จะแก้ปัญหาที่อื่นได้เช่นกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศและภูเก็ตจากผลกระทบโควิด-19

“ปัญหาหลักภูเก็ต คือ ธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทางผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องการท่องเที่ยวมาหารือและนำปัญหาต่างๆในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลให้ทราบ และพยายามแก้ไขปัญหา รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างมาก พยายามผ่อนปรนทุกมาตรการเพื่อให้เกิดรายได้กลับมาสู่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวและเลือกที่จะใช้ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง เพราะว่ารายได้จากการท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ที่ภูเก็ต
รัฐบาลมีความพร้อมที่จะสนับสนุนมาตรการต่างๆ ยังมีประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงมีความกังวลว่าจะบริหารสถานการณ์ไม่ได้ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขอเรียนว่าเราต้องมูฟก่อนเดินไปข้างหน้า
“ปัญหาโควิดถ้ามีก็แก้ไข เมื่อมีคนไข้ที่ตรวจพบทุกราย วันนี้มียารักษาแล้ว ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเมื่อเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์น้อยมาก ตอนนี้มีการผลิตในเมืองไทยแล้วมีสต็อกมากมาย ถ้าเข้าใจโรคและต้องอยู่กับมัน การรักษาเป็นหน้าที่สาธารณสุข รัฐบาลสนับสนุนให้มีการคลายมาตรการต่างๆ ถ้าเดินหน้าไปด้วยกันเราอยู่ได้”
ตามแผนภูเก็ตโมเดลควรอนุมัติเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลพร้อมผ่อนคลายเต็มที่แต่คนในภูเก็ตไม่เอา ขณะเดียวกันคนในภูเก็ตขอให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือ ดังนั้น ต้องไปด้วยกัน รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือ
ส่วนกลุ่มคนที่เข้ามามีการกักตัวตลอดเวลาและเมื่อผ่อนปรนกลุ่มเหล่านี้เข้ามาสามารถสร้างรายได้ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้การท่องเที่ยวพลิกตัวขึ้น ซึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจให้เกิดการผ่อนคลายมากที่สุดให้ทำมาหากินสร้างรายได้ให้มากที่สุด
“พอจะนำเข้าสู่วาระมีรายงานแจ้งว่าคนภูเก็ตไม่เอา ทำให้ท่านนายกฯเสียใจมาก พวกเราทุกคนมีความตั้งใจมีความหวังในการช่วยเหลือ เมื่อไม่เอา จึงต้องหาวิธีการใหม่ ขอยืนยันว่า รัฐบาลช่วยตลอดเวลาขอให้คนในภูเก็ตพร้อม เราต้องไปด้วยกัน ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน ขอให้มีความมั่นใจการสาธารณสุขของไทยในการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 รัฐบาลต้องทำให้ปลอดภัยให้มากที่สุด ต้องการให้ เริ่มนำร่องที่ภูเก็ต และสมุย ถ้าเริ่มได้การท่องเที่ยวจะบูมทันที ” นายอนุทิน กล่าวและว่า
ส่วนโครงการไทยเที่ยวไทย ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันยังมีคนไทยเดือดร้อนกันทั่วหน้าจึงอยากให้มาเที่ยวกันแต่ไทยเที่ยวไทยยังไม่เพียงพอที่จะมาจุนเจือระบบการหารายได้ของประเทศได้ ในหลายพื้นที่ เช่น ภูเก็ต สมุย พัทยา เป็นต้น แต่ยังต้องทำต่อเนื่องกับ ไทยเที่ยวไทยกันไป ขณะที่คนต่างประเทศยังไม่เข้ามา
ส่วนภาคหนี้สิน ทางภาคเอกชน ภูเก็ต ขอให้มีการลดต้นลดดอกจะนำเสนอที่ประชุมศบส. ระหว่างรอรัฐบาลขอให้ผู้ประกอบการเดินเข้าพบธนาคารเพื่อเจรจาประนอมหนี้ก่อน ทางรัฐบาลจะทำเป็นนโยบายให้มากที่สุด ไม่ต้องห่วงจะมีการยึดทรัพย์สิน จะนำเรื่องผลกระทบทางการเงินเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ(ศบศ.)ของรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่าทางคณะรัฐมนตรี ในพรรคภูมิใจไทย รวม 7 คน ส.ส.61 คน มีพลังเพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ การลงพื้นที่ในภูเก็ต เพื่อรับทราบปัญหาให้ครอบคลุมในหลายพื้นที่ และติดตามทุกปัญหา จะนำทุกปัญหาที่ได้รับดำเนินการผลักดันต่อให้เป็นรูปธรรม
พรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนโครงการต่างๆในภาคใต้ให้เกิดความเจริญ อาทิ การก่อสร้างถนน สะพาน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว การแปรรูปยางพารา การท่องเที่ยวเมดิคอลทัวริสซึม สิ่งที่ต้องทำจากนี้ไปคือเสนองานให้ประชาชนรู้ เพื่อประโยชน์ของประเทศ
ด้าน นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ขอให้พรรคภูมิใจไทย ผลักดัน โครงการ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือเมดิคอลทัวริสซึ่มเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยหลังโควิดคลี่คลาย เป็นโครงการยกระดับการท่องเที่ยวสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก โดยภูเก็ต จะเป็นจังหวัดนำร่อง ขยายผลสู่จังหวัดอื่นในประเทศไทย สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน
ด้าน นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองลงมารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวภูเก็ต ทั้งนี้การที่คนภูเก็ตกลัวเรื่องเปิดเมือง คือไม่เชื่อมั่นกับภาครัฐในอดีตไม่มั่นใจในหลายเรื่องว่าทำแล้วจะดีจริงหรือไม่
หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ขอเสนอการผลักดันระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานถนนเส้นทางสาคู-เกาะแก้ว ,ถนนเส้นทางฉลอง-ป่าตอง ที่ยังติดปัญหาสิ่งแวดล้อม ขอให้ผลักดันการนำน้ำจากพังงาเข้าภูเก็ตเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในภูเก็ต ขอให้ผลักดันรถไฟรางเบาจากสุราษฏร์ธานีเข้าพังงาและภูเก็ต เพื่อส่งเสริมการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยว
ขอเสนออุตสาหกรรมที่สามารถทดแทนการเป็นเมืองท่องเที่ยว คือ ขอให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นให้โดดเด่น อุตสาหกรรมการศึกษา อุตสาหกรรมเมดิคอลฮับ อุตสาหกรรมมารีน่าฮับ อุตสาหกรรมตลาดปลาและทูน่าฮับ อุตสาหกรรมสปอร์ตแอนด์อีเว้นท์ อุตสาหกรรมสมาร์ทซิตี้ ทางจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้วขอให้ร่วมขับเคลื่อน
นอกจากนี้ ขอผลักดันจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดปกครองตนเองเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบที่ต้องการคือ การบริหารจังหวัดอย่างยั่งยืน และสร้างรายได้ให้ประเทศไทยภายใต้สโลแกน ภูเก็ต เมืองแห่งความสุข
ด้าน นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตสร้างรายได้การท่องเที่ยวกว่า 4 แสนล้านบาท ต่อปี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละ14ล้านคน 10 ล้านคนมาจากต่างชาติคนไทย 4 ล้านคน แต่ตอนนี้มีตลาดคนไทยตลาดเดียว ประเด็นเร่งด่วนสำคัญที่สุด คือ ขอให้เปิดภูเก็ตให้ชาวต่างชาติมาเติมกำลังซื้อเพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไปได้ แต่การเปิดต้องขอให้ระมัดระวัง และขอแบบค่อยเป็นค่อยไปเอารูปแบบที่ให้คนไทยกลับมาก่อนได้หรือไม่
จังหวัดภูเก็ตเสนอมาตรการ 5 T ประกอบด้วย T.Target ,T.Testing,T.Tracing,T.Treatment,T.Trust ถ้าทำสำเร็จสามารถเป็นต้นแบบให้ที่อื่นได้
“ที่ผ่านมา ภูเก็ตติดเชื้ออันดับสองของประเทศ ไปทางไหนมีแต่คนรังเกียจ คนภูเก็ตเข้าใจรัฐบาลในทางกลับกันรัฐบาลต้องเข้าใจคนภูเก็ตเยอะๆเหมือนกัน เพราะภูเก็ตช้ำมามาก มีการถูกห้ามเดินทางระหว่างตำบลไม่ผิดที่ คนภูเก็ตกลัวการเปิดเมืองแ”นายภูมิกิตติ์ กล่าว
