ธุรกิจภาพยนตร์เงินสะพัด “สตรีมมิ่ง” ทุ่มไม่อั้นชิงสิทธิ์หนังดัง
คอลัมน์ Market Move
ในทุก ๆ ปีวงการกีฬามักจะมีการทุ่มงบฯซื้อตัวนักกีฬากันอย่างมากมาย แต่ละสโมสรแต่ละทีมจะทุ่มเม็ดเงินระดับหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อดึงตัวนักกีฬาดาวเด่นมาเล่นให้กับตนเอง
ปีนี้วงการสตรีมมิ่งภาพยนตร์ก็มีภาพที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้น เมื่อบรรดาผู้เล่นรายใหญ่กระเป๋าหนักอาทิ เน็ตฟลิกซ์ ดิสนีย์พลัส อเมซอนเอชบีโอ และฮูลู ต่างเปิดศึกทุ่มเม็ดเงินมหาศาลชิงภาพยนตร์ดังให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มของตนเอง หวังเป็นไม้ตายชิงฐานผู้ชมจากคู่แข่ง
สำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ขณะนี้ศึกชิงสิทธิ์ภาพยนตร์ระหว่างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง มีผู้กระโดดเข้าร่วมมากกว่าครึ่งโหล จนเงินสะพัดสูงมากในระดับที่สตูดิโอภาพยนตร์ อาทิ ยูนิเวอร์แซลพิกเจอร์ส, โซนี่ พิกเจอร์ส และพาราเมาต์ พิกเจอร์ส จะได้รับเงินกันไปมากถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีหรืออาจมากกว่านั้นในบางกรณี
นอกจากมูลค่าที่สูงขึ้นแล้ว การที่ผู้ผลิตภาพยนตร์รายใหญ่อย่างดิสนีย์ มีบริการสตรีมมิ่งเป็นของตนเอง อาจทำให้รูปแบบดีลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องรอให้ภาพยนตร์เข้าฉายในโรงก่อนเป็นเวลา 9 เดือน จึงจะเริ่มเผยแพร่บนแพลตฟอร์มของตนแบบเอ็กซ์คลูซีฟนาน 18 เดือน เพราะจากนี้ไปดิสนีย์ต้องหาคอนเทนต์ป้อนแพลตฟอร์มของตนเองด้วย
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเห็นได้แล้วคือ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางแห่งพยายามทาบทามสตูดิโอภาพยนตร์ให้ผลิตออริจินัลคอนเทนต์ให้กับตนเอง
“ตอนนี้วิธีคิดของทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เริ่มได้สิทธิ์ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ”
แหล่งข่าวรายนี้ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส, โซนี่ พิกเจอร์ส ได้เริ่มเจรจากับผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง สำหรับสิทธิ์ของภาพยนตร์ที่มีกำหนดฉายในปี 2565 แล้ว ส่วนพาราเมาต์ พิกเจอร์ส แม้จะมีภาพยนตร์ในมือ แต่ยังรอดูท่าทีไม่เริ่มการเจรจา เชื่อว่าจะรอผลดีลของเจ้าอื่น ๆ ก่อน
ด้านผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง ทั้งเอชบีโอและสตาร์ซ (Starz) ถูกกดดันหนักกว่ารายอื่น ๆ เนื่องจากต้องฟาดฟันกับคู่แข่งกระเป๋าหนักทั้งเน็ตฟลิกซ์และอเมซอน เพื่อรักษาสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ที่ถืออยู่เอาไว้ให้ได้ โดยเอชบีโอถือสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟของยูนิเวอร์แซลพิกเจอร์สซึ่งมีไลน์อัพภาพยนตร์ฮิตอาทิ ซีรีส์ ฟาสต์ แอนด์ ฟิวเรียส และจูราสสิก เวิลด์ ส่วนสตาร์ซถือสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟจากโซนี่ พิกเจอร์ส ทั้งเรื่องจูแมน จี้ และสไปเดอร์แมน
ส่วนเน็ตฟลิกซ์ปีนี้ต้องรุกหนักมากขึ้น เพราะเสียจุดแข็งในการเป็นสตรีมมิ่งรายแรกที่ได้หนังฟอร์มยักษ์จากดิสนีย์ทั้งอเวนเจอร์ : อินฟินิตี้วอร์, เมาน่า,อินเครดิเบิล 2 ฯลฯ หลังดิสนีย์ปฏิเสธไม่ต่อสัญญา เนื่องจากต้องการเก็บภาพยนตร์ใหม่ ๆ ไปลงให้กับแพลตฟอร์มดิสนีย์พลัสของตนเอง
ทั้งนี้ เน็ตฟลิกซ์ยังมีสัญญากับอิลลูมิเนชั่น สตูดิโอแอนิเมชั่นในเครือยูนิเวอร์แซล เจ้าของผลงาน DespicableMe รวมถึงผลงานแอนิเมชั่นจากโซนี่ หลังจากนี้ทั้ง 2 รายจะต้องตัดสินใจว่าจะแยกขายสิทธิ์เฉพาะภาพยนตร์แอนิเมชั่นต่อไป หรือจะปรับสัญญาเป็นการเหมาขายสิทธิ์รวมทั้งแอนิเมชั่นและภาพยนตร์ธรรมดาไปพร้อมกัน
เช่นเดียวกับ “คอมแคสต์” ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส และเพิ่งเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งของตนเองในชื่อพีค็อก ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะบริหารสิทธิ์ในมืออย่างไร ระหว่างขายให้กับคู่แข่งแต่ได้เงินก้อน หรือเก็บไว้ใช้กับแพลตฟอร์มของตัวเอง
ไม่ว่าผลการเจรจาของแต่ละเจ้าจะเป็นอย่างไร ปีนี้บรรดาผู้ผลิตภาพยนตร์น่าจะได้เม็ดเงินค่าลิขสิทธิ์กันแบบเป็นกอบเป็นกำแน่นอน