ส่อง ‘ราคา’ อาหารทางเลือกเทียบเนื้อสัตว์เทรนด์ Plant-base มาแรง บูมฟู้ดเทค
อุตสาหกรรมต่างๆนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมแบะความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในอุตสาหกรรมอาหารก็เช่นกัน เริ่มส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพสายอาหาร หรือที่เรียกว่า Food-Tech Startup (ฟู้ดเทค สตาร์ตอัพ) มากขึ้น เมื่อเป็น ‘สตาร์ตอัพ’ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และองค์ความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อนำมาต่อยอด และขยายตลาดจึงสำคัญ
ผู้สื่อข่าว ‘ประชาชาติธุรกิจ’รายงานว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ “NIA” ให้ความสำคัญกับการปั้นฟู้ดเทคสตาร์ตอัพผ่าน โครงการ SPACE-F โดยมียักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารของไทยและของโลก เช่น ‘ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป’ ให้การสนับสนุนด้วย ซึ่งรุ่นที่ 1 เพิ่งจบไป และกำลังเปิดรับรุ่นที่ 2 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนสตาร์ตอัพด้านอาหารในประเทศไทย
ตัวอย่างสตาร์ตอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ อาทิ Anrich3D 3D-Printing สำหรับการออกแบบโภชนาการอาหารรายบุคคล Let’s Plant Meat เนื้อจากพืชที่เหมาะกับอาหารเอเชีย Artificial Anything (EIS) เซ็นเซอร์ตรวจสอบคุณภาพในการผลิตเครื่องดื่ม Qualifresh เซ็นเซอร์ควบคุมอุณหภูมิการจัดเก็บและขนส่งสินค้าด้านอาหาร
Advanced Green Farm เทคโนโลยีการเพาะปลูกผำ/ไข่น้ำ พืชตระกูลแหนโปรตีนสูง More Meat เนื้อจากพืชที่ส่งตรงถึงร้านอาหารและผู้บริโภค และ Sesamilk นมทางเลือกผลิตจากงาสตาร์ตอัพสาย ‘ฟู้ดเทค’ เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะอาหารถือเป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต
ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างประชากรในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ซึ่งนักการตลาดมองว่าประชากรกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจึงมีศักยภาพในเชิงธุรกิจ บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารต่างตื่นตัวในการปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์นี่และเริ่มให้ความสำคัญกับ ลงทุนใน ‘ฟู้ดเทค สตาร์ตอัพ’ ที่คิดค้นพัฒนาอาหารทางเลือกจากพืช (plant-based foods) นมทางเลือกจากพืช (plant-based milk) รวมถึงวิธีการเก็บรักษาอาหารให้นานขึ้น
สาเหตุที่ทำให้ตลาดอาหารกลุ่มทางเลือกได้รับความนิยม เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ รวมถึงหลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าเจาะลงไปที่อาหารสำหรับผู้สูงวัย มีข้อมูลจาก Global Market Insight รายงานว่า ในปี 2561 ตลาดอาหารสำหรับผู้สูงอายุ มีมูลค่ากว่า 13,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2562-2568 จะเติบโตสูงถึง 4.7 % จึงนับเป็นโอกาสสำคัญ
นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยยังมองว่าอาหารทางเลือกจาก ‘พืช’นอกจากตอบโจทย์เรื่องสุขภาพแล้วยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยในระยะยาว
รายงานข่าวระบุว่าบริษัท คิวพี ผู้นำด้านการผลิตอาหารเด็ก และมายองเนส ก็หันมารุกตลาดอาหารสำหรับผู้สูงวัย เนื่องจากพบว่าผู้สูงอายุจะมักมีปัญหาในเรื่องเหงือก และฟัน รวมถึงระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย
ทั้งยังเดินทางไปซื้ออาหารนอกบ้านลำบาก
บริษัทจึงใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ผลิตสินค้าที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม บดเคี้ยวและกลืนง่าย โดยวัตถุดิบที่ใช้จะเป็นปลาและผักเพื่อช่วยให้ย่อยง่าย และนอกจากจะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามซูปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าทั่วไปแล้ว ยังมีบริการเดลิเวอรี่จัดส่งถึงบ้านอีกด้วย เป็นต้น
จากการสำรวจราคาอาหารทางเลือกพบว่าจะมีราคาสูงกว่าอาหารทั่วไป เช่น หมูเนื้อแดง มีราคาเฉลี่ย 145-150 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาเนื้อเทียมจากฟู้ดเทคสตาร์ตอัพสัญชาติไทย ภายใต้แบรนด์ “Let’s Plant Meat”วางจำหน่ายอยู่ที่ 89 บาท ต่อ 200 กรัม เช่นเดียวกับ ‘นม’ทางเลือกที่ผลิตจากงาจากฝีมือฟู้ดเทคไทยเช่นกัน ที่วางขายภายใต้แบรนด์ “เซซามิลค์” วางขายอยู่ที่ขนาด 200 มิลลิลิตร ราคาเฉลี่ย 35 บาท และ 1 ลิตร ราคา 129 บาท
ขณะที่ราคาของนมวัว UHT แบรนด์ต่างๆ ราคาเฉลี่ยกล่องละ 10-12บาท ต่อ 180-225 มิลลิลิตรและ 1 ลิตร ราคาประมาณ 46-49 บาท เป็นต้น อาหารทางเลือกจากพืชในตลาดไทยถือว่ามีราคาค่อนข้างสูง กลุ่มเป็นกลุ่มที่ต้องมีกำลังซื้อ เช่น กลุ่มมังสวิรัติ, ผู้สูงอายุ และผู้ที่รักสุขภาพ
นอกจาก ‘รสชาติ’แล้ว ‘ราราคา’จึงเป็นโจทย์สำคัญของบรรดา ฟู้ดเทคสตาร์ตอัพทั้งหลาย หากต้องการขยายตลาดให้กว้างขึ้น

