เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รามาธิบดี เปิดผลผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม่สู่ลูกด้วยหุ่นยนต์
Biz Movement รามาธิบดี เปิดผลผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม่สู่ลูกด้วยหุ่นยนต์
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
Business 15 ปี “IKEA” กางแผนรุกสโตร์ไซส์เล็ก ชู “ชุดครัว-จัดระเบียบบ้าน” 
‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
World ‘คีชา แลนซ์ บอตทอมส์’ หญิงผิวดำคนแรก ชนะเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสหรัฐ
บุญรอด สปีดตลาดน็อนแอลฯเกาหลีโค้งท้ายปี’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
Business บุญรอด สปีดตลาดน็อนแอลฯเกาหลีโค้งท้ายปี’69 อัดอีเวนต์-โฆษณา ดันโซดาสิงห์
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสาน-ต่อยอด ‘ประกวดผ้าลายพระราชทาน’
หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
Finance หลบความผันผวนโลก ตั้งรับด้วยธีม Laggard & Earnings Play
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
World เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.เดโมแครตพาเหรดพลิกขั้วเก่า-โค่นแชมป์ “เท็กซัส” รอบ 30 ปี
เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
Finance เอกนิติ ชี้ต้องเปลี่ยน K-Shape เป็น V-Shape จ่อประกาศรีฟอร์มคลังด้วย ‘STI DEE’ 11 พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า การเมืองในปท.-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

27 ก.ย. 2563 | 08:14น.
เงินบาท-ดอลลาร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงตามปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ จับตาปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ การพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19

วันที่ 27 กันยายน 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทลดช่วงอ่อนค่าบางส่วน หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนที่ 31.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงเกือบตลอดสัปดาห์สอดคล้องกับแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในภูมิภาค ประกอบกับตลาดรอติดตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังข้อมูล PMI เดือนก.ย. ของสหรัฐฯ และยูโรโซนมีสัญญาณอ่อนแอ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป อย่างไรก็ดีกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทจำกัดลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามหลายปัจจัยสำคัญในสัปดาห์ถัดไป

ในวันศุกร์ (25 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.63 เทียบกับระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ก.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 ก.ย.-2 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การดีเบตครั้งแรกของคู่ชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการเจรจาดีล BREXIT ระหว่างยุโรปและอังกฤษ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคลและ Core PCE Price Index เดือนส.ค. รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/63 (final) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.ย. ของจีน และปัจจัยทางการเมืองของไทยด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,244.94 จุด ลดลง 3.37% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 47,056.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.97% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.96% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 316.67 จุด

หุ้นไทยปรับตัวลงตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ อาทิ สถานการณ์การเมืองในประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศที่ยังคงรุนแรงและอาจส่งผลให้บางประเทศต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มที่กดดันตลาดหุ้นไทยมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ได่แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (28 ก.ย. – 2 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,235 และ 1,220 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,260 และ 1,270 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ การพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/63 รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนส.ค. รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิต และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย. ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนส.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน