เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“สมชัย” แม่ทัพ “เอไอเอส” ผู้นำองค์กรธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

01 ต.ค. 2563 | 14:31น.

องค์กรที่ก้าวผ่าน 3 ทศวรรษ สู่ปีที่ 30 มาได้อย่างแข็งแรงจนขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจที่ได้ชื่อว่าขับเคี่ยวกันอย่างรุนแรงที่สุดธุรกิจหนึ่ง บุกเบิก แข่งขัน ผ่านร้อนผ่านหนาวฝ่าวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่ามาถึงวันนี้ จนมีมาร์เก็ตแคปทะลุ 6-7 แสนล้านบาทได้ย่อมไม่ธรรมดา ตั้งแต่ทีมงาน คณะผู้บริหาร และผู้นำองค์กรที่ขับเคลื่อน ผลักดัน “เอไอเอส” ให้มายืนอยู่จุดนี้ได้

“สมชัย เลิศสุทธิวงค์” ซีอีโอคนปัจจุบันย้ำเสมอว่า “ความสำเร็จของเอไอเอสมาจาก “คน” ไม่ใช่เงินทอง หรือเทคโนโลยี พร้อมยกตัวอย่างว่า “เอไอเอส” เริ่มต้นจากการมีคลื่น 17.5 MHz คู่แข่งมี 75 MHzเปรียบกับนำนักมวยรุ่น “เฮฟวี่เวต” มาชกกับ “ไลท์เวต” แต่ผ่านมาได้โดยบริหารจัดการทรัพยากรคลื่นที่น้อยกว่า แต่ทำให้ได้ผลลัพธ์มากกว่าได้เพราะการทำงานหนักของทีมงาน

ถึงอย่างนั้นก็รู้ดีว่า การรักษาความสำเร็จท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง การเตรียม “คน” ให้พร้อมอยู่เสมอจึงสำคัญและยาก และว่าในฐานะ “ผู้นำ” ที่ต้องมองไกลไปกว่าปัจจุบันจำเป็นต้องทำ และนำองค์กรก้าวข้ามกับดักความสำเร็จให้ได้ นำไปสู่การเปลี่ยนหลายสิ่ง วัฒนธรรมองค์กรล่าสุด บนคำ 3 คำ “fit-fun-fair” น่าจะสะท้อนสิ่งที่เขาอยากให้เป็นได้กับเป้าหมายสู่ “ดิจิทัลเซอร์วิสโพรไวเดอร์”

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “สมชัย” อีกครั้งในโอกาสครบ 30 ปีวันที่ 1 ต.ค. 2563 อะไรทำให้ “เขา” ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ “ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา”

ทั้งที่บอกมาตลอดว่าเป็นนักฟัง และนักทำ มากกว่า “นักอ่าน” องค์กร “ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา”

“สมชัย” บอกว่า สาเหตุที่ลุกขึ้นมาเขียนหนังสือก็เพื่อบันทึกเรื่องราวของบริษัท ประวัติโทรคมนาคมไทยผ่านเรื่องราวการทำงานของตนเองในองค์กร ซึ่งเริ่มจากพนักงานธรรมดา ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเติบโตบนเส้นทางของผู้บริหารมืออาชีพ และที่ตั้งชื่อหนังสือว่า “ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา” ไม่ใช่เพราะเป็นคำเท่ หรือเพื่อความสละสลวยให้คนสนใจ

แต่เพราะ “เอไอเอส” เป็นบริษัทธรรมดาบริษัทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่ทำไมแข็งแกร่งขึ้นมาได้ ทำไม “หุ้น” ถึงดี ย่อมมีความ “ไม่ธรรมดา”

“หนังสือเล่มนี้จะบอกพื้นฐานในการทำงานของเอไอเอสว่า เรามีหลักคิดอย่างไรในการทำธุรกิจ และเป็นองค์กรที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถได้แสดงฝีมือ มีตัวอย่างจากตัวผมเองที่มาจากพนักงานตอกบัตรธรรมดาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว”

ทำงานอย่างไร ? จะให้ผลลัพธ์ “ไม่ธรรมดา”

นอกจากเล่าประวัติบริษัทผ่านชีวิตการทำงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่แล้ว “สมชัย” ยังถือโอกาสทำบุญด้วย โดยนำรายได้จากการขายหนังสือบริจาคให้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว

“โรงพยาบาลได้สร้างตึกใหม่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่มาก เลยอยากใช้เงินส่วนนี้มาสนับสนุน”

เส้นทางซีอีโอ 23 ปี

“สมชัย” ย้ายจากกลุ่มอินทัช (บริษัทแม่ของเอไอเอส) มาทำงานที่ “เอไอเอส” เริ่มต้นจากแผนกธุรกิจสัมพันธ์ ซึ่งต้องติดต่อกับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท. หรือทีโอทีในปัจจุบัน) คู่สัญญา สัมปทาน จากนั้นย้ายไปหน่วยงานการตลาดดูแลบริการเสริมต่าง ๆ (ปั้นข่าวด่วนผ่านเอสเอ็มเอสหรือฮอตนิวส์ และบริการเสียงรอสายหรือคอลลิ่งเมโลดี้ จนเป็นที่รู้จัก)และเปลี่ยนอีกรอบมาดูแลงานการตลาด

“23 ปีในเอไอเอสถือว่าไม่นานเลย ผมยังรู้สึกเหมือนเพิ่งมาทำงานเมื่อวาน 23 ปีแม้ไม่เปลี่ยนบริษัท แต่งานเปลี่ยนตลอดแทบทุก 5-6 ปี ซึ่งไม่เหมือนกันเลยงานธุรกิจสัมพันธ์เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะอย่างหนึ่ง บริการเสริมก็ใช้อีกทักษะ เช่นกันกับการตลาด”

สำหรับเขาเป็นความท้าทาย เพราะเท่ากับได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

“หลายคนเวลาเปลี่ยนงานจะกลัว แต่ผมมีความสุขเพราะได้เจอสิ่งใหม่ตลอด เวลาเปลี่ยนงานหรือได้ทำอะไรใหม่ช่วงปีแรกเป็นช่วงการเรียนรู้ ปีที่ 2 เป็นช่วงลองผิดลองถูก พอปีที่ 3 จะไม่ผิดแล้ว และจะรู้แล้วว่าทำได้หรือไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าได้รับมอบหมายให้ทำสิ่งใหม่ ๆ จึงอย่าไปกลัว”

แต่ให้คิดว่าเป็นโอกาสให้ได้เรียนรู้ เป็นประสบการณ์ที่จะหาไม่ได้ ถ้าไม่ได้ “ทำงาน” และว่า “การจะเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรใด ๆ ได้ต้องมีความรอบรู้ในหลากหลายองค์ความรู้”

คิดแบบเจ้าของทำแบบมืออาชีพ

สมชัยบอกว่า องค์กรใหญ่มี 2 แบบ อย่างแรกคือ องค์กรที่มีเจ้าของ อีกแบบคือ องค์กรมืออาชีพ เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯแบบ “เอไอเอส” ซึ่งแบบหลังจะพยายามสรรหาคนที่มีความสามารถมาทำงานให้ โดยองค์กรมืออาชีพจะเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีความรู้ความสามารถแสดงฝีมือและเติบโต ซึ่งองค์กรทั้งสองแบบต่างมีข้อดีและข้อเสีย เช่น ข้อดีขององค์กรมืออาชีพจะมีแพตเทิร์นชัดเจน ทำงานให้เห็นและจับผลงาน ไม่ต้องประจบเอาใจใคร แต่ข้อเสียก็มี เช่น การตัดสินใจอาจช้ากว่าองค์กรแบบที่มีเจ้าของสไตล์การทำงานของเขาจะผสมผสานกันในแบบ “คิดแบบเจ้าของแต่ทำแบบมืออาชีพ”

“เราเป็นบริษัทธรรมดา เมื่อ 30 ปีที่แล้วไม่มีใครคิดว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ อาจด้วยเหตุผล 2 อย่าง คือ 1.เทคโนโลยี และ 2.ความจำเป็นของมือถือ อาจถือเป็นโชคดีของเราแต่ผมเชื่อว่านอกจากโชคดีแล้ว ความไม่ธรรมดาของเราเกิดจากการทำงานของผู้บริหารทุกยุค ไม่ใช่เฉพาะผม ตั้งแต่ผู้ก่อตั้งและมืออาชีพ ตั้งแต่คุณบุญคลี คุณอารักษ์ คุณสมประสงค์ คุณวิกรม คุณวิเชียร ทุกคนมีส่วนในการสร้างตำนานทำให้บริษัทห้องแถวเล็ก ๆ ขึ้นมาเป็นบริษัทใหญ่ได้”

ส่งไม้ต่อองค์กรคนรุ่นใหม่

“สมชัย” ทิ้งท้ายด้วยว่า ผมเคยพูดว่าวันที่มีความสุขที่สุดจากการทำงาน23 ปี คือ วันที่ 12 ก.พ. 2563 (วันประมูลคลื่น 5G ได้) เพราะที่ผ่านมาเอไอเอสต้องทำงานด้วยความยากลำบากจากการ

มีคลื่นจำกัด เมื่อกลายเป็นผู้ที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศไทยจึงยิ่งมั่นใจได้ว่าจะส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าต่อได้ ทั้งประกาศลงทุนต่อเนื่องอีกกว่า 3.5 หมื่นล้านบาทเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย

“ผมกล้าพูดว่าโอเปอเรเตอร์ลงทุน 5G วันนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองเลย ถ้าเพื่อตัวเองรออีก 2 ปีค่อยทำ แต่เราทำเพื่อสังคม เพื่อประเทศ เพราะ 5G จะเป็นตัวสร้างความแตกต่างให้อีอีซีดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนได้”

และว่าอีก 2 ปีก่อนเกษียณจะเป็นช่วงการเตรียมผลักดัน และเตรียมคนรุ่นใหม่มารับไม้ต่อ เพราะเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ยังไงต้องเก่งกว่าคนรุ่นเก่า

“สิ่งที่เอไอเอสอยากทำให้ประเทศไทยมาก ๆ คือ ดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับคนไทยทุกคนได้มีโอกาสใช้ ให้ธุรกิจต่าง ๆ ก็หวังว่าเราจะทำสิ่งที่เราฝันให้เป็นจริงให้กับคนไทย ให้สังคมไทยได้”