เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60% ‘กรุงเทพฯ’ ฝน 40% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ก.ค.) ‘ภาคใต้’ ฝน 60% ‘กรุงเทพฯ’ ฝน 40% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.24% อยู่ที่ 64,782 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
Business ปั้น ‘เมืองทอง’ ฮับไมซ์ เปิดทางดึงอีสปอร์ต–อีเวนต์โลก
INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
Biz Movement INNOPOWER ผนึก Triple Dot รุก Data-AI ยกระดับภาคอุตสาหกรรม
ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 “STILL ON MY MIND
สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
เศรษฐกิจภูมิภาค สงขลาวาง 3 มาตรการ แก้รถติดด่านสะเดาใหม่ ฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด่านนอก
‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
Business ‘เนื้อแท้’ แจงวิกฤตกระแสเงินสด รับขยายสาขาเร็วเกินไป เคลียร์เงินเดือนครบแล้ว
คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
Economic คจร.เคาะแผนแก้ปัญหารถติด “ถนนวิทยุ-พระรามที่ 4”
สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
Uncategorized สสส. – DPU – สอศ. ปั้นเยาวชนอาชีวะสู่นักสื่อสารสุขภาวะ
ดูทั้งหมด

‘ซีอีโอ AIS’ ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ แพลตฟอร์มดิจิทัลสู่เวอร์ชวลแบงก์

29 พ.ค. 2569 | 10:02น.
ปรัธนา ลีลพนัง

ช่วงเวลากว่า 30 ปีของ บมจ.แอดวานซ์ เซอร์วิส หรือ AIS ที่เรียกได้ว่า “บุกเบิก” โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ในวันนั้น AIS คือสัญลักษณ์และภาพจำของเทคโนโลยีในโลกใหม่ “โลกาภิวัตน์”

แต่วันนี้ AIS อาจไม่ใช่ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล-แพลตฟอร์ม ที่ท้าทายจุดยืนของบริษัทโทรคมนาคมแบบดั้งเดิมทั่วโลก

โมเดลธุรกิจแบบขายซิม ค่าโทร. ค่าเน็ต ไปต่อได้ยากด้วยทุนการบริหารโครงข่ายสูงตามการใช้ที่เพิ่มขึ้น มาร์จิ้นต่ำ และผู้ใช้งานเริ่มจะจำกัดแตะเพดาน

ภาพของโทรคมนาคมทั่วโลกในทศวรรษที่ผ่านมาเผชิญหน้ากับกำไรที่หดหาย บางรายล้มเหลว และจบที่การควบรวมกิจการ ภาพการแข่งขันดุเดือดในช่วงบุกเบิกยุคโลกาภิวัตน์ แปรกลับสู่การผูกขาดอีกครั้ง

แม้ว่าภาพของผลประกอบการ AIS จะยังสวยงามกำไรกว่าหมื่นล้านบาทต่อปีมาต่อเนื่องหลายปี แต่เบื้องลึกแล้วแลกมาด้วยการบริหารจัดการโครงข่ายที่สาหัส และการดิ้นรนหารายได้ใหม่ ๆ มาทดแทนโมเดลธุรกิจเดิมที่กำลังถึงทางตัน

การแสวงหาจุดยืนใหม่ในโลกเทคโนโลยีที่หมุนเร็ว เป็นโจทย์สำคัญที่ AIS จะส่งมอบความก้าวหน้าจากยุคโทรคมนาคมสู่เทคโนโลยียุคถัดไปได้

การก้าวขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอ AIS คนใหม่ของ “ปรัธนา ลีลพนัง” ต่อจาก สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ที่กุมบังเหียนมานานกว่า 11 ปี คือสัญญาณการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ในจังหวะที่ธุรกิจสื่อสารแบบดั้งเดิมเดินมาถึงจุดที่เติบโตได้ยาก จุดตัดของทศวรรษใหม่ ยุคของดิจิทัลแพลตฟอร์ม-ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ยุทธศาสตร์ “ครองใจลูกค้าเดิม”

“ปรัธนา” ได้บอกชัดว่า โทรคมนาคมไม่สามารถขายซิม ขายสัญญาณได้อีก และโครงข่ายไม่สามารถประมวลผลหรือคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง จะเป็นเพียง “ท่อส่งข้อมูล” (Dumb Pipe) ที่ไร้มูลค่าเพิ่ม จึงต้องปรับโครงสร้าง ถ้าไม่ปรับถึงขั้นเจ๊งได้

“ภาพการแข่งขันในวันนี้ไม่ใช่การชิงฐานลูกค้าใหม่ เนื่องจากจำนวนเบอร์โทรศัพท์ในประเทศมีถึง 95 ล้านเลขหมาย เกินกว่าจำนวนประชากรไปแล้ว แต่เป็นการแข่งขันเพื่อ “ครองใจลูกค้าเดิม” ผ่านคุณภาพเครือข่าย และความคุ้มค่าจากการนำเสนอสิทธิประโยชน์ และการบริการอัจฉริยะรูปแบบใหม่ ๆ”

ดังนั้นเป็นเหตุผลสำคัญที่ AIS ต้องยกเครื่องโครงข่ายและบริการให้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากปีละ 2-2.5 หมื่นล้านบาท เป็นปีละ 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Intelligence Infrastructure” รองรับภาพของอนาคตที่วิทยาการข้อมูลและเทคโนโลยีเอไอจะหยั่งรากไปทุกธุรกิจ

จิ๊กซอว์ของโลกใหม่

“ปรัธนา” ชี้ให้เห็นว่า AIS ต้องเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ให้บริการเครือข่ายพื้นฐาน” สู่การเป็น “ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ” (Intelligent Infrastructure)

ด้วยแนวโน้มการใช้งานดาต้าอินเตอร์เน็ตจะเพิ่มสูงขึ้นแต่เปลี่ยนจากการดาวน์โหลดสู่การอัพโหลด เป็นผลพวงมาจากการใช้ “เอไอ” อย่างแพร่หลาย และการ “ไลฟ์สตรีม” วิดีโอเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้งานโครงข่ายเพิ่มขึ้น

“แนวโน้มการใช้งาน Data เพื่ออัพโหลดข้อมูลโตปีละ 5% และคาดว่าปีนี้จะเติบโต 10-15% จากการเข้ามาของ AI ที่ไม่ใช่แค่เพียงการบริโภคเนื้อหา แต่รวมถึงการส่งข้อมูลขึ้นระบบ Cloud เพื่อประมวลผลและการไลฟ์วิดีโอ”

โจทย์ใหญ่คือเราจะรักษาโครงข่ายเดิมที่ดีอยู่แล้วนี้ไว้ และต้องขยายโครงข่าย “ยุคใหม่” เพิ่มเพื่อรองรับบริการรูปแบบใหม่ ๆ อย่างการใช้เอไอ ซึ่งต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับสูง และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ไว้ให้ได้ด้วย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นควบคู่กับการขยายโครงข่าย คือการสร้าง “แพลตฟอร์ม” สำหรับบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ ที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าในอนาคต ซึ่งต้อง “สร้าง” ขึ้นบนโครงข่ายไร้สายที่ดี เน็ตบ้านที่ดี ดาต้าเซ็นเตอร์ และเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่ครอบคลุม ที่ AIS กำลังปรับโฉมใหม่อย่างต่อเนื่อง

เสริมแกร่งแพลตฟอร์มดิจิทัลตรึงลูกค้า

การเสริมแกร่ง “แพลตฟอร์มดิจิทัล” เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การแข่งขันในปัจจุบัน ที่ลูกค้ามีจำกัด ต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ ด้วยบริการอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่

ในยุคที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อ “ความสะดวกและคุณภาพ” นี้ AIS จึงวางหมากเป็น Content Aggregator เบอร์หนึ่งเพื่อสร้างความต่างและเพิ่ม ARPU โดยรวบรวมสุดยอดคอนเทนต์มาไว้ในแพ็กเกจเดียว

เช่น Premium Global Entertainment: พันธมิตรระดับโลกอย่าง Disney, HBO และ Viu หรือการครองสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬามหาชน ทั้งฟุตบอล EPL, Thai League, บาสเกตบอล NBA และกอล์ฟระดับโลก LPGA/PGA

การรวมคอนเทนต์ระดับแม่เหล็กไว้ในที่เดียวคือกลยุทธ์การสร้าง “กำแพงความพึงพอใจ” ที่ทำให้ลูกค้าย้ายค่ายได้ยากขึ้น และเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดรายได้สูงสุด

เอไอ-ดาต้าเซ็นเตอร์

ผู้บริหารใหญ่ AIS ย้ำว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่รับ-ส่งสัญญาณ แต่ต้องมีความฉลาดและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ การเพิ่มลงทุน 3.5 หมื่นล้าน ประกอบด้วย

1.Wireless Infrastructure การพัฒนา 5G และ 5G Advance

2.Wired Infrastructure การขยายโครงข่าย Fixed Broadband (Fiber)

3.International Connectivity การเชื่อมต่อระหว่างประเทศผ่านสายเคเบิลใต้ดิน และใต้น้ำ (Subsea Cable) โดยมีพันธมิตรทางยุทธศาสตร์อย่าง Singtel ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค

4.Data Center รองรับความต้องการประมวลผลข้อมูลระดับโลก

และ 5.Platform Infrastructure พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อต่อยอดการใช้งานบนเครือข่าย

“การขยายไปสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ของเรา คือการร่วมทุนของเอไอเอสกัลฟ์ และสิงเทล ภายใต้บริษัท GSA ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเอไอเอสจะโพรวายด์คอนเน็กทิวิตี้ในประเทศ และออกไปสู่โกลบอล ส่วนสิงเทลจะโพรวายด์โกลบอลเน็ตเวิร์กที่เป็นเน็ตเวิร์กของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศอย่างเดียว ส่วนกัลฟ์ชัดเจนว่า คือเรื่องพลังงานที่สำคัญมาก ๆ เรายังเปิด Sovereign Cloud ในไทยเป็นครั้งแรกที่เป็นไฮเปอร์สเกลเลอร์ด้วย”

“การเปิดตัว Sovereign Cloud ในไทยถือเป็นจุดขายสำคัญ สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูงสุดระดับ Hyperscaler ในพื้นที่ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทเทคระดับโลก” และมีโรดแมป ที่จะขยายกำลังของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จาก 26 เมกะวัตต์ ก้าวกระโดดสู่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2027

จากเอไอสู่เวอร์ชวลแบงก์

อีกหนึ่งตัวอย่างรูปธรรมในการเชื่อมต่อโครงข่าย Intelligence Infastructure รวมถึงคลาวด์-เอไอ เข้าสู่บริการในยุคใหม่คือการผนึกพันธมิตรก่อตั้ง “ธนาคารไร้สาขา” หรือเวอร์ชวลแบงก์

จากการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย OR และกลุ่ม Gulf ที่จะคิกออฟในเดือน มิ.ย.นี้ ด้วยว่าจะเป็นบริการที่เข้ามาเสริมประโยชน์จากโครงข่ายยุคใหม่ที่บริษัทลงทุน ทั้งมือถือ, ไฟเบอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ

ในฝังของ AIS ซึ่งกำลังใช้เทคโนโลยีเอไอเข้ามาขับเคลื่อนทั้งในฝั่ง Back-end เพื่อทำ Autonomous Network ในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรอัจฉริยะ แต่ในด้านการเชื่อมโยงความสามารถของทั้งหมดที่กล่าวมา จะทำให้ AIS ใช้โครงข่าย-เอไอใน Front-end วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า 50 ล้านบัญชีเพื่อ Personalization และเป็น “แหล่งข้อมูล” สำคัญสำหรับธุรกิจการเงิน หรือเวอร์ชวลแบงก์

“AIS มีข้อมูลจำนวนมหาศาลจากการใช้งานโครงข่ายของลูกค้า ซึ่งจะเข้าไปเสริมความต้องการได้เฉพาะเจาะจง และการสร้างเวอร์ชวลแบงก์เป็นไปเพื่อตอบสนองกลุ่ม Underserve เน้นการสร้างการเข้าถึง (Inclusion) สำหรับลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินได้ยากหรือมีต้นทุนสูง โดยใช้ฐานข้อมูล และเครือข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งบริการทางเทคโนโลยีบางอย่างในอนาคตอาจต้องพึ่งพาบริการการเงิน เรามองว่าเวอร์ชวลแบงก์จะเข้ามาเสริมความต้องการให้ลูกค้ามากกว่าที่จะทำรายได้โดยตรง”

“เวอร์ชวลแบงก์” เป็นเส้นขอบ “พรมแดนใหม่” ของ AIS ที่กำลังเคลื่อนผ่านจาก “โทรคมนาคมดั้งเดิม” สู่โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ที่จะหยั่งรากไปยังทุกส่วนของโลกเศรษฐกิจในยุคใหม่