Q4 รับสร้างบ้านคึกเศรษฐีช็อปกระจายปลุกมู้ดลงทุน
รับสร้างบ้านและวัสดุเอ็กซ์โป 2020 จบสวย คาดออร์เดอร์ในงานโต 5% อยู่ที่ 3,100 ล้าน เผยกำลังซื้อตลาดกลาง-ล่างเบาหวิว เศรษฐีสร้างบ้านหรูแห่ช็อปกระจายหลังละ 10-50-100 ล้าน ดันค่าเฉลี่ยสร้างบ้านสูงถึง 10 ล้าน ผู้ประกอบการใจชื้นตุนยอด-ตุนงานถึงกลางปีหน้า ชง 6 ข้อเสนอขอแพ็กเกจกระตุ้น “ปราโมทย์” เซลไอเดียดึงเงินกองทุนประกันสังคม 1 หมื่นล้าน สร้างฐานเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านแบงก์รัฐ
นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน หรือ HBA-Home Builder Association เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมเพิ่งเสร็จสิ้นการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2020” วันที่ 1-4 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ถือว่ามีผลตอบรับดีเกินคาดตลอด 4 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมเกือบ 10,000 คน จำนวนใกล้เคียงกับการจัดงานช่วงปกติ โดยมียอดออร์เดอร์สร้างบ้านโต 5% จำนวน 3,100 ล้านบาท แสดงถึงยังมีโอกาสเติบโตได้ดีอยู่เมื่อเทียบกับตลาดบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม

เศรษฐีทุบไหขนเงินสร้างบ้าน
“สิ่งน่าสังเกตที่มองเห็น คือ ราคาสร้างบ้านเฉลี่ยต่อหลังสูงขึ้น เดิมสัดส่วนใหญ่จะโฟกัสราคา 3-5 ล้านบาท แต่ในงานครั้งนี้มีสัดส่วนน้อยลง และไปเพิ่มการจองบ้านราคาสูง 50-60 ล้านบาท หลังแพงสุดแตะ 100 ล้าน ทำให้ราคาเฉลี่ยทั้งงานสูงขึ้นเป็น 10 ล้านบาท/ออร์เดอร์ภายในงานนี้ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงล็อกดาวน์ในครึ่งปีแรก ภาวะการตัดสินใจสร้างบ้านหยุดชะงัก แต่กำลังซื้อไม่ได้หายไปไหน อาจเป็นเพราะบ้านแพงส่วนมากใช้เงินสด ประกอบกับช่วงปลายปีที่เป็นไฮซีซั่นอยู่แล้ว เป็นจังหวะการแข่งขันจัดโปรโมชั่นจึงเป็นโอกาสของผู้บริโภค ทั้งด้านราคา วัสดุ และของแถมจำนวนมาก”
ความคึกคักจากการจัดงานล่าสุด ทำให้เป็นปัจจัยบวกที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมสามารถตุนออร์เดอร์สร้างบ้านไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรก 2564 แล้ว ขณะเดียวกัน ตอนต้นปีประเมินตลาดรวมโตเล็กน้อยอยู่ที่ 12,500 ล้านบาท ภายใต้สถานการณ์โควิดทำให้มีข้อวิตกว่าตลาดจะหดตัวแรง แต่หลังจากการจัดงานมีข้อบ่งชี้ว่ากำลังซื้อกลุ่มบ้านราคาสูงมีอยู่จำนวนมาก จึงคาดว่าภายในสิ้นปี 2563 ตลาดรวมน่าจะทรงตัวคือทำได้ 12,500 ล้านบาทตามเป้าที่เคยมองไว้
ปกติ HBA จัดงานเอ็กซ์โปปีละ 2 ครั้งในเดือนมีนาคมกับตุลาคม โดยครั้งล่าสุดมีการลดพื้นที่จัดงานจาก 5,000 ตารางเมตร เหลือ 4,000 ตารางเมตร เพราะไม่มั่นใจยุคโควิด สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมีปรากฏการณ์พื้นที่ไม่เพียงพอ เพราะปีนี้มีบริษัทรับสร้างบ้านต่างจังหวัดมาร่วมออกบูทมากขึ้น รวมทั้งค่ายวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งซึ่งปกติร่วมออกบูทในงานมหกรรมบ้านและคอนโด แต่ปีนี้ก็ไม่ได้จัด ดังนั้น จึงสนใจเข้ามาร่วมออกบูทมากเป็นพิเศษ
ดังนั้น เทรนด์การจัดงานรับสร้างบ้านเอ็กซ์โปครั้งต่อไปที่จะจัดในเดือนมีนาคม 2564 คาดว่าจะกลับมาใช้พื้นที่ 5,000 ตารางเมตรเท่าเดิม เพื่อรองรับผู้ประกอบการรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บริษัทวัสดุก่อสร้างและของตกแต่ง การเคหะแห่งชาติที่เป็นพันธมิตรมาร่วมออกบูทด้วย คาดว่าน่าจะทำยอดออร์เดอร์สร้างบ้านในงานเติบโตได้ 10% จากปกติมีออร์เดอร์ 2,000-2,500 ล้านบาทในช่วงต้นปีเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น
“จังหวะไตรมาสสุดท้ายจากงานเรา ผมไม่ได้ตั้งเป้ารายได้เป็นหลักแต่ต้องการดูเซนติเมนต์ตลาด สิ่งที่ลูกค้าต้องการ 1.โปรโมชั่น 2.ราคาโดนใจ นั่นคือได้ของคุ้มค่าในราคาถูกลง จึงเป็นจังหวะที่น่าสร้างบ้านมากที่สุด โดยหลังงานมีผู้ประกอบการยังต่ออายุโปรโมชั่นในงานไปจบสิ้นปี 2563”
ชง 6 ข้อขอตัวช่วยจากรัฐ
นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นส่วนหนึ่งของภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีตลาดรวม 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นตลาดรับสร้างบ้าน 2 แสนล้านบาท จึงเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้ โดยสมาคมได้ขอความช่วยเหลือมาตรการกระตุ้นสร้างบ้าน 6 ข้อ คือ 1.มาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ให้หักลดหย่อนได้ 1 แสนบาท โดยทยอยลดหย่อนใน 3-4 ปี เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างบ้านมากขึ้น เท่ากับเป็นการนำเงินเข้าระบบเศรษฐกิจโดยตรง
2.สร้างมาตรฐานผู้ประกอบการด้วยการจัดระเบียบผู้รับเหมากับรับสร้างบ้านให้มีใบอนุญาตเหมือนกับวิชาชีพอื่น ๆ จะลดภาระผู้รับเหมาทิ้งงาน ผู้บริโภคสร้างบ้านแต่ไม่ได้บ้าน หรือได้บ้านไม่มีมาตรฐาน 3.ปัญหาขาดแคลนแรงงานอาชีวะยังมีความต้องการสูงในภาคก่อสร้าง โดยสมาคมทำทวิภาคีกับสถาบันการศึกษาแต่ไม่มีงบประมาณมาอุดหนุน ข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบฯ 5,000 ล้านบาทให้กับโครงการที่ผลิตหลักสูตรนักศึกษาช่างก่อสร้างและช่างที่เกี่ยวเนื่อง ในภาพใหญ่จะได้อานิสงส์ไปถึงเซ็กเตอร์อสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม
4.เสนอขอให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับเจ้าของที่ดินขนาดไม่เกิน 200 ตารางวาแรกไม่ต้องจ่ายภาษีที่ดิน เพื่อแบ่งเบาภาระในการถือครองที่ดินระหว่างรอการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง 5.ลูกค้าสร้างบ้าน 50% ยังพึ่งเงินกู้ ดังนั้น จึงเสนอขอให้รัฐบาลจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านโดยเฉพาะ6.ขอให้ปลดล็อกเกณฑ์มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งยังมีข้อจำกัดว่าสิทธิประโยชน์มีการ “ยกเว้น” สำหรับลูกค้ารับสร้างบ้าน ข้อเสนอคือขอให้ลูกค้ารับสร้างบ้านมีสิทธิประโยชน์เทียบเท่าการซื้อบ้านในโครงการจัดสรร
ดึงประกันสังคมครีเอตเงินกู้
นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานกรรมการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด และนายกสมาคมคนแรกเมื่อ 17 ปีที่แล้ว กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า มีข้อเสนอด้านการเงินลูกค้าสร้างบ้านที่มีการพึ่งสินเชื่อในสัดส่วนสูง โดยรัฐบาลพิจารณาให้กองทุนประกันสังคมนำเงินก้อนหนึ่งวงเงินไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทไปฝากธนาคารรัฐ จากนั้นให้ธนาคารรัฐตั้งวงเงินดังกล่าวสำหรับปล่อยกู้ให้ลูกค้าใช้สร้างบ้านอีกต่อหนึ่ง

โดยมีเงื่อนไขหลัก ๆ คือ 1.ผู้กู้เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม เท่ากับมีศักยภาพในการผ่อนชำระสินเชื่อ 2.อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ แนวคิดคือกองทุนประกันสังคมนำเงินฝากธนาคารรัฐในอัตราเงินฝากปกติ จากนั้นธนาคารรัฐบวกค่าดำเนินการ 1% แล้วปล่อยกู้ลูกค้าสร้างบ้าน ซึ่งวิธีการนี้จะเพิ่มกำลังซื้อให้กับลูกค้าสร้างบ้านโดยตรง
“แนวคิดนี้ถ้าทำได้จะวินวินเกม ผู้บริโภคมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การใช้สินเชื่อเท่ากับมีเงินเพิ่มในระบบ รัฐบาลก็มีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นด้วย” นายปราโมทย์กล่าว