เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
ดูทั้งหมด

คำเตือนของไอเอ็มเอฟ ว่าด้วยปัญหา “หนี้ครัวเรือน”

11 ต.ค. 2560 | 21:47น.

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กำหนดจัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2017 ระหว่างวันที่ 13-15 ตุลาคมที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ว่าการธนาคารกลางหรือแบงก์ชาติของแต่ละชาติเดินทางไปร่วมสมทบในการประชุมด้วย

ในอดีตการประชุมของไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ ถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพราะแนวทางที่ไอเอ็มเอฟกำหนดออกมา ได้รับการรับฟังและนำไปปรับเพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ กลายเป็นการกำหนดทิศทางและแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกไปโดยปริยาย

แต่ในระยะหลัง “ความขลัง” ดังกล่าวดูเหมือนจะลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ

ไม่เพียงเพราะ ไอเอ็มเอฟ จะถูกมองว่า ทำงานในลักษณะ “มัดมือชก” และ “กอดตำรา” โดยไม่คำนึงถึงสภาวะแวดล้อมจริงของแต่ละประเทศที่ร้องขอความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะสถานะของการเป็น “ที่พึ่งสุดท้าย” ที่สำคัญที่สุดของนานาประเทศหดหายไปมากในระยะหลัง เมื่อเกิดการรวมกลุ่มประเทศขึ้นตามสภาพทางภูมิศาสตร์ แล้วจัดตั้งกองทุนร่วมกันขึ้นเพื่อ “ช่วยเหลือกันเอง” โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับเงื่อนไขสารพัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ความสำคัญของไอเอ็มเอฟ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละประเทศ คำเตือนหรือข้อเสนอแนะและรายงานต่าง ๆ ที่คณะทำงานของไอเอ็มเอฟนำเสนอออกมาในแต่ละปี ก็ยังมีนัยสำคัญไม่น้อย ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศจะ “ฟัง” แล้วเก็บไป “ไตร่ตรอง” และ “ปฏิบัติตาม” มากน้อยแค่ไหน

ตามข้อมูลที่มีผู้ซึ่งมีส่วนรู้เห็นกับการเตรียมการเพื่อการประชุมครั้งนี้นำออกมาเผยแพร่ก่อนหน้านั้น แนวทางที่ไอเอ็มเอฟ เตรียมไว้เพื่อเสนอแนะต่อประเทศอื่นจะมุ่งเน้นไปที่การเตือนให้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขาดการศึกษา, ฝึกอบรม และการเสริมสร้างผลิตภาพของแต่ละประเทศ ในขณะที่มีผู้สันทัดกรณีจำนวนหนึ่งเชื่อว่า

“คริสตีน ลาการ์ด” กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ จะเตือนให้ผู้ที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย ให้จับตาไปที่ระบบธนาคารเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นในระบบเมื่อสถาบันการเงินจำนวนหนึ่ง “ออกนอกลู่นอกทาง” ที่ควรจะเป็นเหมือนในวิกฤตที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน

คล้ายคลึงกับที่ ลาการ์ด เคยแสดงทรรศนะไว้เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศอังกฤษ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีบางคนได้เห็นรายงานหลักว่าด้วยระบบการเงินโลกที่จัดเตรียมไว้เผยแพร่ระหว่างการประชุม ซึ่งน่าสนใจอย่างมาก รายงานชิ้นนี้จัดทำโดย นิโก วัลคซ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำแผนกนโยบายการเงินการคลังของไอเอ็มเอฟ เนื้อหาหลักน่าสนใจมากเพราะพูดถึงปัญหาเรื่อง “หนี้สินครัวเรือน” เป็นสำคัญ

ระดับของหนี้ครัวเรือนนั้นสำคัญไม่น้อยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศและโลก จำเป็นต้องควบคุมอยู่ในระดับที่เหมาะสม มากเกินไปก็จะกลายเป็นความเสี่ยงหนี้ครัวเรือน สำคัญเพราะเชื่อมโยงกับระดับการบริโภคภายในประเทศ ที่มีอิทธิพลสำคัญต่อการขยายตัวของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของแต่ละประเทศ ระดับหนี้ครัวเรือนที่ต่ำมากเกินไป สะท้อนถึงความไม่เต็มใจที่จะจับจ่ายใช้สอย หรือลงทุนส่วนบุคคล ส่งผลกระทบต่อการผลิต ในที่สุดก็จะกระทบต่อค่าจ้างแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมให้ชะลอหรือหดตัวลง

รายงานของไอเอ็มเอฟล่าสุด เตือนรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ว่าให้ระวัง อย่าพึ่งพาการบริโภคของประชาชนที่ถูกกระตุ้นหรือถูกสร้างขึ้นด้วย “หนี้ครัวเรือน” เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ “ล่มสลายทางการเงินครั้งใหญ่” ตามมาในอีกไม่ช้า

ตามรายงานไอเอ็มเอฟระบุไว้ว่า เพียงแค่รัฐบาลใช้การบริโภคด้วยหนี้สินครัวเรือนเป็นหลักในการทำให้เศรษฐกิจขยายตัวชั่วระยะเวลาเพียง 2-3 ปี ก็สามารถเกิดวิกฤตการณ์การเงินได้แล้ว

“หนี้สินหล่อลื่นวงล้อเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ปัจเจกบุคคลสามารถลงทุนใหญ่ ๆ ได้ในเวลานี้ อย่างเช่นการลงทุนซื้อบ้าน หรือลงทุนเพื่อการศึกษา โดยหยิบยืมมาจากรายได้ที่คาดหวังไว้ในอนาคต ในทางทฤษฎีดูดีทีเดียว แต่วิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกที่ผ่านมาแสดงไว้เป็นอุทธาหรณ์ว่า เมื่อใดที่หนี้สินครัวเรือนขยายตัวเร็วเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย อันตรายจะเกิดขึ้นได้ทันทีเช่นกัน” นิโก วัลคซ์ ระบุไว้ในรายงาน

นักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟระบุว่า การขยับขึ้นของสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนทุก ๆ 1% ก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตขึ้นในระบบธนาคารได้ 1% เช่นเดียวกัน “ซึ่งเป็นสัดส่วนการเพิ่มขึ้นที่สูงไม่น้อย หากคำนึงถึงว่า แม้จะอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่มีระดับหนี้เพิ่มขึ้นเลย ความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตขึ้นก็อยู่ที่ 3.5% อยู่แล้ว”

รายงานของไอเอ็มเอฟชี้ว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากหนี้ครัวเรือนนั้นเกิดขึ้นกับ “เงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย” สูงสุด เพราะมูลหนี้รวมดังกล่าวสูงกว่าหนี้ครัวเรือนอื่น ๆ โดยในประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ ความต่างนี้สูงมากถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

แน่นอนทางแก้ไขย่อมหนีไม่พ้นการจำกัดการกู้ยืมหรือออกมาตรการควบคุมการปล่อยกู้ อาทิ เพิ่มสัดส่วนของเงินดาวน์ หรือเพิ่มสัดส่วนของรายได้ที่จะต้องใช้เพื่อการผ่อนชำระ เป็นต้น

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและการเงินที่เหมาะสมและสมดุลของรัฐบาลตามสภาพการณ์ในแต่ละประเทศ เพราะแน่นอนการทำเช่นนั้นย่อมกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างช่วยไม่ได้