เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
Economic “ศุภจี” ถกรัฐมนตรีเอเปค ดัน FTA-DEFA ปูทางการค้าใหม่ ก่อนผู้นำถกที่จีน
ลงทุนโลกปั่นป่วนหุ้น AI ดิ่งแรง-ผันผวนหนัก อวสานทอง ‘บาทละแสน’
Finance ลงทุนโลกปั่นป่วนหุ้น AI ดิ่งแรง-ผันผวนหนัก อวสานทอง ‘บาทละแสน’
ACE ชูต้นแบบโรงงานคัดแยกขยะ  ก.อุตฯยกนิ้วบริหารจัดการหลุมฝังกลบได้มาตรฐาน
Economic ACE ชูต้นแบบโรงงานคัดแยกขยะ ก.อุตฯยกนิ้วบริหารจัดการหลุมฝังกลบได้มาตรฐาน
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
Business POWER MALL ชิงโพซิชั่นเกมเมอร์ฮับ จัด 2 แคมเปญใหญ่ แข่งเกมพร้อมมินิคอนเสิร์ต
‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
Finance ‘เอกนิติ’ ยันไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะแน่นอน พร้อมแจงเงินกู้เปลี่ยนผ่าน 2 แสนล้าน
“ไอคอนสยาม” ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน “ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
Biz Movement “ไอคอนสยาม” ร่วมฉลองคริสต์มาส งาน “ICONSIAM BANGKOK ILLUMINATION 2026”
เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
Economic เร่งสร้างรถไฟทางคู่-ไฮสปีดเทรนถึงหนองคาย เชื่อมเมือง-โลจิสติกส์ไทย-ลาว-จีน
ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
Economic ข้าวไทยรุกอาเซียน ฟิลิปปินส์-มาเลเซียซื้อเพิ่มกว่า 7.5 แสนตัน
บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
Finance บี.กริม เพาเวอร์ คว้ารางวัล Best Investor Relations Award เวที SET Awards 2026
ดูทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า : จับตาเคลื่อนไหวการเมือง-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

11 ต.ค. 2563 | 14:30น.
เงินบาท

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับขึ้น แม้เผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ กสิกรไทยเตือนจับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า การเมืองในประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเจรจา BREXIT การดีเบตรอบสองเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยการแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขาย หลังรายงานข่าวระบุว่า ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์สามารถออกจากโรงพยาบาล กลับมากักตัวต่อที่ทำเนียบขาว

ประกอบกับตลาดเริ่มมีความหวังอีกครั้งในเรื่องมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากโควิด-19 หลังปธน. ทรัมป์ เปิดโอกาสสำหรับการผ่านบางมาตรการออกมาก่อนเลือกตั้ง นอกจากนี้ภาพรวมสกุลเงินเอเชียยังได้อานิสงส์เพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์ตามสัญญาณการแข็งค่าของเงินหยวนหลังตลาดการเงินจีนกลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังจากช่วงวันหยุดยาว

ในวันศุกร์ (9 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.05 เทียบกับระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (2 ต.ค.)


สำหรับสัปดาห์ถัดไป (12-16 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.90-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยการเมืองในประเทศ การเจรจา BREXIT กำหนดการดีเบตรอบสองของนายโดนัลด์ทรัมป์ และนายโจ ไบเดน และบทสรุปของมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดนิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนต.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,267.14 จุด เพิ่มขึ้น 2.39% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 51,126.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.32% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.70% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 323.12 จุด

หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ขานรับข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับอาการป่วยของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ความหวังต่อมาตการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงที่ประชุมศบศ. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี

ส่วนหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากสุดระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน อย่างไรก็ดี หุ้นไทยลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังระหว่างรอประเมินสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (12-16 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,250 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,280 และ 1,300 จุด ตามลำดับ

โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองและการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 และกำหนดการดีเบตรอบสองของคู่ชิงปธน. สหรัฐฯ ตลอดจนประเด็น BREXIT

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จะมีการชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่อง

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีกและผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ย. ของจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท