เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,600 บาท
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
Finance สินเชื่อ ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ ฮอต ! ธอส.ชี้ประชาชนแห่จองทะลุ 1 หมื่นราย วงเงินกว่า 3.4 ล้านบาทแล้ว
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาความคืบหน้าข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.พลิกขั้วอำนาจเก่า เดโมแครตคะแนนนำหลายรัฐสำคัญ
World เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026 สว.พลิกขั้วอำนาจเก่า เดโมแครตคะแนนนำหลายรัฐสำคัญ
ก.พ.ร. ฟังความเห็น ใช้ระบบ Super License ขอเปิดร้านกาแฟที่เดียว
Business ก.พ.ร. ฟังความเห็น ใช้ระบบ Super License ขอเปิดร้านกาแฟที่เดียว
‘AMATA-WHA-AH-SAT’ จ่อรับอานิสงส์ขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% ดันลงทุนฐานผลิตในไทย
Finance ‘AMATA-WHA-AH-SAT’ จ่อรับอานิสงส์ขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% ดันลงทุนฐานผลิตในไทย
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง รอผลเลือกตั้งสหรัฐ จับตาแนวรับ 1,475 จุด
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง รอผลเลือกตั้งสหรัฐ จับตาแนวรับ 1,475 จุด
ดูทั้งหมด

เงินบาททยอยแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้าผลเลือกตั้งสหรัฐ-วิกฤตโควิด

01 พ.ย. 2563 | 09:15น.
เงินบาท-ดอลลาร์

เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 จับตาสัปดาห์หน้า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นทางการเมืองในประเทศ ผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของบจ. ของไทย ตลอดจนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ แต่ภาพรวมการเคลื่อนไหวยังค่อนข้างแคบตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดันหลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนต.ค. ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด

อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนในช่วงใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และปัจจัยทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ (30 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.16 เทียบกับระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (22 ต.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (2-6 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.10-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางอังกฤษ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ

ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนต.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามดัชนี PMI เดือนต.ค. ของจีน ยุโรป และอังกฤษด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงหลุดระดับ 1,200 จุด โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,194.95 จุด ลดลง 1.54% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 49,193.66 ล้านบาท ลดลง 15.90% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.34% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 309.56 จุด

หุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ทิศทางเดียวกับหุ้นภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้หลายประเทศต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งจะกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมถึงมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงจะออกไม่ทันก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเมืองในประเทศเป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ขณะที่ หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (2-6 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,185 และ 1,170 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,205 และ 1,215 จุดตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นทางการเมือง และผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของบจ. ของไทย ตลอดจนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ผลการประชุมเฟดและความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประเด็น BREXIT และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนี PMI Composite เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีนและยูโรโซน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท