ครม.สัญจร ภูเก็ต
ครม.สัญจร ภูเก็ต รับลูก 13 ข้อเสนอเอกชน ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้อันดามัน ไฟเขียวทางหลวงบ้านใหม่-บ้านเกาะแก้ว 3 หมื่นล้าน ซอฟโลน 5 หมื่นล้านชุบชีวิตธุรกิจท่องเที่ยว ก็อปโมเดลวิกฤต 40 ตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์พยุงโรงแรม-สปา-บริษัทนำเที่ยว ตั้้ง “ทศพร” ปั๊มชีพจรท่องเที่ยวภูเก็ต
รับ 13 ข้อเสนอภาคเอกชนฟื้น ศก.อันดามัน
การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3/2563 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ตรัง และระนอง ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2563 ที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธาน รับข้อเสนอของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตภายหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นอย่างมาก
โดยในที่ประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน ได้หารือกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ 6 ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มอันดามัน ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
และนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน และได้พิจารณามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดภูเก็ต จำนวน 13 ข้อเสนอ
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ อาทิ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จ.ภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ขณะที่มาตรการที่จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบศ.) พิจารณาอีกครั้ง อาทิ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต
โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการการเงิน มาตรการภาษี มาตรการแรงงาน สำหรับมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ การจัดการอบรม สัมมนาของหน่วงานราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
สำหรับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ จ.ภูเก็ต ที่เป็นข้อเสนอภาคเอกชน 13 ข้อ ได้แก่ 1. โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก 2. โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต 3.โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ (สาย บ.เมืองใหม่ – บ .เกาะแก้ว) ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร
4.การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกันเพิ่มแรงงจูงใจในการเดินทางวันธรรมดา โดยได้รับสิทธิ์ส่วนลดค่าทีพักเพิ่มเป็น 50 % ในการเข้าพักช่วงระหว่างวันจันทร์-พฤหัสบดี ขยายประเภทธุรกิจในสิทธิประโยชน์คูปองให้ครอบคลุมกิจการสปา บริษัทนำเที่ยว และรถเช่า การขยายสิทธิประโยชน์เงินคืนค่าเครื่องบินให้กับนักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์ โดยได้รับเงินคืนค่าน้ำมัน 40 % สูงสุด 2,000 บาท ลดระยะจำนวนวันในการสำรองที่พักล่วงหน้าจาก 3 วัน เหลือ 1 วัน และเปิดให้ทำการจองได้ 24 ชั่วโมง การขยายระยะเวลาในโครงการให้สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2564
5.การให้กระทรวง ทบวง กรม องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดประชุม สัมมนา ในกลุ่มจังหวัดอันดามันเป็นเวลา 12 เดือน ขอขยายเพดานค่าใช้จ่ายของการประชุมสัมมนาของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ อีก 1.5 เท่าของอัตราปกติในพื้นที่จ.ภูเก็ต จนถึง 31 ธ.ค.64
6. การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพมหานคร – ภูเก็ต ในช่วงสุดสัปดาห์ (ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) จากสายการบินไทยสไมล์ วันละ 3 เที่ยวบินในเวลาเช้า บ่าย ค่ำ ในอัตราค่าโดยสารคงที่ในราคา 1,250 บาทต่อเที่ยวบิน ระยะเวลา 1 ธ.ค.63 – 31 ธ.ค.64
7. การสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับกีฬา อาหาร และสันทนาการทุกสุดสัปดาห์ 12 เดือน รวม 52 ครั้ง
8. การให้สิทธิประโยชน์ให้กับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทเอกชนอื่น ๆ ให้ดำเนินการจัดตั้งพื้นที่สำนักงานในหน่วยงานด้านเทคโนโลยี หรือดิจิทัลที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีพื้นที่ขั้นต่ำในการจัดตั้งสำนักงาน 50 ตร.ม. และมีพนักงานประจำอย่างน้อย 5 คน และสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง
9. มาตรการทางการเงิน ประกอบด้วย การขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ออกไปจนถึง ธ.ค. 64 พร้อมลดดอกเบี้ย 2% ตลอดการพักหนี้ โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยว รวมถึงบุคคลธรรมดาที่มีสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อการประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอการท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามันเป็นการเฉพาะในวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2 % ระยะเวลา 24 เดือน (1 ธ.ค. 63 – 30 พ.ย. 65)
ทั้งนี้ให้ บสย.เป็นผู้ค้ำประกัน โดยยกเว้นค่าจัดการการค้ำประกัน และการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในการซื้อหุ้นบุริมสิทธิจากธุรกิจท่องเที่ยว เน้นไปที่ธุรกิจโรงแรม สปา บริษัทนำเที่ยว เพื่อใช้เสริมสภาพคล่องในธุรกิจ โดยมีอัตราเพดานการเข้าถือหุ้นไม่เกิน 30 % หรือ ไม่เกิน 300 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขให้ธุรกิจมีสิทธิซื้อคืนในระยะเวลา 5 ปี ด้วยต้นทุนบวกค่าธรรมเนียมในการจัดการ 1 % ต่อปี
10. มาตรการด้านแรงงาน ประกอบด้วย การรักษาการจ้างานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เน้นธุรกิจโรงแรม สปา และบริษัทนำเที่ยว ด้วยมาตรการร่วมจ่าย (Co-Pay) โดยรัฐอุดหนุนเงินเดือนไม่เกิน 7,500 บาทต่อคน 12 เดือน และการปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเป็น 1% (มาตรา 33 และมาตรา 39/40) จนถึงเดือนธ.ค. 64 11. มาตรการด้านภาษี พิจารณาปรับลดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงร้อยละ 90 ตลอดปี 2564
12. แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามแนวทาง 5T (Targeting/Testing on Arrival/Tracing Application / Treating Capacity / Trusting Funds) มอบกระทรวงการคลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเยียวยยาผู้ป่วยจากการระบาดโควิด-19 และผู้ได้รับผลกระทบ โดยร่วมกับภาครัฐและประชาชน และ
13. การนำรายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับและกระบวนงานทีเกี่ยวข้องกับการอนุญาต เพื่อปรับปรุง แก้ไข กระบวนงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตในประเทศไทย (PHUKET SANDBOX) และการส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจมาทดลองใช้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นระยะเวลา 24 เดือน การจัดตั้งคณะกรรมการศึกษารูปแบบการบริหารและการจัดการรายได้และภาษีอากร
ผุดทางหลวงแนวใหม่ 3 หมื่นล้าน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตเพื่อวางรากฐานการพัฒนาในระยะต่อไปเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดีขึ้น ได้แก่ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต อาทิ ระบบเอ็กเรย์ ระบบ CCTV โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ (สาย บ.เมืองใหม่ – บ.เกาะแก้ว)
ระยะทางรวม 22.4 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 30,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ค่าก่อสร้าง 12,000 ล้านบาท และ ค่าเวนคืนที่ดิน 18,000 ล้านบาท โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก
ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ฯ เนื่องจากเป็นโครงการระยะยาว จึงได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ไปบรรจุไว้ในงบประมาณแผ่นดินแหล่งที่เหมาะสมต่อไป ส่วนโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯ มอบหมายกระทรวงการคลัง และ สศช.พิจารณาช่องทางการร่วมลงทุนระหว่างเอกชนกับรัฐ (PPP) ต่อไป
จัดสัมมนาภายในประเทศ-แพ็กเกจดึงนทท.ต่างชาติเที่ยวทั่วไทย
มาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันในระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน อาทิ เพิ่มแรงจูงใจในการเดินทางในวันธรรมดาให้ได้รับส่วนลด 50 % ขยายประเภทธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น การลดตั๋วเครื่องบิน หรือ รถยนต์ส่วนบุคคล โดยมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำรายละเอียดและเสนอศบศ.ต่อไปเพื่อให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้รับสิทธิประโยชน์
การส่งเสริมให้มีการจัดประชุม สัมมนาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาไปจัดทำรายละเอียดให้ครอบคลุมถึงจังหวัดอื่นทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณเดิม และนำเข้าศบศ.ต่อไป
นายดนุชากล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอโดยททท.ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย ในรูปแบบของ Amazing Thailand plus Package เพื่อตอบสนองความต้องการและดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและนำเสนอศบศ.ต่อไปเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะ จ.ภูเก็ต
“มาตรการที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.ภูเก็ตได้ทันทีต้องผ่านขั้นตอนและที่ประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการประชุมในวันนี้ไม่ใช่เป็นทางการและมีอำนาจอนุมัติได้ นอกจากนี้มาตรการรัฐที่ออกไปทุกพื้นที่ต้องได้รับเหมือนกัน อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ได้เห็นชอบในหลักการและรับไว้พิจารณา และนำไปพิจารณาในที่ประชุม ศบศ.และ ครม. ต่อไป และเรื่องใดที่สามารถจะทำได้ทันทีก็จะทำให้”
รับลูกตั้งกองทุนอสังหา-Soft loan 5 หมื่นล้าน
มาตรการด้านการเงิน ได้แก่ การขยายเวลาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในสินเชื่อเพื่อธุรกิจ รวมถึงวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อที่มีอยู่ปัจจุบันออกไปจนถึงธันวาคม 2564 การจัดตั้งวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามันเป็นการเฉพาะ การจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม สปา และบริษัทนำเที่ยว การรักษาระดับการจ้างงานธุรกิจท่องเที่ยว การปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง รวมถึงมาตรการภาษี
ตั้ง “ทศพร” ฟื้นภูเก็ตทั้งระบบ
นายดนุชากล่าวว่า การจัดตั้งคณะทำงาน Phuket Sandbox เพื่อปรับปรุง แก้ไข กระบวนงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตในประเทศไทยในส่วนของภาคการท่องเที่ยวและจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจที่เกิดจากผลกระทบของโควิด-19 ของจังหวัดภูเก็ต หากเป็นมาตรการด้านการเงินกระทรวงการคลังจะรับไปดำเนินการต่อ
“นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมว่า จ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดสำคัญและได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งข้อเสนอเอกชนทั้งหมดได้สั่งให้คณะกรรมการที่ปรึกษา ซึ่งมี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธานที่ปรึกษารับไปเพื่อพัฒนาข้อเสนอให้ออกมาเป็นแนวทางการฟื้นฟู จ.ภูเก็ตในภาพใหญ่ทั้งหมดทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมถึง Phuket Sandbox และนำเสนอ ศบศ. เพื่อพิจารณาต่อไป”
ชง ศบค.ลดกักตัว 7+7 วัน
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ข้อเสนอของเอกชนนายกรัฐมนตรีรับไว้พิจารณาทั้งหมด สำหรับข้อเสนอกักตัวนักท่องเที่ยวลดลงจาก 14 วัน กระทรวงฯจะเสนอ 7+7 หรือ ให้กักตัวในห้องพัก 7 วัน และกักบริเวณโรงแรม 7 วัน โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กลางเดือน พ.ย. 63 และเข้าครม.ต่อไป ซึ่งต้องดูผลจากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนในวันที่ 3 พ.ย.นี้ก่อน หากไม่มีอะไรกระเพื่อม
อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขเสนอกักตัวเป็นขั้นบันได 10-7-5-3-0 วันลดหลั่นลงไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอยากเที่ยวบินตรงมายังจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการจะเข้ามาเที่ยวได้ทันที ไม่ต้องไปสุวรรณภูมิ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน
จ้างงาน 6 จว.อันดามัน 1,500 ล้าน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมการประชุมหารือแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมถึงสถานการณ์แรงงานขณะนี้ว่า ในจังหวัดภูเก็ตมีคนตกงานประมาณ 80,000 คน จากแรงงานว่างงานทั้งหมด 1.7-1.8 แสนคน
ซึ่งรัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและดำเนินการแก้ปัญหาตามมาตรการจ้างงานที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว อาทิ มาตรการรัฐและเอกชนร่วมจ่าย (Co-pay) โดยให้นายจ้างที่จ้างงานแบบพาร์ทไทม์ให้เข้าระบบแรงงานมากขึ้น ทั้งนี้ในจังหวัดภูเก็ตมีผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรการ Co-pay จำนวน 30-40 บริษัท ซึ่งมีการจ้างงานไปแล้วหลักพันคน
“เศรษฐกิจไทยกำลังจะฟื้น ยกเว้นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งท่านนายกฯพยายามแก้ปัญหาอย่างสุดความสามารถ เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบพิเศษ (STV) เพื่อให้เกิดการพำนักภายในประเทศระยะยาว (ลองสเตย์) ขณะที่กระทรวงแรงงานได้ทำงานเชิงรุกเข้าถึงคนว่างงานถึงบ้านเพื่อลดค่าใช้จ่าย”
นายสุชาติกล่าวว่า หลังโควิด-19 ประเทศไทยจะฟื้นก่อน วิกฤตถือเป็นโอกาส และเมื่อมีวัคซีนภาคท่องเที่ยวจะรับนักท่องเที่ยวกันไม่หวาดไม่ไหว
“การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3 /2563 กลุ่มจังหวัดภาคใต้อันดามัน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.สตูล จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.ระนอง ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.63) กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยจะของบประมาณ จำนวน 1,500 ล้านบาท ภายใต้งบพ.ร.ก.กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เพื่อจ้างงาน 18,000 อัตรา ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคใต้อันดามัน แบ่งออกเป็น จ.ภูเก็ต 8 พันอัตรา วงเงิน 500 ล้านบาท จ.พังงา จ.สตูล จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.ระนอง จังหวัดละ 2 พันอัตรา จังหวัดละ 200 ล้านบาท”
ทั้งนี้ เป็นการจ้างงานสำหรับคนในพื้นที่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ทำงานอาสาและสาธารณะ ค่าตอบแทน 330-340 บาทต่อวัน ระยะเวลา 10 เดือน
ลุ้น บอร์ดประกันสังคมลดส่งเงินเข้ากองทุนอีก 3 เดือน
นายสุชาติกล่าวว่า สำหรับข้อเสนอผู้ประกอบการขอขยายลดการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือ นายจ้าง 2 % และ ลูกจ้าง 2% จากเดิมฝ่ายละ 5 % เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ (ธ.ค. 63 – ก.พ. 64) จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน พ.ย. 63 ซึ่งจะทำให้กระทบเงินกองทุนฯ 24,000 ล้านบาท ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่มีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน