เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โกดัก ม้ามืดแซง แคนนอน คว้าเบอร์ 1 ตลาดกล้องญี่ปุ่น
Business โกดัก ม้ามืดแซง แคนนอน คว้าเบอร์ 1 ตลาดกล้องญี่ปุ่น
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับโครงสร้างราคารถ 11 รุ่น ลดราคาสูงสุด 1.03 ล้านบาท
Automotive เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปรับโครงสร้างราคารถ 11 รุ่น ลดราคาสูงสุด 1.03 ล้านบาท
มาสายให้หักวันลาพักร้อนเป็นรายชั่วโมง…ได้ด้วยเหรอ ?
SD Talk มาสายให้หักวันลาพักร้อนเป็นรายชั่วโมง…ได้ด้วยเหรอ ?
ฟอร์มอนาคตไกล บาสหญิงไทย ชนะอินโดฯ 17-4 ลุยต่อ Play-In เอเชียนเกมส์ 2026
Sport ฟอร์มอนาคตไกล บาสหญิงไทย ชนะอินโดฯ 17-4 ลุยต่อ Play-In เอเชียนเกมส์ 2026
“นายกฯ” แสดงความยินดี “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ AGT 2026
Biz Movement “นายกฯ” แสดงความยินดี “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ AGT 2026
“มูจิ” พลิกยุทธศาสตร์โค้งท้าย ขยายสินค้าไทย-ปูพรมร้านพันตารางเมตร
Business “มูจิ” พลิกยุทธศาสตร์โค้งท้าย ขยายสินค้าไทย-ปูพรมร้านพันตารางเมตร
SIAM YOUTH SQUARE พื้นที่ใหม่ใจกลางสยามถนนแห่งสีสัน-พลังของวัยรุ่น
SD SIAM YOUTH SQUARE พื้นที่ใหม่ใจกลางสยามถนนแห่งสีสัน-พลังของวัยรุ่น
ดึง ‘บิ๊กน้ำมัน-ค้าปลีก’ จุดพลุจุดพักรถ ‘บางโปรง’ 2 พันล้าน
Real Estate ดึง ‘บิ๊กน้ำมัน-ค้าปลีก’ จุดพลุจุดพักรถ ‘บางโปรง’ 2 พันล้าน
มรดกแห่งความซื่อสัตย์ สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น
Columns มรดกแห่งความซื่อสัตย์ สิ่งที่ถูกต้องแม้ไม่มีใครเห็น
จับตาปรับแผนการคลังลุ้น ‘ขยับ VAT’ แก้ฐานะประเทศ ?
Finance จับตาปรับแผนการคลังลุ้น ‘ขยับ VAT’ แก้ฐานะประเทศ ?
ดูทั้งหมด

กรีนเมโทรแตกไลน์ธุรกิจ “บ้านผู้สูงอายุหลังเกษียณ” วางญี่ปุ่นต้นแบบ

06 พ.ย. 2563 | 14:20น.

“กลุ่มกรีน เมโทร” เตรียมแตกไลน์สร้าง “บ้านผู้สูงอายุหลังเกษียณ” วางญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ ผนึกนักลงทุนท้องถิ่นอุดรฯ-หนองคาย ตั้ง “บจ.โคโคโระ เอลเดอร์ แคร์” เดินเครื่องเปิดบริษัทฝึกอบรมบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ พร้อมส่งไป 2 เมืองญี่ปุ่น “โอซากา-โอกินาวา” หาประสบการณ์ก่อนกลับมาดูแลผู้สูงอายุไทย ด้าน “โครงการบ้านล้านหลัง”ทุ่ม 100 ล้านบาท ผุดโรงงานพรีแคสต์ เผยผลสำรวจบ้านราคาถูก 7 จังหวัด ความต้องการล้นกว่า 6,000 ยูนิต ทั้งพิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ร้อยเอ็ด สกลนคร หนองคาย

นายวิชัย ประเสริฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการดิ เอ็นทรีโอจังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในอนาคตตนเองมีแผนจะสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุหลังเกษียณ ไม่ใช่บ้านพักคนชรา จะเริ่มอีก 2 ปีข้างหน้าหรือปี 2565

ซึ่งในช่วงแรกนี้อยู่ระหว่างการเตรียมบุคลากรจึงได้ร่วมกับนักธุรกิจท้องถิ่นในจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย เปิดบริษัทใหม่ในชื่อบริษัท โคโคโระ เอลเดอร์ แคร์ จำกัด ซึ่งแปลว่า ด้วยรัก ห่วงใย เพื่อประกอบกิจการให้บริการฝึกอบรมบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และส่งไปทำงานดูแลผู้สูงอายุทั้งในประเทศไทยและในประเทศญี่ปุ่นก่อน

ซึ่งบริษัทมีความร่วมมือกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองโอซากาและเมืองโอกินาวา โดยเชื่อว่า
ญี่ปุ่นมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุเป็นอันดับ 1 ของโลก คนไทยที่ไปทำงานดูแลผู้สูงอายุ
ในญี่ปุ่นหลังจากกลับมาจะมีประสบการณ์ เมื่อสร้างบ้านสำหรับผู้สูงอายุเสร็จจะเชื่อมโยงกัน

ตอนนี้อยู่ระหว่างคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ารับการอบรมเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้ได้รับคัดเลือกต้องไม่มีโรคประจำตัวและไม่มีรอยสัก ส่วนใหญ่เป็นเด็กจบใหม่และมีผู้ปกครองมาฟังด้วย

โดยมีเวลาอบรมเป็นเวลา 8 เดือน โดยระหว่างเรียนจะมีเบี้ยเลี้ยงให้ ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถเลือกที่จะไปทำงานดูแลผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเกษียณอายุ 65 ปี หรือดูแลคนไทยโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรมเหล่านี้จะมีรายได้เฉลี่ยคนละ 40,000 บาทต่อเดือน

“ถ้างานนี้สำเร็จตามแผนงานที่วางไว้ ต่อไปผู้สูงอายุไทยจะได้มีคนมาดูแลอย่างถูกต้อง คนแก่ที่ทำประโยชน์ให้ประเทศต้องไม่อยู่โดดเดี่ยว มีบ้านหลังเกษียณ”

นายวิชัยกล่าวต่อไปว่า ส่วนโครงการบ้านล้านหลังซึ่งเป็นคู่สัญญากับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จำนวน 1,200 หลังนั้น ขณะนี้ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทในการก่อสร้างโรงงานพรีแคสต์ ตั้งอยู่ห่างจากโครงการดิ เอ็นทรีโอ อุดรธานี เฟสแรกประมาณ 1 กิโลเมตร

โดยเปิดดำเนินงานในชื่อบริษัท เอเซเว่น พรีแคสท์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท เพื่อทำการผลิตผนังพื้น คาน คอนกรีตสำเร็จรูป เพื่อรองรับการสร้างบ้าน 40 หลังต่อเดือน

ทั้งนี้ การลงทุนสร้างโรงงานพรีแคสต์เอง ต้นทุนถูกกว่า ได้คุณภาพ และควบคุมเวลาการสร้างบ้านได้ดีรวดเร็วกว่า โดยบ้าน 1 หลังใช้เวลาสร้างประมาณ 3 เดือน หากไปซื้อวัสดุจากโรงงานพรีแคสต์อื่นราคาจะแพงกว่า 20% หากมีผู้รับเหมามาสั่งบริษัทสามารถออกแบบผลิตและติดตั้ง เพื่อให้บ้านมีคุณภาพดีขึ้นในราคาที่ถูกลง ประหยัดเวลาในการสร้างบ้านอย่างมาก

“เราเปลี่ยนระบบการสร้างบ้านโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ คือ เทคโนโลยีพรีแคสต์ผลิตผนังพื้นคานคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงาน แล้วยกไปประกอบ มีคุณภาพเร็วและง่ายมากขึ้น เพื่อรองรับคนอยากมีบ้านในจังหวัดอุดรธานีในอนาคต

และหากเทียบกับการสร้างบ้านรูปแบบเดิม กว่าจะทำผนังต้องก่ออิฐฉาบปูนเทพื้นชั้น 2 ต้องเข้าแบบวุ่นวาย แต่ระบบใหม่หล่อที่โรงงานทั้งหมด ไม่มีอิฐ ทุกอย่างจะเป็นเหล็กกับปูน”

นายวิชัยกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เฟสแรกทยอยส่งมอบโอนใกล้หมดแล้ว กำลังจะขึ้นเฟส 2 ซึ่งอยู่ห่างจากเฟสแรกประมาณ 600 เมตร มีจำนวน 182 ยูนิต คาดว่าจะส่งมอบได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นทาวน์โฮม

คาดว่าจะสิ้นสุดโครงการในเดือนธันวาคม 2565 ในราคาเดิม ถึงแม้ ธอส.จะขยายเพดานให้ถึง 1.2 ล้านบาทก็ตาม

ส่วนจังหวัดขอนแก่น โครงการใช้ชื่อว่า ดิ เอ็นทรีโอ เช่นกัน มีจำนวน 531 ยูนิต แบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรก เป็นทาวน์โฮม 186 ยูนิต กำลังอยู่ระหว่างถมดิน มีโลเกชั่นอยู่บนถนนเหล่านาดี เยื้องศาลปกครอง จะเริ่มก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2563 นี้

โดยจะมีคลับเฮาส์สระว่ายน้ำและสวนสาธารณะรวม 5 ไร่ โดยจะมีร้านสะดวกซื้อในโครงการด้วย และในจำนวนนี้ยังมีบ้านแฝด ชื่อโครงการเมโทร ปาร์ค จำนวน 140 ยูนิตด้วย คาดว่าจะส่งมอบบ้านได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 โดยมีลูกค้าเริ่มจองบ้านแล้ว 30 กว่าราย

ซึ่งจะมีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2563 สำหรับโครงการที่โคราชประมาณ 300 กว่ายูนิต แบ่งเป็น 2 เฟส มีโลเกชั่นตั้งอยู่ถนนจอหอออกไปโนนไทย เริ่มก่อสร้างในเดือนมกราคม 2564

“ตอนนี้ฝ่ายการตลาดของบริษัทได้ออกสำรวจความต้องการบ้านของประชาชนแต่ละจังหวัดแล้ว ซึ่งมีความต้องการไม่น้อยกว่า 6,000 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ร้อยเอ็ด สกลนคร หนองคาย

ดังนั้น ที่มีบางคนบอกว่าอสังหาฯในช่วงนี้ไม่ดี ยืนยันถ้าทำบ้านดี ๆ เป็นความต้องการของตลาดได้อยู่ และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารให้ความร่วมมือ ไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน”

อนึ่ง บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรร ได้ลงนามในสัญญาธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการรับสร้าง “โครงการบ้านล้านหลัง” จำนวน 1,200 หลัง มูลค่าเฉียด 2,000 ล้านบาท ในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคอีสานประกอบด้วย อุดรธานี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, หนองคาย, สกลนคร และร้อยเอ็ด

เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

โดยมีกรอบวงเงินโครงการรวม 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (post finance) วงเงิน 50,000 ล้านบาท และสินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (prefinance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท

โดยในส่วนของสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยซึ่งแบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-5 คงที่ 3.00% ต่อปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม (4 ฟรี)

ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และ 4.ฟรีค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนองหรือกรณีรายได้เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 คงที่ 3.00% ต่อปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564