เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
ดูทั้งหมด

”สภาพัฒน์”ปั้น 4 เขตเศรษฐกิจพิเศษ เทียบชั้น EEC รับเมกะโปรเจ็กต์

08 พ.ย. 2563 | 19:26น.

เปิด 3 มุมมองหน่วยงานรัฐ ชี้ทิศทางการพัฒนาเมือง “คิดใหม่ ให้เมือง” ท่ามกลางโควิด “สภาพัฒน์” ชี้เมกะโปรเจ็กต์หนุนเมือขยาย เกิดศูนย์กลางเศรษฐกิจ-เมืองบริวาร-Smart City

โดยจะเตรียมนำโมเดล EEC พัฒนาภาคใต้-เหนือ-อีสาน-กลาง “การท่องเที่ยว” รับสภาพตลาดหดตัว งัด Wellness Tourism ดูดเม็ดเงินหวังปลายปี 63 โกย 7.5 แสนล้าน ”กรมโยธาฯ”ติวเข้มพ.ร.บ.ผังเมืองใหม่ ดีเดย์พ.ค.64 คลอดธรรมนูญผังเมืองคุมการพัฒนาทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2563 เป็นวันผังเมืองโลก กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการ ภายใต้หัวข้อ WELLNESS CITY TRANSFORMATION : New Paradigm of Thailand City Planning “คิดใหม่ ให้เมือง”

สภาพัฒน์ชี้เมืองโตตามเมกกะโปรเจ็กต์

วงเสวนาเริ่มต้นจาก”ดนุชา พิชยนันท์ “ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและการเติบโตของเมืองอย่างบูรณาการ”ว่าการขยายของสังคมเมืองที่มากขึ้นเรื่อยๆถือเป็นหนึ่งใน “Mega Trend” สำคัญของโลกนี้ในยุคนี้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ การดิสรัปชั่นของเทคโนโลยี

“ปัจจัยที่ทำให้เมืองเกิดการขยายมาจากการพัฒนาของเศรษฐกิจที่เติบโตมากขึ้น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย”

สำหรับประเทศไทย ณ วันนี้ ถือว่าประชากรอยู่ในสังคมเมืองมากกว่าสังคมชนบทตั้งแต่ปี 2559 และเมืองในประเทศไทยมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตของเมืองระดับกลางจาก 27 เป็น 30 เมืองภายในปี2573

“เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากทั้ง รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยที่เร่งให้เกิดการพัฒนาเมือง เหมือนที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้แสดงเป็นตัวอย่างแล้วว่า การพัฒนารถไฟความเร็วสูงมีผลต่อการพัฒนาเมือง”

ทั้งนี้จากการสำรวจในรอบ 20 ปี ทำให้เห็นว่าเมื่อโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงขยายตัวขึ้น การพัฒนาพื้นที่รอบๆรถไฟความเร็วสูงก็มีมากขึ้นไปด้วย ถ้าหากวางระบบการพัฒนาได้ตั้งแต่วันนี้พื้นที่ที่จะพัฒนาต่างๆก็จะเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งได้บรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้ว

“ยุทธศาสตร์ชาติมีการพูดถึงการพัฒนาเมืองไว้เป็น 2 แผน 1.การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และ 2. การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (2561-2565) ที่สภาพัฒน์ฯร่างขึ้นโดยเฉพาะ กำหนดแผนพัฒนาเมืองไว้เช่นกัน มีเมืองเป้าหมาย ที่เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครพนม หนองคาย และนครราชสีมา หากวางระบบการพัฒนาตั้งแต่วันนี้ การขนส่งสินค้าระหว่างกันก็น่าจะมีระบบมากขึ้น”

พัฒนาเป็นเมืองหลัก-บริวาร-อัจฉริยะ

เลขาฯสภาพัฒน์ฯยังฉายภาพการพัฒนาเมืองว่ามี 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีกรุงเทพฯและปริมณฑล, เชียงใหม่, ขอนแก่น, 3 จังหวัดในเขตอีอีซี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา, สงขลา และภูเก็ต

ซึ่งเมืองเหล่านี้มีการพัฒนาอยู่แล้ว แต่จะต้องปรับปรุงให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมและเพียงพอ พัฒนาศูนย์กลางทางการแพทย์ สถานศึกษา และเพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น จะต้องอาศัยความร่วมมือของ 3 ภาคส่วน คือ ท้องถิ่น เอกชนและประชาชนในพื้นที่ และรัฐบาลกลางที่จะลงไปสนับสนุน

2. การพัฒนาเมืองขนาดกลาง หรือเป็นเมืองบริวารที่จะกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจออกไป ส่วนใหญ่เป็นเมืองที่ยังมีการพัฒนาไม่มาก ยังพอที่จะวางผังพื้นที่สีเขียวลงไปในพื้นที่ได้

และ 3. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยจะคัดเลือกเมืองที่มีความพร้อม 7 ด้าน ได้แก่ Smart Environment, Smart Living, Smart Economy, Smart Mobility, Smart Energy, Smart People และ Smart Government

“การพัฒนาเมืองไม่ใช่1+1=2 พอทำไปเรื่อยๆจะไปเจอสิ่งที่จะต้องปรับ พอปรับแล้วมีคำถามว่าแล้วระบบงบประมาณที่มีอยู่ยืดหยุ่นพอที่จะปรับเปลี่ยนไหม ต้องมีการคุยและบริหารจัดการกัน ฝ่ายท้องถิ่นจะต้องมีการสร้างเครือข่ายกับคนด้านวิชาการไว้ด้วย เพื่อให้การพัฒนาเมืองรอบด้าน ดังนั้น ปัจจัยสำคัญคือการกระจายอำนาจและงบประมาณให้ยืดหยุ่น เพื่อให้ทำอะไรได้นอกกรอบมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำยากในตอนนี้แต่ก็ยังอยากเห็นในอนาคต”

บูมเขตศก.พิเศษชายแดน-EEC-SEC

นายดนุชายังกล่าวถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งได้เริ่มในปี 2526 บริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ด แม้ว่าจะทำรายได้ให้ประเทศมาก แต่ก็มีผลด้านสิ่งแววดล้อมมากเช่นกัน ไม่มีระเบียบที่จะพัฒนาในระยะถัดไป จนมาปี 2558 มีการคิดถึงแนวเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

และปี 2559 มีการคิดค้นระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จนคิดต่อว่าถ้าทำแต่อีอีซีก็จะกระจุกตัวแต่ในพื้นที่เดิม จึงเริ่มมีแนวคิดในการทำระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC) ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ว่าจะเดินต่ออย่างไร

ปักหมุด”ภาคเหนือ-อีสาน-กลาง”เพิ่ม

เมื่อได้ศึกษา SEC ในระดับหนึ่งแล้ว จึงมีการคิดถึงพื้นที่อื่นๆที่จะทำเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แนวคิดที่จะทำคืออุตสาหกรรมครีเอทีฟ ดึงอัตลักษณ์ในพื้นที่ต่อยอดเป็นอุตสาหกรรม

ภาคอีสาน มีอุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา แนวคิดคือทำอุตสาหกรรมด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) และภาคกลาง ที่อยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี แนวคิดคือ การพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมดไม่รวมอีอีซี อยู่ระหว่างการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ… เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.)ต่อไป

“ในอนาคตจะค่อยๆรวมเอาเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้รวมเข้าไปในพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2561 กระชับการบริหารพื้นที่เขตเศรษฐกิจให้อยู่ภายใต้พ.ร.บ.นี้อย่างชัดเจนและมีอำนาจเต็มมือมากขึ้น”เลขาสภาพัฒน์ฯกล่าว

โควิดทุบท่องเที่ยวโลกหาย 700 ล้านคน

ด้าน”ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในหัวข้อ “โอกาสของไทยสู่การก้าวเป็น High Value Wellness Tourism Destination” ว่า ปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีจำนวนถึง 39.79 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศถึง 1.93 ล้านล้านบาท
ขณะที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศมีจำนวน 166.84 ล้านคน คิดเป็นรายได้รวม 1.08 ล้านล้านบาท รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 3.01 ล้านล้านบาท

“เมื่อมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562ทำให้ องค์การท่องเที่ยวโลกหรือWTO ประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวทั่วโลกหายไป 700 ล้านคน คิดเป็นรายได้ที่จะสูญเสียทั่วโลกรวม 730,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หนักกว่าวิกฤติซับไพร์มเมื่อปี 2552 ถึง 8 เท่า และจะไม่ฟื้นตัวจนกว่าจะถึงปลายปี 2564”

ชี้ปีนี้รายได้วูบเหลือ 7.5 แสนล้าน

ส่วนผลกระทบที่มีในประเทศไทย รายได้ด้านการท่องเที่ยวช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. – ก.ย.63) อยู่ที่ 655,000 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 70% เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศ 52.71 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 6.7 ล้านคน

“คาดว่าปลายปี 2563 นี้ สถานการณ์จะยังไม่ดีขึ้น โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวภายในประเทศถึงสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 81 ล้านคน คิดเป็นรายได้ประมาณ 400,000 ล้านบาท ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติหยุดที่ 6.7 ล้านคน คิดเป็นรายได้รวมทั้งปีที่ 750,000 ล้านบาท”

ปรับตัวลุยท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติก็ยังมีโอกาส ททท.ได้เน้นกลยุทธ์ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับว่ามียอดผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 น้อยมาก ททท.จึงอาศัยช่องทางนี้ในการทำตลาดด้านนี้โดยเฉพาะ

แบ่งลักษณะการท่องเที่ยว 2 รูปแบบ 1.เป็นเชิงส่งเสริมสุขภาพ เช่น บริการสปา นวดไทย วารีบำบัด เป็นต้น และ 2. เชิงบำบัดรักษาสุขภาพ เช่น การตรวจร่างกาย การผ่าตัดต่างๆภายในสถานพยาบาลที่มีคุณภาพสูง เป็นต้น

โดยมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกในปี 2555 อยู่ที่ 1.32 ล้านล้านบาท และมีอัตราเติบโตในปี 2560 ที่ 20.4 ล้านล้านบาท และระหว่างปี 2560-2562 ในประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถึง 12.5 ล้านคน คิดเป็นรายได้ 400,000 ล้านบาท

“จุดแข็งด้านการทำ Wellness Tourism ของไทย ถือว่ามีศักยภาพมาก ติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2559 สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel and Tourism Council – WTTC) ประกาศให้ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตเร็วที่สุดในโลก ดังนั้น สิ่งที่จะตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงผังเมืองและการจัดการเมือง” นายยุทธศักดิ์กล่าว

มหาดไทยติวเข้มพ.ร.บ.ผังเมือง2562

ด้าน”อนวัช สุวรรณเดช” รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวในหัวข้อ”แนวทางการปฏิบัติตามพ.ร.บ.การผังเมือง 2562”ว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะเรกูเรเตอร์ด้านผังเมืองภายใต้พ.ร.บ.ผังเมือง 2562 โดยสาระสำคัญของพ.ร.บ.ดังกล่าวพัฒนามาจากพ.ร.บ.การผังเมือง 2518 ด้วยการเพิ่มเติมเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเข้าไปในพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีทั้งหมด 110 มาตรา 11 หมวด รวมบทเฉพาะกาล

สำหรับประเภทของผังเมืองตามพ.ร.บ.ฉบับนี้แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1. ผังเมืองการใช้ประโยชน์พื้นที่ แบ่งออกเป็น กรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระดับประเทศ, ผังนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาค และแผนผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่จังหวัด กับ 2. ผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแบ่งเป็นผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ

ส่วนคณะกรรมการผังเมืองจะมี 3 ระดับ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นเลขานุการ พิจารณาผังนโยบายระดับประเทศและผังนโยบายระดับภาค

คณะกรรมการผังเมือง มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน พิจารณาผังนโยบายระดับจังหวัด ผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ และคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ยกเว้นกรุงเทพฯจะมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน พิจารณาจัดทำ

ขณะที่ผู้อำนาจในการทำผังเมืองกรมโยธาธิการและผังเมืองจะกำกับ 3 ส่วนคือ ผังนโยบายประเทศ ผังนโยบายระดับภาค และผังนโยบายระดับจังหวัด ส่วนผังเมืองรวมและผังเมืองเฉพาะ กรมจะกำกับร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

นายอนวัช กล่าวต่อว่า ในส่วนของความก้าวหน้าการดำเนินการตามพ.ร.บ.ผังเมือง 2562 ปัจจุบันอยู่ระหว่างทำอนุบัญญัติประกอบพ.ร.บ.จำนวน 15 ฉบับ ครอบคลุม 5 ประเด็น 1. การรับฟังความคิดเห็น 1 มาตรา 2. การประเมินมาตรฐาน การยื่นคำร้องและค่าใช้จ่ายอื่นๆ 7 มาตรา 3. การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 1 มาตรา 4. การได้มาซึ่งผู้แทนต่างๆ 1 มาตรา และ 5.การอุทธรณ์ 1 มาตรา

ปั้น”ธรรมนูญผังเมือง”บังคับใช้ พ.ค. 2564

นอกจากนี้ ในพ.ร.บ.ดังกล่าวยังมีการเพิ่มการจัดทำ”ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง” โดยมีบัญญัติไว้ในมาตรา 7 และ 75 ของพ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยคณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดทำ

ซึ่งได้เริ่มยกร่างแล้วและจะนำร่างดังกล่าวไปรับฟังความเห็นตามภูมิภาคต่างๆ 10 ครั้ง ที่อยุธยา นครปฐม ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี นครราชสีมา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช พิษณุโลกและกรุงเทพฯ แล้ว
จากนั้นตามขั้นตอนจะต้องส่งให้คณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติพิจารณา คาดว่าจะเสนอได้ประมาณเดือนมี.ค. 2564 ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ

เพื่ออนุมัติให้ธรรมนูญดังกล่าวมีผลบังคับใช้ผูกพันหน่วยงานรัฐและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป คาดว่าจะเสนอครม.ได้ประมาณเดือนเม.ย. 2564 และจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค. 2564

หลักการของธรรมนูญดังกล่าวมี 3 ประการ ได้แก่ หลักการเชิงนโยบาย หลักการพื้นฐานและหลักการเชิงพื้นที่ และมีข้อบัญญัติ 26 ข้อ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาพัฒน์ อีอีซี EEC