เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดูทั้งหมด

สบน. โต้ข่าวกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ทำหนี้สาธารณะทะลุเพดาน ไม่เป็นความจริง

12 ธ.ค. 2563 | 11:07น.
แจกเงิน

สบน. แจงข่าวกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ทำหนี้สาธารณะทะลุเพดาน ไม่เป็นความจริง ชี้รัฐกู้ได้ 1 ล้านล้านบาท ล่าสุดกู้เพียง 3.48 แสนล้านบาท ส่วนหนี้สาธารณะยังอยู่ใต้กรอบวินัยการคลัง ปัจจุบันอยู่ที่ 49.53

วันที่ 12 ธันวาคม 2563 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า กรณีที่เพจ “วิชชั่นใหม่ เพื่อเศรษฐกิจไทยมั่นคง” ได้มีการเผยแพร่ข่าว ว่า “ธนาคารโลกรายงานประเด็นเศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะวิกฤตอย่างรุนแรง

หนึ่งในปัญหาสำคัญที่สุด คือ ตัวเลขหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นทะลุเพดานสูงสุดในรอบ 18 ปี ซึ่งเกิดจากรัฐบาลกู้เงินจำนวน 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 13% ของ GDP” นั้น ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะ ดังนี้

สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชนทุกสาขาอาชีพในวงกว้าง (Pandemic) การดำเนินมาตรการควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาด ส่งผลให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงันอย่างฉับพลัน นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างทั่วโลกและยังไม่สามารถคาดการณ์การหยุดการระบาดได้

ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 อย่างรุนแรงเช่นกัน รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

1) พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท 2) พ.ร.ก. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 วงเงิน 500,000 ล้านบาท และ 3) พ.ร.ก. การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ พ.ร.ก. 2) และ 3) เป็นการช่วยเหลือทางการเงินและการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน มิได้เป็นการกู้เงินเพื่อนำไปดำเนินงาน จึงไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ ดังนั้น สรุปได้ว่า รัฐบาลจะมีภาระจากการกู้เงินโดยตรงเพียง 1 ล้านล้านบาท มิใช่ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังดำเนินการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. ดังกล่าวแล้วจำนวน 348,761 ล้านบาท

สำหรับหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 7.8 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เท่ากับ ร้อยละ 49.53 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 60 ขณะที่ปี 2543 มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงสุดเท่ากับ ร้อยละ 59.98 เนื่องจากประสบกับวิกฤติของสถาบันการเงินในประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาล (General Government Debt) พบว่า รัฐบาลไทยมีหนี้อยู่ในระดับต่ำ (ร้อยละ 44.37) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย (Emerging and Developing Asia Countries) ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 62.89 (IMF, 2563)

นอกจากนี้ สัดส่วนของไทยยังอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่ม ASEAN และประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน เนื่องจากหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เกิดจากการกู้เพื่อเป็นรายจ่ายลงทุนในระบบงบประมาณ และการกู้เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ GDP ของประเทศเกิดการขยายตัวตามไปด้วย

นอกจากนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) ระดับสากล ได้แก่ S&P Moody’s และ Fitch ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เนื่องจากประเทศไทย มีภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) ที่แข็งแกร่งเป็นผลจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนี้สาธารณะ