เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง หลังเฟดยันเดินหน้าทำ QE ต่อ

17 ธ.ค. 2563 | 19:41น.
เงินดอลลาร์

เงินดอลลาร์

ดอลลาร์ร่วง หลังเฟดยันเดินหน้าทำ QE ต่อ ยันเดินหน้าซื้อสินทรัพย์อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือนตามเดิม จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพทางด้านราคาและการจ้างงาน

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี (17/12) ที่รดับ 30.01/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (16/12) ที่ระดับ 30.02/05 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง และเทขายดอลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย หลังมีความคืบหน้าในการเจรจามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

นอกจากนี้เฟดได้มีการเปิดเผยผลการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2563 โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และจะยังคงซื้อสินทรัพย์อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือนตามเดิม จนกว่าจะมีความคืบหน้าไปสู่การบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพทางด้านราคาและการจ้างงานเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจประจำไตรมาสเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP), อัตราว่างงานและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเป็นส่วนใหญ่ โดยประธานเฟด นายพาวเวลล์กล่าวว่า เศรษฐกิจต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทั้งนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน

พร้อมระบุว่าเมื่อใดก็ตามที่เฟดมองว่าเศรษฐกิจต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เฟดก็พร้อมที่จะดำเนินการ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทวันนี้แข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าระหว่างประเทศแต่อย่างใด และการที่ประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน Monitoring list ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจที่มีการค้าการลงทุนกับสหรัฐ ซึ่งภาคธุรกิจไทยและสหรัฐยังคงดำเนินธุรกิจกันได้ตามปกติ และการประเมินดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินนโยบายของ ธปท. เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินภายในประเทศ รวมถึงการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของธนาคารกลางและความจำเป็นของสถานการณ์

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.83-30.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.83/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี (17/12) ที่ระดับ 1.2196/98 ดอลลาร์สหรับ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/12) ที่ระดับ 1.2193/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น หลังการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ยังคงดำเนินต่อไปซึ่งทำให้ตลาดยังมีความหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากันได้

โดยนักลงทุนยังมีหวังว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสิ้นสุดลงหลังเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า EU อาจอนุมัติวัคซีนโวิดของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ หลังจากสหรัฐและอังกฤษเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับประชาชนแล้ว

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2125-1.2244 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2231/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่เางินเยนเปิดตลาดเช้าวันพฤหัสบดี (17/12) ที่ระดับ 103.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (16/12) ที่ระดับ 103.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 9 เดือน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.13-103.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.23/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรป เดือนพฤศจิกายน (17/12), อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหราชอาณาจักร (17/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (17/12), จำนวนบ้านหลังใหม่สหรัฐ เดือนพฤศจิกายน (17/12), ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางสหรัฐสาขาฟิลาเดลเฟีย เดือนพฤศจิกายน (17/12),

ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น เดือนพฤศจิกายน (18/12), อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารญี่ปุ่น (18/12), ยอดค้าปลีกสหภาพยุโรป เดือนพฤศจิกายน (18/12), ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (18/12) และดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจเยอรมันจากสถาบัน Ifo เดือนธันวาคม (18/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.0/-1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.2/-3.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

………….

ที่มา: ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ โดยบวรศักดิ์ วงศ์มีเกียรติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินดอลลาร์