เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
Biz Movement เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
ดูทั้งหมด

สุพัฒนพงษ์ ตั้งทีมเชิงรุก ระดมซีอีโอขาใหญ่เคลื่อนเศรษฐกิจปี 64

17 ธ.ค. 2563 | 22:41น.
สุพัฒนพงษ์.

สุพัฒนพงษ์ รองนายกฯ-รมว.พลังงาน ฉายภาพเศรษฐกิจไทย ปี 64-65 ตั้งทีมปฏิบัติการเชิงรุก-ระดมบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เคลื่อนเศษฐกิจไทยปี 64-65 ตั้งแท่นรื้อระบบราชการ-อนุมัติอนุญาตอำนวยความสะดวกนักลงทุน

ภารกิจยังไม่จบ

วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ขับเคลื่อนประเทศไทย 2021” ในงาน Dinner Talk : Restart Thailand 2021 จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจและหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ถึงทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐในปี 2564 ว่า ภารกิจที่เราต้องร่วมมือกันยังไม่จบ เพราะโลกหลังโควิดมีผลกระทบกับประเทศไทยและประเทศไทยยังจำเป็นต้องปรับปรุงและปรับตัวเองหลายเรื่อง

ความต่อเนื่องของรัฐบาลที่ทำกันมา 6 ปี โดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานไว้รองรับการปรับตัว เราอาจจะไม่รู้สึกวันนี้ แต่ถ้านึกถึงกรุงเทพมหานครที่จะเกิดรถไฟฟ้า 14 สาย ตลอด 4-5 ปีจากนี้ กทม.จะมีระบบขนส่งมวลชนระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ความยาวประมาณ 500 กิโลเมตร อีอีซี โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ จะมี Commitment ลงนามในสัญญา มีผู้สนใจลงทุนใน 3-4 ปีจากนี้

“เราจะเปลี่ยนประเทศในเชิงการอำนวยความสะดวก อีอีซีอินโนเวชั่น มีห้องเลปทันสมัยที่จะลองรับการลงทุน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นสิ่งที่เราเตรียมไว้ 6 ปีที่ผ่านมา”

รวมถึงระบบดิจิทัล แพลตฟอร์ม 5 จี โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล บริษัท หัวเว่ย ยืนยันว่าในภูมิภาค ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐาน หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานด้านพื้นฐานเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค และงานด้านดิจิทัลจะเกิดขึ้นมากมาย เกิดธุรกิจใหม่ในอีอีซีมากมายเพื่อยกระดับขึ้นมาเกิดเป็นปฏิบัติการเชิงรุกในปี 2564 เพื่อให้เกิดผลของการลงทุนในปี 2565 อย่างชัดเจน

“เราคงยอมไม่ได้ที่จะให้ประเทศไทยหลังโควิด-19 กลับมาเหมือนเดิมในปี 2562 เช่น ปีนี้ติดลบ 6 % ปีหน้า 4 % กว่าจะกลับไปเหมือนเดิมปี 65 กลางปี เราคงยอมไม่ได้ ในเมื่อเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมในการเปิดดำเนินการใน 3-4 ปี และทยอยเปิดในปีนี้เป็นต้นไปอยู่แล้ว”

ควงบีโอไอ-อีอีซี เดินสายคุยนลท.ตปท.

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ปีหน้ารัฐบาลจะปฏิบัติการเชิงรุก เราจะไม่อายใคร เราจะนำสิ่งเหล่านี้ไปเปิด เราจะร่วมกันบีโอไอ อีอีซี วันนี้เริ่มเดินสายคุยกับหอการค้าต่างประเทศ เริ่มคุยกับสถานทูต 5 ประเทศ เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อม ภูมิภาคอื่นไม่มีความพร้อมด้านท่าเรือ ถนน ไฟฟ้า ดิจิทัลแพลตฟอร์ม คอมมูนิเคชั่น

“ขอเพียงประเทศไทยปรับปรุงวิธีการ ช่องทางการอำนวยความสะดวกในการลงทุน (doing of business) 10 ข้อ ซึ่งรัฐบาลตั้งใจทำอยู่ จุดประสงค์เดียวกันเพื่อยกระดับดัชนีการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในประเทศเพื่อให้อยู่ในอันดับที่ 10 จากปัจจุบันอยู่อันดับ 21 ให้นักลงทุนอยากลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด”

ปีหน้าเป็นปีของการดึงดูด ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เป็นอุตสาหกรรมที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ยุติการพึ่งพิงการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่รัฐต้องมีหน้าที่ส่งเสริม ดึงดูด สะสาง ปรับปรุง เรื่องกฎและกติกาต้องเร็วขึ้น โปร่งใสมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยง

“พวกเราที่เป็น ซีอีโอต้องเชื่อมั่น ถ้าเป็นเรื่องของรถไฟ ศาลายา นครปฐม สมุทรปราการ-บางปู ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี นนทบุรี เมืองเหล่านี้จะรายล้อมกรุงเทพฯ เป็นเมืองเดียวกัน ประเทศไทยจะมีการขยายตัว กรุงเทพฯจะมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางของสำนักงานภูมิภาค ขณะนี้บีโอไอเตรียมเรื่องการส่งเสริมการลงทุนอย่างจริงจัง”

ดันไทยแจ้งเกิดอีวี

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ภายในประเทศที่เรารู้สึกว่าพึ่งพิงแต่จีดีพีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เราเรียกตัวเองเสมอว่า เราเป็นดีทรอย์แห่งเอเชีย แต่มีการพูดคุยกันกันของค่ายรถยนต์ต่างๆ ทุกคนพร้อมและเชื่อว่า ประเทศไทยเราก้าวไปสู่ยานยนต์ประจุไฟฟ้าได้ ไม่ยาก ทุกคนพร้อมจะเดินหน้า แต่ขอให้มีแผนแม่บทที่ชัดเจน

ต้องมีระบบการจัดการระบบไฟฟ้าที่ดี สมาร์ทดีไวด์มากขึ้น ไม่อยาก เพระอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์บ้านเราเข้มแข็งพอ นักลงทุนไต้หวันพร้อมขยายการลงทุนด้านสมาร์ทดีไวด์ในประเทศไทยมากขึ้น ไฟฟ้ามีการใช้มากขึ้น เป็นไฟฟ้าพลังงานทดแทน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ เพราะต้องเป็นไฟฟ้าสะอาด เนื่องจากกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะกระทบประเทศไทย

เกณฑ์ภาวะเรือนกระจกจะเกิดขึ้นในโลกนี้แน่นอน ประเทศมหาอำนาจและประเทศตะวันตก ยืนยันว่า 1.5 องศาซี ต้องไม่เกิน มีกฎกติกา ประกาศคาบอนด์ฟรีในอีก 20-30 ปี

“ผมมองว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีระบบการเชื่อมโยงทางพลังงาน โรงไฟฟ้าชีวมวล หรือ โรงไฟฟ้าชุมชน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ”

นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราได้ลงทุนไปแล้วและความต่อเนื่อง ในอนาคตเวลาใครมาลงทุนในประเทศ หรือลงทุนในต่างประเทศ กฎกติกาการควบคุมการปล่อยคาบอนไดออกไซด์ ประเทศใดที่มีเครือข่ายในการจัดหาพลังสะอาดจะได้ประโยชน์ติดตัวไปด้วยเช่นกัน

ตั้งแท่นปี 64 รื้อระบบราชการ

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 64 จะไม่ใช่การลงทุนทันที แต่จะเป็นการเตรียมการดึงดูด เชิญชวน และการแก้ไขตัวเราเอง แก้ไขระบบราชการให้เข้มแข็งมากขึ้น เอกชนไทยจำเป็นต้องเชื่อมั่นในประเทศไทยและร่วมกันดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้มามาเป็นพาร์ทเนอร์ เราจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเริ่มลงทุนได้ในปี 65

หลายเรื่องสามารถทำในปี 64 ได้ การลงทุนใหม่ ๆ หลายเรื่อจะเห็นกลางปี 64 ในประเทศไทย ถ้าเราร่วมมือกัน อยากจะฉายภาพให้เห็น ถ้าทำตรงนี้ได้ ปี 65 เราจะกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม แต่ปี 64 เรายังจะต้องช่วยประคับประคองกันต่อไป ถึงแม้จะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนประมาณกลางปี 64 ก็ตาม เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการตั้งตัวและเริ่มเห็น

“เอกชนต้องใช้โอกาสนี้เพื่อปรับตัวเอง เปลี่ยนตัวเอง เพื่อใช้สร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศไทย เอกชนจะต้องช่วยกันกระตุ้นเพื่อให้เกิดโมเมนตัมในการลงทุน ยากจะทำให้สำเร็จ แต่เราต้องช่วยกันถึงจะสำเร็จ”

ตั้งทีมปฏิบัติการเชิงรุก ระดมเอกชนขาใหญ่

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ปีหน้าเราจะมีทีมปฏิบัติการเชิงรุก เชิญเอกชนอย่างน้อยขนาดใหญ่ของประเทศมาร่วมกัน มารวมไทยสร้างชาติ แสวงหาโอกาสในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา

ปี 65 จะเป็นปีที่เราจะลุกขึ้นมาแล้วลุกไว แล้ววิ่งเลย ถ้าเราช้าคนอื่นจะคว้าไปหมด ทิศทางลม กระแสลมมาทางนี้อยู่แล้ว ทั้งเรื่องเทรดวอร์ ความจำเป็นของสหรัฐ ฯ ที่จะต้องพิงจีนต้องน้อยลง ผู้ที่จะขายของให้สหรัฐ ฯ จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน ประเทศไทยจะเป็นประเทศเป้าหมายที่จะมาลงทุน

บิ๊กตู่ ไม่ทิ้งคนตัวเล็ก

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ภายในประเทศเราไม่ทิ้ง เรื่องลดความเหลื่อมล่ำ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีไม่เคยลืม เราจะสร้างโอกาสให้คนที่ด้อยกว่าตลอดเวลา จะมีดิจิทัลมาร์เกตติ้งแพลตฟอร์มเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

การสร้างโอกาสในเรื่องเล็ก ๆ คือ การคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัด คำนวณจากยอดที่ผิดนัด ไม่ใช่ยอดหนี้ทั้งหมด และนำไปใช้กับหนี้ผิดนัดของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก ในปีหน้าก็จะมีสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ดูแล ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเดียว

“เรายังต้องดูแลคนที่เหลือของประเทศที่ยังอ่อนแอ แต่สิ่งที่เราจะทำ แจกเงินให้คนอย่างเดียวไม่ได้ เพราะงบประมาณไม่พอ แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลทำได้ คือ เราจะสร้างโอกาสให้แสวงหาจุดแข็งของตัวเอง สร้างอาชีพใหม่ ๆ ให้คนรุ่นใหม่ที่จะเชื่อมระหว่างคนตัวเล็กกับผู้ซื้อในระดับ เหมือนกับโครงการคนละครึ่งที่ประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านั้นที่จะนำไปต่อยอด”

เล่าเบื้องหลัง-ระบบหลังบ้าน เราไม่ทิ้งกัน – คนละครึ่ง

นายสุพัฒนพงษ์ เล่าเบื้องหลัง-หลังบ้าน ว่า ผมต้องขอบคุณธนาคารกรุงไทย ตอนที่ตัดสินใจทำโครงการเราไม่ทิ้งกัน นั่งคุยกันว่า เสี่ยงมาก เพราะประเมินแล้วว่า มีคนที่ได้ 5,000 บาท มีคนที่เดือดร้อนและเข้ามาในระบบ ประมาณ 17 ล้านคน แต่เจอเข้าจริง ๆ 27 หรือ 29 ล้านคน

“ถือว่า รัฐบาลเสี่ยงมากที่จะใช้เอาระบบดิจิทัลเข้ามาทำ แต่ต้องชม ถ้าวันนั้น 27.5 ล้านคนในระบบ มีล่มอยู่ 2 ครั้ง ถ้าวันล่มและทำไม่ได้ อยู่กันไม่ได้ทั้งประเทศ มันเสี่ยงชีวิต”

อย่างไรก็ตาม เป็นเสี่ยวหนึ่งเท่านั้น พอสำเร็จได้ ขยายผลเป็นคนละครึ่งได้ ก็เป็นเพราะแนวคิดจากคนกลุ่มนี้ที่ค่อย ๆ พัฒนา จากประสบการณ์ครั้งแรก และค่อย ๆ กล้าทำสิ่งที่พัฒนามากขึ้น และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีก และต่อยอดให้เป็นระบบแพลตฟอร์มที่จะทำให้คนเข้ามาในระบบนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า

อย่าให้โรคโควิดระบาด-ลอคดาวน์รอบสอง

นายสุพัฒนพงษ์ทิ้งท้ายว่า สรุปปี 64 ยังต้องอดทน ร่วมไม้ร่วมมือ คนที่มีกำลัง เศรษฐกิจเราไม่ได้รับผลกระทบเยอะ บางบริษัทในห้องนี้มีโบนัสแน่นอน มีหลายคนได้โบนัสแน่นอน และหลายคน ผู้บริหารหลายประเทศไม่มีโบนัสแน่นอน

“จำเอาไว้เลย เกิดการระบาดโควิด-19 ครั้งที่สองอีกไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าลอคดาวน์จะเกิดผลกระทบกับประเทศและความรู้สึกของคนไทยทุกคนมาก เป็นหน้าที่ของทุกคนทีต้องป้องกัน ดูแลให้ดี”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์