เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“บัวหลวง” มองเป้าดัชนีหุ้น 1,550 จุด ชี้โควิดเป็นปัจจัยชั่วคราว

22 ธ.ค. 2563 | 15:43น.

บล.บัวหลวง แนะนำซื้อหุ้นไทย ประเมินกรอบดัชนีปี’64 ยังมีโอกาสเติบโตแตะ 1,550 จุด มองโควิดในประเทศรอบนี้เป็นปัจจัยชั่วคราว นักลงทุนให้น้ำหนักการค้นพบวัคซีนมากกว่า เชียร์ซื้อ 10 หุ้นเด่นรับเทรนด์เศรษฐกิจฟื้นตัว

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นในปี 2564 ยังชื่นชอบและแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ที่ 1,550 จุด คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (ค่า P/E) ที่ 18.00 เท่า และคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 86.00 บาท

โดยปัจจัยหนุนมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีโอกาสฟื้นตัว ประเมินเป้าจีดีพีปี 2564 เติบโต 4.4% จากปีนี้ เนื่องจากประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลอัดฉีดมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่คาดว่าจะเริ่มฉีดในภูมิภาคเอเชียช่วงกลางปีหน้า

ขณะที่กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจปีหน้า แนะนำหุ้นที่อิงกับวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cyclical Stock) ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี IVL PTTGC และ IRPC กลุ่มค้าปลีก CRC CPN และ CPALL กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP และกลุ่มบริษัทบริหารหนี้ JMT CHAYO และ BAM

“แม้ว่าภาคเศรษฐกิจจริงจะต้องใช้เวลาราว 6-12 เดือนกว่าจะฟื้นตัวกลับไปเติบโตเท่ากับก่อนช่วงที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 แต่ตลาดหุ้นจะปรับขึ้นไปรอแล้ว จึงคาดว่าในปี 2564 SET Index จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง” นายชัยพร กล่าว

เมื่อสอบถามถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ นายชัยพร กล่าวว่า การรับมือกับการแพร่ระบาดรอบนี้ทั้งภาครัฐและประชาชนทำได้ดีกว่าครั้งก่อน จึงเห็นว่าราคาหุ้นที่ได้อานิสงส์จากไวรัส เช่น ถุงมือยาง ไม่ได้ปรับขึ้นหวือหวามากนัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการแพร่ระบาดรอบนี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น และให้น้ำหนักกับการค้นพบวัคซีนป้องกันโควิด-19 มากกว่า

ส่วนกระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติในปีหน้า คาดว่าจะยังเป็นการซื้อสุทธิ เนื่องจากสภาพคล่องทั่วโลกยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ สะท้อนจากค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลงอ่อนค่า ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสวนทาง ส่งผลให้ประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมากกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของประเทศไทย เมื่อลบกับอัตราเงินเฟ้อ ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก แตกต่างจากประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เป็นลบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้น