Skip to content

กลุ่มบริษัทเอไอเอ! ประกาศผลงานไตรมาส 3/60 มูลค่าธุรกิจใหม่โตขึ้น 20%

20 ต.ค. 2560 | 19:01น.
กลุ่มบริษัทเอไอเอ! ประกาศผลงานไตรมาส 3/60 มูลค่าธุรกิจใหม่โตขึ้น 20%

กลุ่มบริษัทเอไอเอประกาศผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 3/60 สามารถสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตเพิ่มขึ้น 20% หรือราว 824 ล้านเหรียญสหรัฐ และเบี้ยประกันภัยใหม่รับปีแรกเพิ่มขึ้น 3% หรือเป็น 1,367 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 8.4 จุด คิดเป็น 59.1% ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้น 15% เป็น 6,534 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายอึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่ากลุ่มบริษัทเอไอเอมีอัตราการเติบโตจากผลการดำเนินงานช่วงไตรมาสที่ 3/60 โดยมีมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น20% หรือเป็น 824 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ยอดเยี่ยมในปีนี้ และสามารถสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของกลุ่มบริษัทเอไอเอได้อย่างโดดเด่น

“ทั้งนี้ การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีแรงขับเคลื่อนมาจากการที่มีประชากรจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทำงานในภูมิภาคนี้ส่งผลให้รายได้ของคนในภูมิภาคเอเชียสูงขึ้น และมีสัดส่วนประชากรระดับกลาง (Middle-class) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” นายอึง เค็ง ฮุยกล่าว

อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/60 เอไอเอประเทศจีนยังคงเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุด โดยการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นผลมาจากผลผลิตของช่องทางตัวแทนที่สูงขึ้น บวกกับจำนวนตัวแทนที่เพิ่มมากขึ้น ผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นผลโดยตรงจากการดำเนินกลยุทธ์ด้านการสร้างและพัฒนาตัวแทนเต็มเวลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวแทนสามารถให้บริการลูกค้าและตอบสนองความต้องการด้านการเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศจีนได้อย่างมืออาชีพ

ด้านเอไอเอ ฮ่องกง ยังคงมีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวเลข 2 หลัก โดยได้รับประโยชน์จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่องทางตัวแทนและพันธมิตรทาธุรกิจ การเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน รวมถึงอัตราการเติบโตในช่องทางที่ปรึกษาการเงินอิสระสำหรับลูกค้ารายบุคคล  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของเราตามที่ได้ประกาศในผลประกอบการครึ่งปีแรก ผลการดำเนินงานของช่องทางตัวแทนได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของจำนวนตัวแทนที่เพิ่มมากขึ้น และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ของเราเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของประเทศสิงคโปร์อัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/60 ของปี 2559 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของช่องทางตัวแทนทั้งในด้านของผลผลิตของตัวแทนและจำนวนตัวแทนที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่อัตราการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่ของประเทศไทยลดลงในไตรมาส 3/60 และเรายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางตัวแทนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่องทางที่เราเป็นผู้นำในตลาด

ขณะเอไอเอมาเลเซีย มีอัตราการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจประกันชีวิตควบการลงทุน (unit-linked) ทั้งในช่องทางตัวแทนและช่องทางธนาคาร  ในขณะที่ธุรกิจในประเทศอื่นๆ ยังคงมีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่งเช่นกัน ด้วยผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมในหลายๆ ประเทศ ซึ่งรวมถึง อินโดนีเซีย เกาหลี และเวียดนาม

“ทำให้เบี้ยประกันภัยใหม่รับปีแรกเติบโตเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1,367 ล้านเหรียยสหรัฐ และมีอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 8.4 จุด คิดเป็น 59.1% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/60 ของปี 2559 การเติบโตของอัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในด้านโครงสร้างทางประชากรศาสตร์ ผลิตภัณฑ์ และอื่นๆ ที่มีความหลากหลายขึ้น อัตรากำไรของมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) เพิ่มขึ้น 10% ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาสิ้นสุด (ณ วันที่ 31 ส.ค.60) เปรียบเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 9%”นายอึง เค็ง ฮุยกล่าว

โดยมีการเปลี่ยนแปลงด้านบวกในเรื่องของประเภทของผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันสมมติฐานเชิงเศรษฐกิจระยะยาวยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยแสดงไว้ในรายงานประจำปี 2559 รวมทั้งวิธีการที่เราใช้ในการรายงานผลการดำเนินงานธุรกิจใหม่ประจำไตรมาสยังเหมือนเดิม ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้น 15% เป็น 6,534 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AIA เอไอเอ