เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
News กทม. ยกเครื่องสอบข้าราชการใหม่ 7 พันคน เลิกจ้าง ‘มศว’ ทบทวนความโปร่งใสทั้งระบบ
ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
Economic ไทยจัด Thailand Content Market 2026 ดันคอนเทนต์สู่ตลาดโลก คาดสร้างมูลค่า 2,000 ล้าน
ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
Politics ปลัด ‘นัทรียา ทวีวงศ์’ เร่งขับเคลื่อนตั้งกระทรวงการกีฬา ยกระดับบริหารกีฬาไทยทั้งระบบ
คอนเฟิร์ม 9.5 ล้านคน ‘จนจริง’ คัดออก 50% ได้สิทธิ ‘60/40’ แทนแจกเงิน 2 พันต่อคน ส.ค.-ก.ย.
Finance คอนเฟิร์ม 9.5 ล้านคน ‘จนจริง’ คัดออก 50% ได้สิทธิ ‘60/40’ แทนแจกเงิน 2 พันต่อคน ส.ค.-ก.ย.
อนุทิน เปิดโต๊ะถก บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมอง ก่อนชงต่อยอดคุย ’นายกฯจีน‘
Politics อนุทิน เปิดโต๊ะถก บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมอง ก่อนชงต่อยอดคุย ’นายกฯจีน‘
กรมบัญชีกลาง ขู่ตัดสิทธิผู้เสนอราคา e-bidding จ่ายค่าซื้อซองช้า
Finance กรมบัญชีกลาง ขู่ตัดสิทธิผู้เสนอราคา e-bidding จ่ายค่าซื้อซองช้า
ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
Finance ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
Biz Movement Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
Business ‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’  เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
Automotive เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’ เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
ดูทั้งหมด

สุพัฒนพงษ์ ลั่นปี’64 แจ้งเกิด EV เปิดเสรีก๊าซ กระตุ้นลงทุน 1.2 แสนล้าน

28 ธ.ค. 2563 | 13:16น.

กระทรวงพลังงาน เผยผลการดำเนินงานปี 2563 ให้การช่วยเหลือทั้งภาคประชาชนและธุรกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด-19 พร้อมวางแนวทางขับเคลื่อนพลังงานในปี 2564

มุ่งเน้น 3 ด้านหลักสำคัญ สร้างพลังงานเข้มแข็ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด ผลักดันเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หวังสร้างเม็ดเงินลงทุนในปีหน้ากว่า 1.2 แสนล้านบาท นำไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ยันไทยได้เห็นแผนลงทุนรถยนต์อีวี ไตรมาส 1 ปีหน้า

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในปี 2563 ว่า การดำเนินงานหลัก ๆ ได้มุ่งเน้นการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ

โดยมาตรการลดรายจ่ายประชาชนในช่วงโควิด เช่น การลดค่าไฟฟ้า LPG NGV ฯลฯ รวมมูลค่า 49,836 ล้านบาท ส่วนการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมเข้าภาครัฐ 129,932 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานท้องถิ่น

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

พร้อมทั้งยังกำหนดให้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานครั้งแรกของประเทศช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขับเคลื่อนพลังงานชุมชน สร้างชุมชนต้นแบบลดใช้พลังงาน ซึ่งทั้งมาตรการช่วยเหลือและสร้างรายได้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.79 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายพลังงาน ปี 2564 นั้น เนื่องจากทั่วโลกยังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจากผลกระทบสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น นโยบายต่าง ๆ จึงมุ่งเน้นด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฝ่าฟันไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2563

โดยในปี 2564 กระทรวงพลังงานได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานไทยใน 3 ด้านหลักสำคัญ คือ ด้านการสร้างพลังงานเข้มแข็ง จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาของภาครัฐและเป็นกรอบการลงทุนที่ชัดเจนของภาคเอกชน ผลักดันความชัดเจนเรื่องลดสำรองไฟฟ้า

รวมทั้งเดินหน้าส่งเสริมแข่งขันเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า กำหนดเป้าหมายขับเคลื่อน EV เพื่อกระตุ้นการลงทุน รวมถึงเตรียมความพร้อมการเปิดประมูลสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 23 การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา (OCA) และกำหนดการส่งเสริมการลงทุนปิโตรเลียมระยะที่ 4 ในพื้นที่ EEC
ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก จะกระตุ้นยอดขาย B10 กำหนดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเบนซินหลัก

โดยผลักดันให้โรงกลั่นผลิต G-base ได้ตามมาตรฐานภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และร่วมขับเคลื่อนโครงการชุมชนทั่วประเทศร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และด้านการส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด โดยจะเร่งรัดการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 เมกะวัตต์ ส่งเสริมกระตุ้นการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ส่งเสริมการใช้โซลาร์รูฟท็อปให้เติบโต 100 เมกะวัตต์ ริเริ่ม ESCO ภาครัฐเพื่อลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้เกิดการลงทุน ทั้งนี้ คาดว่าในภาพรวมของการขับเคลื่อนนโยบายในปี 2564 ดังกล่าว จะสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 127,932 ล้านบาท

ส่วนมาตรการเยียวยานั้น กระทรวงฯพร้อม อนุมัติ อำนาจพิจารณาตามมติ กบง. หากพบมีการระบาด ครอบคลุมล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่ทั้งนี้ มองว่าสถานการณ์น่าจะดีกว่าต้นปีที่เป็นการระบาดรอบแรก กรณีการยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษา E20 อย่างไรก็ตาม แผนที่จะดำเนินการในปี 2564 แผนพลังงานแห่งชาติจะกลับมาทบทวนใหม่หมด เนื่องจากอนาคตจะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ และต่างประเทศ

อาทิ สิงคโปร์ มีความต้องการนำเข้าไฟฟ้าผ่าน ลาว เมียนมา สามารถใช้กำลังผลิตที่เหลือนำไปจำหน่าย โดยพิจารณาควบคู่ความต้องการการส่งเสริมก๊าซเรือนกระจก โดยนำข้อมูลทิศทางพลังงานโลก มาประเมิน ระยะยาว 20 ปีและจะมีการอัพเดตทุก 3 ปี 5 ปี

สำหรับงบประมาณจัดสรรในการช่วยเหลือชุมชน 2,400 ล้านบาท จังหวัดละ 25 ล้านบาท โดยพิจารณารายโครงการ กรณีพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง สามารถเพิ่มงบประมาณได้ 500 ล้านบาท โดยกระทรวงมหาดไทยจะมีคณะกรรมการบริหาร พิจารณากลั่นกรอง โครงการ หลังปีใหม่จะเริ่มประชุมแผนกับท้องถิ่น

“แผนรถยนต์อีวียืนยันว่ามีแผนที่จะผลิตในประเทศ ดังนั้น จะมีการทำงานอย่างจริงจังร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาทุกมิติ คาดว่าไตรมาส 1 ปีหน้าจะเห็นความชัดเจนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถอีวี