เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

นอร์เวย์ ผู้นำการใช้ รถพลังงานไฟฟ้าของโลก

17 ม.ค. 2564 | 08:20น.
คอลัมน์ TechTimes
มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หลายคนอาจไม่รู้ว่านอร์เวย์ประเทศเล็ก ๆ จากสแกนดิเนเวียที่มีประชากรแค่ 5 ล้านคนจะเป็นผู้นำด้านการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของโลกแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาและจีนไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

ตัวเลขล่าสุดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มาร์เก็ตแชร์ของรถไฟฟ้าอยู่ที่ 54% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมดในประเทศ และหากรวมรถไฮบริดแล้วตัวเลขจะพุ่งสูงถึง 83% ในขณะที่มาร์เก็ตแชร์ของรถใช้น้ำมันหล่นลงจาก 71% ในปี 2015 เหลือแค่ 15% ในปี 2020

เป้าหมายในการกำจัดรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้หมดไปจากนอร์เวย์ในปี 2025 คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

แม้นอร์เวย์คือผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับต้น ๆ ของโลก แต่รัฐบาลกลับเน้นผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำโดยมองว่าน้ำมันก่อให้เกิดมลพิษ ดังนั้น เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพื่อประโยชน์โดยรวมทั้งในแง่เศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว รัฐจึงสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจังในทุกอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ รายได้จากน้ำมันช่วยให้นอร์เวย์มีเงินในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) กว่า 1.3 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งมีส่วนช่วยให้รัฐมีงบฯมากพอที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นพลังงานทดแทนอื่น ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

โดยนอร์เวย์เริ่มส่งเสริมให้คนใช้รถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 1990 และมีการออกมาตรการลดหย่อนภาษี 25% ให้แก่ผู้ซื้อรถไฟฟ้าในปี 2001 ทำให้ราคารถไฟฟ้าถูกกว่ารถทั่วไป

หลังจากนั้น ก็มีการทยอยออกมาตรการจูงใจอื่น ๆ ตามมา และรัฐยังทุ่มงบฯในการสร้างสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้าทั่วประเทศไปกว่า 10,000 แห่ง ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจที่จะใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น

นอกจากนี้รัฐบาลนอร์เวย์ยังมองไกลไปถึงการส่งเสริมให้ยานพาหนะอื่น ๆ เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าด้วย เช่น Avinor หรือการท่าอากาศยานของนอร์เวย์ที่เพิ่งประกาศว่าจะผลักดันให้มีเครื่องบินโดยสารระยะสั้นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในปี 2030

ขณะที่เรือโดยสารเพื่อชมฟยอร์ดในลีเซฟยอร์ด (Lysefjord) ก็เปลี่ยนเป็นเรือไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อทำให้เป็นสถานที่ปลอดมลพิษให้ได้ในปี 2026

อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับประเทศอื่นที่จะทำตามนอร์เวย์ เพราะส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก แต่ความสำเร็จของนอร์เวย์ในวันนี้ก็ไม่ได้เกิดชั่วข้ามคืนแต่เกิดจากการวางกลยุทธ์ระยะยาวที่มีการผลักดันอย่างต่อเนื่องมาหลายสิบปี

ดังนั้น หากประเทศใดยังไม่เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เมื่อถึงวันที่เชื้อเพลิงแบบเก่าหมดไป พร้อมกับปัญหาสิ่งแวดล้อมสะสมจนเกินเยียวยา วันนั้นโอกาสที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังก็ยิ่งมีมากขึ้น