คลังเชียงใหม่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเชียงใหม่อ่วมพิษโควิด
คลังจังหวัดเชียงใหม่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเชียงใหม่อ่วมพิษโควิด
วันที่ 18 ม.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาววาสนา สมมุติ คลังจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงได้ดำเนินมาตรการด้านการเงินรูปแบบต่าง ๆ ทั้งมาตรการที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที และมาตรการเพิ่มเติมอื่น ๆ
ประกอบด้วย มาตรการเสริมสภาพคล่อง (สินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ) และมาตรการบรรเทาภาระหนี้สิน (พักชำระหนี้) ซึ่งจากการที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รอบแรก ได้มีมาตรการเยียวยา มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้

โดยการระบาดในระลอกใหม่นี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพของประชาชนในปลายปีก็ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้ง โครงการคนละครึ่ง เฟส 2 โดยรัฐช่วยค่าใช้จ่ายในการลดภาระค่าครองชีพไม่เกินวันละ 150 บาท ในวงเงิน 3,500 บาท แบ่งเป็นเฟสแรก 10 ล้านคน เฟสที่สอง 5 ล้านคน ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนดำรงชีวิตต่อไปได้
ขณะเดียวกัน ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือผู้มีรายได้น้อย ยังคงมีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเชียงใหม่ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 420,000 กว่าราย โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี และผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 แต่ไม่ถึงหนึ่งแสนบาท จะได้รับวงเงินช่วยเหลือในบัตรเดือนละ 200 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือเพิ่มเติมคือให้วงเงินเพิ่ม 500 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และขยายมาเมื่อ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564
นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา โดยจะขยายต่อไปจนถึงเดือนกันยายน 2564 สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีที่ใช้ไฟไม่เกิน 230 บาทต่อเดือน และใช้น้ำไม่เกิน 200 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ส่วนมาตรการอื่น ๆ เช่น การช้อปลดหย่อนภาษี ในวงเงิน 30,000 บาท หรือช็อปดี มี คืน โดยได้ลดหย่อนภาษี สำหรับผู้ที่มีรายได้อยู่ในฐานที่ต้องเสียภาษี ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีที่จะช่วยเหลือระลอกที่สอง ของโควิด-19 นี้ เป็นการช่วยค่าไฟฟ้า ประปา และอินเตอร์เน็ต สำหรับประชาชนทั่วไป อีกทั้งผู้ประกอบการก็จะมีสินเชื่อต่อเนื่องมาจากปีก่อน โดยผู้ประกอบสามารถติดต่อได้ตามสถานบันการเงินของรัฐ ซึ่งตอนนี้มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว
สำหรับโครงการเราชนะ เป็นโครงการที่ใช้เงินกู้ที่เหลืออยู่ ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ซึ่งกลุ่มที่จะช่วยจะเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ โดยจะทำการคัดกรองจากบัญชีเงินฝาก ข้อมูลภาษี และรายได้ต่อเดือน
ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ที่มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร ที่จะได้รับความช่วยเหลือ ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ คือ กลุ่มข้าราชการไม่ได้เป็นกลุ่มที่ต้องการช่วยเหลือ และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งนี้ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รัฐจะมีการช่วยเหลือทุกกลุ่ม แต่ละมาตรการอยู่แล้ว