ดอลลาร์แข็งค่า ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย นักลงทุนยังกังวลโควิด-19
ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนยังเข้าถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ขณะที่เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 30.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลดเช้าวันนี้ (18/1) ที่ระดับ 30.09/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (15/1) ที่ระดับ 30.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ที่ได้มีการเปิดเผยเมื่อคืนวันศุกร์ (15/1) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานว่ายอดดค้าปลีกลดลง 0.7% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยการร่วงลงของยอดค้าปลีกได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์และภาคครัวเรือนมีรายได้ลดลงเนื่องจากชาวอเมริกันจำนวนมากประสบภาวะตกงาน
นอกจากนี้ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนได้ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 79.2 ในเดือนมกราคม โดยลดลงจากระดับ 80.7 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.09-13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/1) ที่ระดับ 1.2074/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/1) ที่ระดับ 1.2135/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนยังคงกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรป
ล่าสุดรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (16/1) ที่ผ่านมา เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในฝรั่งเศส ส่วนสหราชอาณาจักรก็ยังอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ตั้งแต่ 5 มกราคมที่ผ่านมา โดยนายโดมินิก ร้าบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรได้แสดงความหวังว่าอาจจะผ่อนคลายมาตรการบางส่วนได้ในเดือนมีนาคมนี้
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหราชอาณาจักรที่มีการเปิดเผยในวันศุกร์ (15/1) สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักรได้รายงานว่า เศรษฐกิจหดตัว 2.6% ในเดือนพฤศจิกายน โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์รอบ 3 อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจปรับตัวดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะหดตัว 5.7% ในเดือนดังกล่าว
ทั้งนี้สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปกำลังเร่งผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุดเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2061-1.2089 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2064/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/1) ที่ระดับ 103.76/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (18/1) ที่ระดับ 103.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินเยนอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดรอผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดีนี้ (21/1) โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นและรัฐบาลญี่ปุ่นส่งสัญญาณไม่ต้องการให้เงินเยนแข็งค่าไปมากนัก
นอกจากนี้นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์ให้คำมั่นว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้ได้โดยเร็วที่สุด ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุม 11 จังหวัด และเดินหน้าเตรียมพร้อมจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในช่วงฤดูร้อนปีนี้
อีกทั้งนายซูงะได้กล่าวย้ำว่ารัฐบาลเตรียมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.68-103.93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีจากสถาบัน ZEW (19/1), ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนจากสถาบัน ZEW (19/1), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักร เดือนธันวาคม (20/1), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซน เดือนธันวาคม (20/1),
ผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (21/1), ผลประชุมธนาคารกลางยุโรป (21/1), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรกของสหรัฐ (21/1), รายงานตัวเลขการสร้างบ้านใหม่ของสหรัฐเดือนธันวาคม (21/1), ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร เดือนธันวาคม (22/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซน เดือนมกราคม (22/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐเดือนมกราคม (22/1), ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐเดือนธันวาคม (22/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.25/0.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 1.20/2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ