Skip to content

“ข้าวไก่แจ้” ชูระบบมาตรฐาน ดันส่งออกโต 30% สวนโควิด

22 ม.ค. 2564 | 12:12น.
“ข้าวไก่แจ้” ชูระบบมาตรฐาน ดันส่งออกโต 30% สวนโควิด

โควิดระลอกใหม่ไม่กระทบ “ข้าวไก่แจ้” ย้ำมาตรฐานการผลิตปลอดภัยทุกขั้นตอน พร้อมเดินเครื่องผลิตสต๊อกสำรอง 3 เดือนไม่ขาดสินค้าแน่ ดึงระบบออนไลน์ลุยเปิดตลาดต่างประเทศ ดันยอดโต 30% พร้อมลุยโครงการแจกข้าวสารร้านค้าปี 2 เยียวยาผลกระทบรายย่อยยอดขายหด

นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ไก่แจ้” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนของกระบวนการผลิต ทางบริษัทคำนึงถึงความสะอาดปลอดเชื้อเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยของข้าวตราไก่แจ้ทุกถุงว่าใช้กระบวนการ automation ใช้เครื่องจักรทุกขั้นตอนการผลิตระบบขนส่งมีการทำความสะอาดก่อนโหลด พนักงานมีระบบเซฟตี้

ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล
ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงแบรนด์ “ไก่แจ้”

“บริษัทได้ปรับตัวมาตลอดอยู่แล้ว โดยเฉพาะในปี 2563 ที่ผ่านมาที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด เราเปลี่ยนทุกอย่างมาเป็นออนไลน์แทน ทั้งการประชุม การวางแผนงานต่าง ๆ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่เราหันมาทำในส่วนของออนไลน์มากขึ้น ทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น จึงส่งผลให้ในปีนี้เราไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก”

ด้านการซัพพอร์ตสินค้าตามความต้องการของพันธมิตรทางการค้าและท้องตลาดนั้น บริษัทยืนยันกับพันธมิตรทางการค้าทุกรายว่า มีสต๊อกสินค้าในทุกภูมิภาค มีวัตถุดิบที่สต๊อกไว้ถึง 3 เดือน กระบวนการผลิตจึงมีความต่อเนื่อง สินค้าไม่ขาดแน่นอน โดยทางบริษัทมีโรงงานการผลิต 2 แห่งรองรับการทำงานในกรณีที่อาจเกิดเหตุฉุกเฉิน

“ในปี 2564 นี้เราได้เดินหน้าต่อด้วยการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น เน้นไปที่กลุ่มลูกค้าต่างประเทศผ่านทางออนไลน์มากขึ้นกว่าแต่เดิม เพราะในปี 2563 ตลาดต่างประเทศโตขึ้นจากเดิมมากถึง 30% โดยแบรนด์เราได้บุกตลาดต่างประเทศในโซนยุโรปไปแล้ว 7 ประเทศ โดยสัดส่วนตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 15% ขณะที่ในประเทศมีสัดส่วน 85% เราขยายไปสู่ฟู้ดเซอร์วิส ร้านค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ที่กว้างมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม”

“โดยเน้นการทำตลาดในประเทศ แบรนด์เราเป็นแบรนด์ที่ทำการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เรามีการการันตีในคุณภาพสินค้า ส่วนในเรื่องของราคาสินค้าของเราก็มีราคาขายที่เหมาะสม สามารถช่วยลดรายจ่ายให้กับลูกค้าได้ รวมถึงเรายังมีการบริการจัดส่งสินค้าถึงที่ ซึ่งนี่ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของแบรนด์เราที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ”

นอกจากบริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด จำหน่ายข้าวสารตราไก่แจ้ และบริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด จำหน่ายสินค้าขนมไทยภายใต้แบรนด์แม่นภาแล้ว นายธีรินทร์เปิดเผยว่า ธุรกิจที่บริหารอยู่ในขณะนี้ ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง คือ ธาริส อาร์ท โฮเทลที่ จ.แพร่ และราชา เรสสิเดนซ์ ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี

“ในมุมมองของผม ผมมองว่า ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอก 2 ในปี 2564 นี้ ไม่น่าจะแย่กว่าปีที่แล้ว เพราะคนไทยมีการปรับตัวแล้วมีความเข้าใจในโควิดมากยิ่งขึ้น มีความตื่นตระหนกน้อยลง และรู้จักในการป้องกันตัวมากขึ้น รวมถึงทางฝั่งรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีนโยบายที่จะล็อกดาวน์ แต่หันมารณรงค์ในด้านการป้องกันมากขึ้น จึงทำให้เศรษฐกิจก็ยังพอที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เรียกง่าย ๆ ว่าอยู่ได้ทั้งโควิด-19 และเศรษฐกิจ”

“ถึงอย่างไรธุรกิจต่าง ๆ อาจจะต้องเริ่มปรับตัวให้เร็ว โดยเฉพาะธุรกิจที่ยังต้องพึ่งพากับต่างประเทศ ที่จะต้องเร่งหาแนวทางในการจัดการ รวมถึงการบริหารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการปรับตัวอาจจะต้องรอให้โควิด-19 หายก่อนแล้วค่อยดำเนินธุรกิจต่อ หรือเปลี่ยนมาจับกลุ่มลูกค้าคนไทยแทน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินอยู่ได้ต่อไป” นายธีรินทร์กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทมีการดำเนินการโครงการ “ข้าวไก่แจ้ Support ปี 2” เพื่อดูแลในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า-ร้านอาหาร จำพวกร้านค้าเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากคนเป็นโควิดมากขึ้น ทำให้กลัวที่จะออกจากบ้านกันมากขึ้น ส่งผลให้จับจ่ายใช้สอยน้อยลง และหันมาซื้อกลับไปทานที่บ้านมากขึ้นกว่าการนั่งทานที่ร้าน ส่งผลให้ยอดขายร้านค้าหลายรายลดลงไปถึง 80-90% แต่ยังคงมีต้นทุนค่าเช่าที่ ค่าแรงงานที่ยังต้องจ่าย

ซึ่งการดำเนินโครงการนี้จะเข้าไปซัพพอร์ตข้าวให้กับกลุ่มร้านอาหาร ร้านค้าเล็ก ๆ ที่อยู่ในแต่ละเมือง ชุมชน และบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ เดือนละ 10 แห่ง ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย พร้อมทั้งอาจจะเปิดตัว “โครงการ 12 มูลนิธิ 12 เดือน” เน้นที่การให้และแบ่งปันกับกลุ่มคนด้อยโอกาส

“เราจะรอดไปไม่ได้ถ้าไม่ช่วยเหลือกัน เราอยากให้ทุกคนได้ไปต่อ โดยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ปีนี้เราทำโครงการต่อเนื่อง เพราะจากการประเมินสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แล้ว อย่างน้อยในครึ่งปีหน้า สถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา รวมถึงการใช้ชีวิตแบบเดิมที่คนจะออกมาใช้เงินยังคงไม่สามารถที่จะกลับมาได้ แม้ว่าโครงการไก่แจ้ Support อาจจะไม่สามารถช่วยสร้างยอดขายหรือกำไรให้ร้านค้าได้ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ประกอบการ” นายธีรินทร์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออก ข้าว