“ทีเอ็มบี-กสิกรฯ” ชี้กฤษฎีกาแก้กฎหมายคิดดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ ครอบคลุมสัญญาซื้อขายทุกรูปแบบ ทั้งที่ทำระหว่างบริษัทด้วยกัน-ซัพพลายเออร์-ซื้อขายที่ดิน ยันไม่กระทบแบงก์ เหตุปรับปรุงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระตามแนว ธปท.ไปแล้ว
นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การคิดอัตราดอกเบี้ยในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นนั้น จะครอบคลุมสัญญาการกู้ยืมเงินที่ไม่ว่าใครจัดทำขึ้นก็ตาม ไม่เฉพาะสัญญากู้ยืมเงินของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวทางให้แบงก์คิดดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรมออกมาแล้ว ดังนั้น การแก้ไขกฎหมายในส่วนนี้จึงไม่ได้มีผลกระทบแบงก์แต่อย่างใด
โดยร่างกฎหมายที่แก้ไข จะปรับปรุงการคิดดอกเบี้ยในกรณีที่นิติกรรมหรือกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน เมื่อเกิดการผิดสัญญากันขึ้น แล้วมีการเรียกเก็บ ซึ่งเดิมให้คิดดอกเบี้ยได้ 7.5% ต่อปี เป็นอัตราคงที่ ซึ่งไม่สะท้อนภาวะดอกเบี้ยในปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำ
จึงจะมีการปรับให้เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอิงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 12 เดือนของแบงก์ใหญ่ 5 แห่งในรอบ 6 เดือนก่อนหน้า บวกอัตราเพิ่ม 1% ต่อปี รวมถึงปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจากอัตราคงที่ 7.5% เป็นอัตราลอยตัวอิงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 12 เดือนของแบงก์ใหญ่ 5 แห่งในรอบ 6 เดือนก่อนหน้า บวกอัตราเพิ่ม 3% ต่อปี แต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกิน 7.5% ต่อปี
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกำหนดฐานการคำนวณคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระใหม่ ให้คิดเฉพาะงวดที่ผิดนัด ซึ่งเป็นแนวทางที่ ธปท.ให้แบงก์ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว
“กฎหมายที่แก้ไขนี้ไม่ใช่เฉพาะแบงก์ แต่ครอบคลุมหมด ทั้งบริษัทด้วยกัน ซัพพลายเออร์ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือการซื้อขายที่ดิน ครอบคลุมสัญญาซื้อขายที่มีการทำระหว่างกันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้อง ยึดคืน แล้วมีการผิดสัญญา มีค่าความเสียหายเกิดขึ้น กฎหมายเดิม คือ ถ้าไม่ได้มีการกำหนดไว้ในสัญญา ว่าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยกันเท่าไหร่ ก็จะมาจบที่ 7.5% ซึ่งอาจจะเป็นการขูดรีดเกินไปเมื่อเทียบกับภาวะดอกเบี้ยในปัจจุบัน” นายนริศกล่าว
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การออกกฎหมายดังกล่าว เป็นการออกกฎหมายให้สอดคล้องกับการปรับปรุงวิธีการตัดชำระหนี้แบบใหม่ของ ธปท.
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายกำหนดไว้ด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเงินกู้ หรือดอกเบี้ยอะไรก็ตาม จะต้องคิดไม่เกิน 7.5% โดยการคำนวณจะมาจากเงินฝากประจำ 12 เดือนของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง เฉลี่ยบวกด้วย 1% จะต้องไม่เกิน 7.5% ต่อปี
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยจะประกาศทุกครึ่งปี เช่นเดียวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจะต้องไม่เกิน 7.5% ต่อปี โดยใช้คำนวณจากฐานเงินฝากประจำ 12 เดือนของธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง และบวก 3% จะต้องไม่เกิน 7.5% ต่อปี
