เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เครือข่ายโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่การสัมภาษณ์พิเศษ นายรี ยอง พิล นักการทูตอาวุโสประจำกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งย้ำด้วยท่าทีแข็งกร้าวว่า เกาหลีเหนือเตรียมทดลองระเบิดไฮโดรเจน (เอชบอมบ์) หรือระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์บนท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกจริงตามคำกล่าวของนาย รี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือเมื่อเดือนที่ผ่านมาทุกตัวอักษร
“ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศรับรู้ความตั้งใจของผู้นำสูงสุดของเราดี ดังนั้นผมคิดว่าคุณควรเชื่อตามที่(รัฐมนตรี)พูดทุกตัวษร” นายรี ยอง พิล กล่าวกับซีเอ็นเอ็นเป็นการพาดพิงถึงถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่ว่า ทางการเปียงยางอาจพิจารณาดำเนินการ “จุดระเบิดแสดงอานุภาพสูงสุด” ของเอชบอมบ์เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก หลังจากนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ขู่ว่าเกาหลีเหนือจะถูกทำลายล้างทั้งประเทศหากแสดงพฤติกรรมคุกคามต่อสหรัฐ
ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายไมค์ ปอมปิโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ของสหรัฐ ยอมรับว่าเกาหลีเหนือใกล้จะประสบความสำเร็จในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขีดความสามารถโจมตีถึงดินแดนอเมริกันภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญนิวเคลียร์ระบุว่า การทดลองจุดระเบิดเหนือท้องฟ้า เป็นวิธีการเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าระบบระเบิดนิวเคลียร์ดังกล่าวสามารถโจมตีดินแดนส่วนใดส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ โดยชี้ว่า ก่อนหน้านี้การทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นการทดลองใต้ดินทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่าถึงแม้วาทะของผู้นำอเมริกันแสดงถึงการพร้อมทำสงคราม แต่ตัวทรัมป์เองก็ยังมองหาหนทางแก้ไขปัญหานี้โดยสันติ แม้ว่าทางเลือกทุกทางรวมทั้งปฏิบัติการทางทหารยังคงเป็นไปได้เช่นกัน
ด้าน กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาแถลงเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมเช่นเดียวกันระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินนิมิตซ์พร้อมกองเรือประกอบได้รับคำสั่งและกำลังเดินทางจากตะวันออกกลางมุ่งหน้าสู่ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เพื่อสมทบกับกองเรือโจมตีอีก 2 กอง นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินโรนัลด์ เรแกน และธีโอดอร์ รูสเวลท์ ที่ประจำการอยู่ในระยะประชิดคาบสมุทรเกาหลี เพื่อสนับสนุนคำขู่ของผู้นำสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม พลเอกเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา กล่าวที่กรุงเทพฯ ย้ำชัดเจนอีกครั้งว่า สหรัฐอเมริกาไม่ได้รีบร้อนที่จะกระโดดเข้าสู่สงคราม และกำลังมองหาลู่ทางแก้ปัญหาด้วยการทูตอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะยอมรับก่อนหน้านี้หลังจากผ่านการหารือกับรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้และญี่ปุ่นคู่ขนานกับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า โครงการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ก็ประกาศจะเร่งรัดกระบวนการแก้ปัญหาทางการทูตให้เข้มข้นขึ้นด้วยเช่นกัน
ที่มา มติชนออนไลน์