ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังตัวเลขตลาดแรงงานอ่อนแอกว่าที่คาด
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า หลังตัวเลขตลาดแรงงานอ่อนแอกว่าที่คาด ขณะที่ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า นักลงทุนรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่จะเข้าครม.เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่ระดับ 30.04/06บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/2) ที่ระดับ 30.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก หลังจากตลาดผิดหวังกับการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 49,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง ขณะที่ค่าแรงเฉลี่ยรายชั่วโมงของแรงงานสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 0.2 ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3
ทั้งนี้ ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐ ยังคงเผชิญกับความยากลำบากในการฟื้นตัวท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่ายอดขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.7 สู่ระดับ 6.787 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อกระแสการค้ทั้งในภาคสินค้าและภาคบริการ
ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกสหรัฐปรับตัวลดลงร้อยละ 15.7 ในปี 2563 แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2553 ส่วนตัวเลขการนำเข้าปรับตัวลดลงร้อยละ 9.5 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี
ในส่วนของความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐนั้น สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้อนุมัติร่างงบประมาณในวันศุกร์ที่ผ่านมา (5/2) ด้วยคะแนนเสียง 219 ต่อ 209 เสียง ซึ่งเป็นการเปิดทางให้พรรคเดโมแครตสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผ่านสภาคองเกรสได้โดยไม่ต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน
ทั้งนี้ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐคาดการณ์ว่า กฎหมายเยียวยาผลกระทบของไวรัสโควิด-19 อาจผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสได้ก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดเดิมนั้นจะหมดอายุลง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าสอดคล้องกับการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.00-30.05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.04/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่ระดับ 1.2032/34 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/2) ที่ระดับ 1.1981/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าเหนือระดับ 1.200 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าสำนักงานสถิติของรัฐบาลเยอรมนี (FSO) เปิดเผยในวันศุกร์ (5/2) ว่า คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนธันวาคมปรับตัวลดลงร้อยละ 1.9 ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับแต่เดือนเมษายน 2563 และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงร้อยละ 1 เนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้อุปสงค์จากประเทศอื่นในกลุ่มสหภาพยุโรปลดลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2023-1.2054 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2027/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่ระดับ 105.84/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวในกรอบแคบจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (5/2) ที่ระดับ 105.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยนักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นในการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ และความคืบหน้าเกี่ยวกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.31-105.67 เยน/ดอลลาร์สหรับ และปิดตลาดที่ระดับ 105.60/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าเยอรมนี เดือนธันวาคม (9/2), ตำแหน่งว่างงานเปิดใหม่สหรัฐจาก JOLTs เดือนธันวาคม (8/2), ดัชนีราคาผู้ผลิตญี่ปุ่น เดือนมกราคม (10/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคจีน เดือนมกราคม (10/2), ดุลการค้าสหราชอาณาจักรไม่รวมการค้ากับกลุ่มสหภาพยูโร เดือนธันวาคม (10/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมันเดือนมกราคม (10/2), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนมกราคม (10/2), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (11/2), การลงทุนภาคธุรกิจสหราชอาณาจักร เดือนมกราคม (12/2), ผลิตผลภาคอุตสาหกรรมสหภาพยุโรป เดือนธันวาคม (12/2), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนสหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ (12/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.40/0.45 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ 3.10/3.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ