“พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ระบุว่าต้องรัฐประหารประเทศ เพราะคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้ง ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีการฉ้อโกง และสัญญาว่าประเทศเมียนมาจะมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยใหม่อีกไม่นาน
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า “พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ระบุสาเหตุว่าต้องรัฐประหารประเทศ เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้ง “ล้มเหลว” ในการตรวจสอบการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นภายในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และพร้อมจัดการเลือกตั้ง ส่งต่ออำนาจตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงใหม่
“พล.อ.มิน อ่อง ลาย” มองว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563 ทางคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้งล้มเหลวในการตรวจสอบความผิดปกติในผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง และทางพรรคการเมืองไม่ได้หาเสียงอย่าง “ยุติธรรม” ซึ่งผลการเลือกตั้งจากครั้งนั้น “อองซาน ซูจี” ที่ปรึกษาแห่งรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) รวมทั้งสมาชิกพรรคชนะขาดลอย
โดยการเลือกตั้งครั้งใหม่ กองทัพได้เตรียมคณะกรรมการตรวจสอบการเลือกตั้งชุดใหม่ มาแทนชุดเดิม
สำหรับการรัฐประหาร “พล.อ.มิน อ่อง ลาย” ได้สัญญาว่าครั้งนี้ จะไม่เหมือนช่วงที่รัฐบาลทหารปกครองประเทศ 49 ปี และจะไม่มีเหตุการณ์ปราบปรามที่เลวร้ายเหมือนเมื่อปี 1988 และปี 2007
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าให้ประชาชนติดตามข้อเท็จจริง และไม่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง พร้อมกับบอกว่าไม่มีใครที่อยู่เหนือกฏหมาย แต่ไม่ได้มีคำขู่หรือคำต่อว่าต่อผู้ที่ออกมาประท้วง ไม่สนับสนุนการรัฐประหาร
ประชากรเมียนมาหลายหมื่นคน ลงถนนประท้วง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารของกองทัพ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา และมีการเรียกร้องให้ปล่อยตัว “อองซาน ซูจี” รวมถึงคณะรัฐมนตรีสำคัญภายในพรรคการเมือง และนักกิจกรรมสนุบสนุนทางการเมืองคนอื่น ๆ ซึ่งถูกคุมตัวไป ตั้งแต่การรัฐประหารช่วงต้นเดือน
โดยเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารในกรุงเนปิดอว์ของเมียนมา ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 2 คน
อย่างไรก็ดี ทางการเมียนมาประกาศกฎอัยการศึกที่มีผลครอบคลุมในพื้นที่ 7 เขตปกครองท้องถิ่น ในเมืองมัณฑะเลย์ ประกาศห้ามการชุมนุมประท้วงหรือการรวมตัวกันเกินกว่า 5 คนขึ้นไป และบังคับใช้เคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 20.00 -04.00 น. ซึ่งเป็นประกาศจากกระทรวงบริหารงานทั่วไปของเมียนมา