พระศพเจ้านาย
คอลัมน์ ชั้น 5ประชาชาติ
โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์
หากกล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพ หนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” แต่งโดย นนทพร อยู่มั่งมี ของสำนักพิมพ์มติชน มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแหล่งอ้างอิงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสื่อใดก็ตามเพราะหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” เป็นหนังสือที่มีการรวบรวมข้อมูลไว้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง ที่บันทึกประวัติศาสตร์งานพระราชพิธีพระบรมศพเจ้านายในสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีรายละเอียดแหล่งอ้างอิงที่มาพร้อมทั้งตัวอย่างและภาพประกอบอย่างครบถ้วนและหาชมได้ยาก
“ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” เป็นหนังสือศิลปวัฒนธรรมที่ขายดีเล่มหนึ่ง จัดพิมพ์ถึง 4 ครั้งมาแล้ว และครั้งล่าสุดยังได้จัดทำปกแจ็กเกตปั๊มทอง ซึ่งมีความงดงามและความพิเศษไม่น้อยไปกว่าเนื้อหาข้างใน
หากลองพลิกหนังสือดูทีละหน้าจะพบว่ามีการให้รายละเอียดในหลาย ๆ เรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้ แต่หนังสือเล่มนี้มีคำอธิบายและที่มาที่ไปที่น่าเชื่อถือ เพราะมีการอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้จากหลายแหล่งข้อมูลอย่างลึกซึ้ง
ยกตัวอย่างเรื่อง “ธรรมเนียมลักพระศพ” ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการพระราชพิธี น้อยคนจะทราบ เนื่องจากเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติในยามวิกาล โดยมีผู้เกี่ยวข้องเฉพาะเจ้านายและเจ้าพนักงานบางส่วนเท่านั้น ที่ใช้พูดถึงขั้นตอนการอัญเชิญพระศพไปยังพระเมรุมาศก่อนงานพระราชพิธี ซึ่งจะรีบกระทำในเวลากลางคืน หรือเช้ามืดก่อนงานพระราชพิธี และจะอัญเชิญพระบรมโกศทรงพระศพออกจากตำหนัก หรือวังที่ประทับ ขึ้นยังพระราชยานรถม้า หรือราชยานคนหาม ไปยังสถานที่ใดที่หนึ่ง เพื่อตั้งรอริ้วขบวนงานพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้นในตอนเช้า
มาถึงยุคปัจจุบัน ธรรมเนียมการปฏิบัติเกี่ยวกับพระบรมศพและพระศพของพระราชวงศ์นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนไปมากจากอดีต เห็นได้อย่างชัดเจนเรื่องหนึ่งก็คือ มีการนำหีบมาใช้ทรงพระศพแทนการใช้พระโกศ
เมื่อพระศพประดิษฐานลงหีบ พอถึงวันแห่จึงทำให้บนพระมหาราชรถนั้นมีเพียงพระโกศเปล่า ภายในบรรจุแผ่นทองจำหลักดวงพระชะตา เนื่องจากพระมหาราชรถสร้างไว้ตั้งแต่ต้นกรุงออกแบบให้วางได้เฉพาะพระโกศเท่านั้น หีบทรงพระศพจึงไม่สามารถขึ้นวางบนพระมหาราชรถได้ เจ้าพนักงานจึงต้องทำการ “ลักพระศพ” ล่วงหน้าไปก่อนในเวลากลางคืน โดยอัญเชิญหีบทรงพระศพเข้ายังรถตู้ยนต์พระที่นั่ง จากนั้นตั้งขบวนเคลื่อนไปยังท้องสนามหลวง พอถึงก็ชักพระศพขึ้นยังพระเมรุมาศเพื่อรอริ้วขบวนพระราชพิธี ที่จะแห่พระโกศตามมาในภายหลังดังหมายกำหนดการ
อีกหนึ่งตัวอย่างที่คนสงสัยว่า ทำไมถึงเผาตอน 4 ทุ่ม และมีการ “เผาหลอก เผาจริง” ในหนังสือเล่มนี้มีการอธิบายไว้อย่างละเอียดโดยยกตัวอย่างพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงบันทึกไว้ ซึ่งสรุปความได้ว่า เป็นความคิดของพวกเจ้าพนักงานเผาศพหลวงในตอนปลายรัชกาลที่ 5 เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไปช่วยงานเผาศพเดือดร้อนรำคาญเพราะกลิ่นแห่งการเผาศพ
ในเวลาที่ทำพิธีพระราชทานเพลิงจึงต้องปิดพระโกศและพระหีบไว้ก่อนและต้องคอยระวังถอนธูปถอนเทียนออกไม่ให้ไหม้เสียก่อน ต่อเมื่อคนไปช่วยงานกลับไปหมดแล้วจึงทำการเผาจริง จึงเป็นที่มาของการเผาหลอกหรือเผาพิธีกับเผาจริง
นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่หยิบยกมาจากหนังสือ “ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย” ซึ่งเป็นอีกเล่มหนึ่งที่ไม่ใช่แค่เก็บสะสมแต่ยังเป็นเล่มที่บันทึกธรรมเนียมพระราชพิธีให้คนทั่วไปได้ศึกษา

นอกจากนี้ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่สำนักพิมพ์มติชน ตั้งใจพิมพ์ออกมาเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์พระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเช่น “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์” โดยเครือมติชน จารึกความทรงจำล้ำค่าแห่งห้วงเวลาประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มพิเศษรวบรวมทุกเรื่องราวของพระเมรุมาศองค์สำคัญที่สุดแห่งสถาปัตยกรรม
ยุครัตนโกสินทร์ “งานพระเมรุ : ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง” ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ บรรณาธิการ รวบรวมเรื่องธรรมเนียมการปลงศพในอดีตตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ สู่งานพระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับ “งานพระเมรุ” ในช่วงสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ขยายประเด็นไปถึงสังคมพหุวัฒนธรรมทุกพื้นที่ของอุษาคเนย์
และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนตุลาคม 2560 (ปกแจ็กเกตปั๊มทอง) ฉบับ น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมบทความเกี่ยวกับพระเมรุมาศในอดีต พิเศษปกแจ็กเกตปั๊มทองรูปลายเส้นพระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 หุ้มปก 2 แบบ สีน้ำเงินกับสีเทา