ปมสัมปทาน ดิ้วตี้ฟรี เช็กบิล “ศักดิ์สยาม” ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การเมืองหลังวันวาเลนไทน์ ดูเหมือนจะหวานซ่อนเปรี้ยว เผ็ดร้อน รับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลประยุทธ์” ที่ฝ่ายค้านปักหลักซักฟอก 4 วัน 4 คืน วันที่ 16 ก.พ.ยิงยาวถึงวันที่ 19 ก.พ.นี้
ล็อกเป้า”ศักดิ์สยาม”
ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 หลังมีการตั้ง”รัฐบาล”อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2562 และครั้งนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ล็อกเป้าเฉพาะ” กลุ่ม 3 ป. และพรรคพลังประชารัฐ” อีกต่อไป แต่ลากพรรคร่วมอย่าง “ประชาธิปัตย์” และ “ภูมิใจไทย” ลงสู่เวทีซักฟอกด้วย
โฟกัสที่ “พรรคภูมิใจไทย” ครั้งนี้โดนแพ็คคู่ทั้งหัวหน้า-เลขาธิการนั่นคือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุมการก่อสร้างประมูลทั่ประเทศทั้งงานเล็ก ๆ ยันระดับเมกกะโปรเจ็กต์
“ศักดิ์สยาม”ติด 1 ใน 10 ที่ฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปรายปม “บริหารราชการแผ่นดินโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิดำเนินงานในกิจการของรัฐ ไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ทุจริตต่อหน้าที่และปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ในหน่วยงานที่กำกับดูแล สมคบกันเพื่อปิดบังการทุจริต ไม่ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง”
ลั่นข้อมูลพร้อม-โต้มีการทุจริต
ด้าน”ศักดิ์สยาม”ระบุถึงการตกเป็นเป้าซักฟอกว่า หากเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ คิดว่าน่าจะอธิบายได้หมด เพราะในการทำงาน จะสั่งการและกำชับเสมอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการโดยยึดระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาล คือ โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีส่วนร่วม
“เหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้ปฏิบัติกันมาตลอด และเรื่องต่าง ๆ มีข้อมูลและเอกสารพร้อมชี้แจง แต่หากเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร”
ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า ไปปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในหน่วยงานที่กำกับดูแลนั้น ขอดูก่อนว่า ฝ่ายค้านจะพูดในประเด็นอะไรก่อน ยืนยันว่า ไม่มีการปล่อยปละละเลยอะไร ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี ข้อสั่งการทุกอย่างยึดตามระเบียบกฎหมาย และยังกำชับทุกหน่วยงานไม่ให้ทำอะไรโดยใช้ดุลพินิจ เพราะเมื่อมีปัญหาขึ้นมาคนรับผิดชอบเบื้องต้นก็คือผู้ปฏิบัติเอง
คาดถล่มปม “สายสีเขียว-ส้ม-ดิวตี้ฟรี”
แม้จะพกพาความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า แต่ “ศักดิ์สยาม” ก็ไม่ประมาท ล่าสุดสั่งหัวหน้าหน่วยและผู้บริหารทุกกรมกอง โดยเฉพาะปลัดคู่ใจ “ชยธรรม์ พรหมศร” ระดมสรรพกำลังจัดทำข้อมูลตอบโต้ฝ่ายค้าน
โดยคาดว่าจะมีการอภิปราย มีสัมปทานสัญญาสายสีเขียว ที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย จะขยายสัญญา 30 ปี ให้บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ((BTSC) ที่จ่อครม. แต่ “บิ๊กคมนาคม” งัด 4 ปมถกกลางประชุมครม. แถมแตะมือกรรมาธิการคมนาคม มี “โสภณ ซารัมย์” สังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานค้านการต่อสัญญา
ล่าสุด ส.ส.พรรคภูมิใจไทยออกมาขย่มซ้ำ”ค่าตั๋วใหม่”สูงสุด 104 บาท พลันที่ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” พอเมืองเสาชิงช้า ประกาศกลางดึกวันที่ 15 ม.ค. จะเก็บค่าโดยสารวันที่ 16 ก.พ.2564 ก่อนที่จะเลื่อนออกไปอย่างไม่กำหนด
อีกโครงการไฮไลต์การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) วงเงิน 128,218 ล้านบาท มี กลุ่ม BTS และ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ยื่นซอง

ถึงจะล้มประมูลก่อนศึกอภิปราย แต่ยังเป็นที่กังขาเกณฑ์ชี้ขาดผู้ชนะ ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปลี่ยนเกณฑ์กลางคันหลังปิดขายซองและเปลี่ยนประธานคณะกรรมการมาตรา 36
จากเดิมพิจารณาทีละซอง ผ่านคุณสมบัติ พิจาณาเทคนิค ตัดเชือกราคาและข้อเสนออื่นๆ เป็นผ่านคุณสมบัติเปิดเทคนิคและราคาพิจารณาให้คะแนนร่วมกัน30:70 ตัดเชือกกันที่ใครให้ผลประโยชน์กับรัฐดีที่สุด จนเป็นเหตุให้”BTSC”ยื่นฟ้องต่อศาล เพราะเป็นการใช้ดุลพินิจ อาจทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
ขณะที่ “ศักดิ์สยาม” ระบุ การที่รฟม.เปลี่ยนเกณฑ์ประมูลสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายกำหนด และได้ปฎิบัติตามระเบียบTOR เนื่องจากเป็นประโยชน์กับทางรฟม.และราชการ มีเอกสารยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่าสามารถปรับรายละเอียดดังกล่าวได้
“สายสีส้มไม่ใช่โครงการแรกที่มีการร้องร้องเรียน เรื่องนี้ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นเพราะยังไม่มีการยื่นประกวดราคา เรื่องเทคนิคสำคัญ เพราะสายสีส้มสร้างเป็นอุโมงค์ใต้ดินตลอดสาย ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านพื้นที่สำคัญ”
อีกปมที่คาดดว่าจะหยิบมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บิ๊กคมนาคม” เรื่องพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) สนามบินสุวรรณภูมิ ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ รวมถึงการออกมาตรการลดค่าเช่าผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์จากผลกระทบโควิด-19 เช่น ลดค่าผลตอบแทนสำหรับสัญญา ให้กับ 1,000 สัญญา
รวมถึงคิงเพาเวอร์รับสัมปทานดิ้วตี้ฟรี เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ มีปรับระยะเวลาเตรียมการตกแต่งพื้นที่จากเดิม 6 เดือน ออกไปอีก 1 ปี เป็น 1 ปี 6 เดือน ให้สอดคล้องกับการเปิดใช้งานอาคาร SAT-1
และอาจจะรวมถึงปม”เซ็นทรัลวิลเลจ”เอาท์เลตหรู ที่ไปปักหมุดติดถนน370 ใกล้รัศมีสนามบินสุรรณภูมิ ที่เกิดปมคุกรุ่นบานปลายเกิดข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน
นอกจากนี้อาจจะแตะเรื่องการก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ถึงจะเคลียร์ค่าเวนคืนจบ ยังติดวังวนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาท จากการปรับแบบก่อสร้าง
ถึงจะไม่ได้เริ่มต้นจากยุค”ศักดิ์สยาม”แต่โครงการมีความล่าช้าจากการสางปัญหาไม่จบทำให้การเซ็นสัญญาจ้าง 30 ปีกลุ่มBTSมาติดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางล่าช้าตามไปด้วย
ฝ่ายค้านอุบไต๋ประเด็นซักฟอก
ด้านแหล่งข่าวแกนนำของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผย”ประชาชาติธุรกิจ”ว่า สำหรับประเด็นที่จะอภิปรายนายศักดิ์สยามนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะหากบอกแล้ว จะกลายเป็นว่าเราไปบอกการบ้านให้ทางฝ่ายรัฐบาลเตรียมตัวได้
“ยืนยันว่าเรื่องที่จะอภิปรายจะเป็นเรื่องที่สังคมสนใจ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีส้ม เป็นต้น แต่ยังมีประเด็นใหญ่ๆที่เราขอเก็บไว้ก่อน โดยขอให้ติดตามในวันที่จะมีการอภิปรายจะดีกว่า โดยมีผู้ขออภิปรายนายศักดิ์สยามรวมๆประมาณ 12 คน แต่อาจจะต้องตัดออกบางส่วน เพราะเวลาไม่พอ”
ยังคงต้องจับตา นอกจากปมรถไฟฟ้าสารพัดสี ที่เผยแพร่ออกสู่สายตาสาธารณาแล้ว”ฝ่ายค้าน”จะมีไม้เด็ด เรียกเสียงโหวตในสภา ยกมือไม่ไว้วางใจ”รัฐมนตรีคมนาคม” ได้อย่างที่ลั่นวาจาได้หรือไม่
น่าติดตามยิ่งนัก ยิ่งรัฐมนตรีคมนาคม มาจาก 3 พรรค “ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ”จะมีข้อมูลรั่วไหลไปสู่มือฝ่ายค้านบ้างหรือไม่