ประยุทธ์ สวนพวกช่างติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังดีกว่าเพื่อนบ้าน
ประยุทธ์ สวนพวกช่างติ มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังดีกว่าเพื่อนบ้าน อย่าทำให้เกิดปัญหาการเมือง ประเทศเดินหน้าไม่ได้
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนรตีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีความกังวลถึงการจุดกระแสให้เจ้าหน้าที่ว่าได้ทำร้าย รวมถึงการเคลื่อนไหวที่หน้ารัฐสภา วันพรุ่งนี้ว่า ยืนยันว่าให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ในการทำตามกฏหมายกด้วยความละมุนละม่อม
ขณะเดียวกัน ได้เตือนไปยังผู้ก่อเหตุว่าตามพยานหลักฐาน ที่ออกตามกล้อง มีหลักฐานชัดเจน ขอให้เสนอข่าวทาง ว่ามีการปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งมีจิตใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากใช้ความรุนแรงตอบโต้กันไปมา มีแต่จะก่อให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
“มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ต้องไปพิสูจน์ทราบกันเองว่าใช่เจ้าที่จริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน อย่าบิดเบือนหรือฟังความข้างเดียว ทุกคนต้องเคารพกฏหมาย”
นัดชุมนุมใหญ่ 17-20 ก.พ.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวปลุกระดม ปลุกปั่น เพราะมันไม่ได้เกิดอะไรกับประเทศชาติในเวลานี้ ขณะนี้ประเทศชาติต้องพบกับปัญหามากมาย ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดไววัสโควิด-19 ทั้งเรื่องการแก้ปัญหา ดังนั้น ไม่ควรจะเพิ่มความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น กระบวนการทำงานเป็นเรื่องของรัฐสภา รัฐบาลที่ต้องชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ประชาชนฟังที่บ้านดีกว่า ขณะที่การประท้วงมีจุดมุ่งหมายใดเราทุกคนทราบอยู่แล้ว
เมินทักษิณ แนะให้ให้เคารพกฏหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีได้วิดิโอคอลว่า “ได้ดูนิดหน่อย” แต่ถือว่าสิ่งที่กล่าวมาอาจไม่ใช่ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ คิดว่าแค่เคารพกฏหมายให้มากที่สุด ที่มีเวลานี้ ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นกลไกลทางรัฐสภา ซึ่งมีกำหนดการ วิธีการ มีกฏหมายครบถ้วนทุกประมาณ ซึ่งรัฐบาลมีการสนับสนุนในห้มาการแก้ไข แต่ก็สุดแล้วรัฐสภา
ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ที่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตผิดกฏหมายได้หรือไม่ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เช่นกัน ขอร้องให้ทุกคนเคารพกฏหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และให้เข้าใจว่าการแก้ไขกฏหมายเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร
“จะแก้อะไรก็ตามในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องแก้ปัญหาให้มากที่สุด ในวันนี้ได้มีหลายมาตรการที่ได้ผ่อนคลาย การสนับสนุนต่าง ๆ วงเงินต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งต้องทยอยดำเนินการตามข้อมูลที่มีอยู่ ตามความเดือดร้อน ที่ต้องทำอย่ารัดกุมอาจมีความลำบากสักนิด สำหรับประชาชน แต่ขอให้คุ้นชินเรื่องแบบนี้ด้วย
“ในวันนี้เราต้องบริหารราชการเดินหน้าในใช้งบ ในเรื่องการจ่ายเงิน จ่ายทอง คือทางใหม่ของเรา ในเรื่องของแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เป็นการเดินหน้า และมีหลายประเทศก็ดำเนินการไปแล้ว เราจะไม่ปรับเปลี่ยนก็คงไม่ได้”
พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า “ถึงมือประชาชนแน่นอน แต่อาจะยากสักนิดแต่ก็พยายามกันหน่อย”
พร้อมสู้ศึกอภิปราย
นายกรัฐมนตรี ระบุถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงกังวลกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวพันกับสถาบันอย่างไร “ผมคงไม่ต้องตอบอะไร เรื่องความเกี่ยวกังวลเกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ในสภา ซึ่งควรหรือไม่ควร เป็นเรื่องของรัฐสภา ที่ต้องดำเนินการให้ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฏหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ”
เตือนม็อบเมียนมา ชุมนุมอย่างระมัดระวัง
เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่ากลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านรัฐประหารเมียนมาในไทยแฝงตัวร่วมชุมนุมในพื้นที่ปทุมวันและสนามหลวงช่วงที่ผ่านมา ได้กำชับให้หน่วยความมั่นคงดูแลเรื่องนี้อย่างไร เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมขอเตือนว่าให้ใช้ความระมัดระวังให้มากที่สุดในฐานะมิตรประเทศและอาเซียน ต้องระมัดระวังทุกมิติและทุกประเด็นพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากร้ายแรงว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด”
วัคซีนล็อตแรก มาแน่! ปลายเดือนนี้
ขณะที่ความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่า ได้รับการยืนยันแล้วว่าวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ล็อตแรก 2 แสนโดส จะเดินทางมาถึงปลายเดือน ก.พ. นี้ โดยใช้เวลาอีก 3 วันในการเตรียมการฉีด ซึ่งได้มีการกำหนดกลุ่มไว้
ทั้งนี้ แต่ละชนิดของวัคซีนได้มีการกำหนดมีข้อบัญญัติไว้ ชัดเจนว่าจะฉีด ในกลุ่มใด อายุเท่าใด เพื่อให้เกิดผลกระทบอื่น ๆ ด้วย โดยศบค.จากเป็นผู้ชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นล็อตที่สองที่จะเข้ามาจาก 800,000 โด๊ส และล็อตที่สาม 1,000,000 โด๊ส รวมถึงจะทยอยฉีดเป็นเข็มที่สองให้กับกลุ่มแรก และเข็มแรกของกลุ่มอื่นๆ ตามลำดับต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้องค์การอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนจาก บ.แอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ส่วนของ ซิโนแวค กำลังตามมา ขณะที่ “จอนห์สัน” ส่งเอกสารขออนุญาตนำเข้ามาแล้ว แต่เอกสารยังไม่ครบ ส่วน “ไฟเซอร์” ได้มีการพูดคุย แต่ยังไม่ได้ส่งเอกสารมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ไทยพร้อม และไม่ได้ปิดกัั้นใครทั้งสิ้น วัคซีนทั้งหมด คือ เคส Emergency Use หรือใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใครจะนำเข้า ต้องขอขึ้นทะเบียนของอย และต้องฉีดตามแผนวัคซีนไปตามของรัฐ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน”
ประยุทธ์ กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การโควิด-19 ว่า ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอาจจะมากหรือน้อย ซึ่งรัฐบาลก็ต้องช่วยเหลือดูแลตรงนี้ แต่งบประมาณก็มีจำกัด กติกากฎหมายต่าง ๆ ก็มีอย่างรัดกุม แต่พยายามหามาตรการที่ทำให้ทุกคนได้เข้าถึง และวันนี้ได้มีมาตรการที่เสนอมาในที่ประชุมครม.ด้วย ในการที่จะปรับวงเงินมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่าง ๆ เหล่านี้ ขอให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป
“เศรษฐกิจไทยดีกว่าเพื่อนบ้าน “
สถานการณ์เศรษฐกิจก็ต้องพิจารณาดูว่าระยะแรกที่มีการแพร่ระบาดเศรษฐกิจเป็นอย่างไร และการแพร่ระบาดระลอก 2 เป็นอย่างไร ถ้าดูขณะนี้ด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าผลกระทบในระลอกที่ 2 น้อยกว่าระลอกที่ 1 ถ้าเราคุมได้อีกพร้อมการส่งเสริมทั้งมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือมาตรการช่วยเหลือประชาชนอื่น ๆ เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น
“ที่หลายคนกล่าวอ้างว่าผมทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ก็ต้องดูด้วยว่าเศรษฐกิจระดับโลกและเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นอย่างไร ประเทศรอบบ้านเป็นอย่างไร หลาย ๆ อย่างเราดีขึ้นกว่าเขา อยู่ที่ความร่วมมือของพวกเรา ทั้งประชาชน ส่วนราชการ รวมถึงฝ่ายการเมืองด้วย จึงขออย่าเอาปัญหาเหล่านี้ มาทำให้เกิดปัญหาการเมือง มันจะทำให้การบริหารเดินไปไม่ได้ แล้วใครจะได้รับผลเสียก็ประชาชน ประเทศชาติเป็นที่รักของทุกคน และทุกคนอยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินนี้จะทำอย่างไรให้แผ่นดินนี้มันสงบ ทุกคนต้องช่วยกัน”
สั่งคลังเคลียร์ ลงทะเบียนเราชนะ
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึง การลงทะเบียน “เราชนะ” ที่ธนาคารกรุงไทย ว่า ไม่ต้องมากันวันแรกได้ไหม มาวันอื่น ทยอยกันมาก็ได้ เนื่องจากมันก็ต้องมีการใช้เวลา เนื่องจากต้องพิจารณาเอกสาร มีช่วงเวลากำหนดไว้แล้ว รวมถึงได้การสั่งกระทรวงคลังไปดูแล้ว หากเวลาไม่เพียงพอ สั้งให้ขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มได้ เน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วย