Skip to content

ถุงมือ อคส.ฉาวไม่จบ เปิดตัวละครใหม่ ‘คุณเอี่ยว’ ?

18 ก.พ. 2564 | 11:51น.
ถุงมือ อคส.ฉาวไม่จบ เปิดตัวละครใหม่ ‘คุณเอี่ยว’ ?

ผลสอบคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ที่ นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษทางวินัยต่อ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) และเจ้าหน้าที่ อคส.ระดับนักบริหาร 8 อีก 2 ราย

กรณีการจัดซื้อถุงมือยางไนไตรล์ 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท จากบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ผู้ผลิตถุงมือยางการแพทย์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย “อาจล่าช้าไปกว่า 15 วัน” จากกำหนดเดิม หรืออาจจะรู้หลังผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. 2564

สถานะของ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์” ขณะนี้จึงยังเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” เพราะยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ขณะที่สถานะของ “สัญญาซื้อขายถุงมือยาง”ก็ยังเคว้ง ยังไม่ได้มีการยกเลิก

พ.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการ อคส.ยังไม่ได้เชิญไปให้ถ้อยคำ และหากมีการเชิญมาก็พร้อมที่จะไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริง โดยยังคงยืนยันว่าไม่ได้มีการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง

“ขณะนี้ไม่มีคำสั่งทางปกครอง ที่สั่งย้ายเป็นเรื่องโครงการจำนำข้าวไม่เกี่ยวกับถุงมือยาง และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอะไรที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง เพราะในส่วนของดีเอสไอ และ ปปง.ไม่รับคำร้อง เหลือเพียงในส่วนของ ป.ป.ช.เท่านั้น”

สำหรับการดำเนินการจัดซื้อถุงมือยางเป็น 1 ใน 4 นโยบายแก้ปัญหาการขาดทุนของ อคส. ที่รับนโยบายมาจาก “ผู้บริหารระดับสูงในบอร์ด อคส.” ซึ่งอีก 3 เรื่องก็คือ 1) การทำคลังจัดเก็บน้ำมันปาล์มดิบเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล

โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจหาสถานที่ก่อสร้างแท็งก์บรรจุน้ำมันปาล์ม โดยได้ลงไปดูที่ จ.สมุทรสาครแต่ไม่เหมาะสม และล่าสุดไปดูที่ จ.ปทุมธานี บริเวณใกล้โรงงานผลิตไบโอดีเซลของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง เมื่อก่อสร้างเสร็จ อคส.จะรับซื้อน้ำมันปาล์มมาจากโรงสกัดเพื่อไปจำหน่ายให้กับผู้ผลิตไบโอดีเซล

2) การค้าทุเรียนส่งออก โดย อคส.เป็นคนกลางรับซื้อจากสวนส่งมอบให้กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการซื้อขายไปแล้ว 1 ลอต มูลค่า 20 ล้านบาท จากแผนการดำเนินงานที่วางไว้ 3 ลอต มูลค่า 75 ล้านบาท และ 3) การค้าไข่เค็ม ซึ่ง อคส.จะรับซื้อไข่เค็มที่ผลิตจากผู้พิการนำมาติดแบรนด์และจำหนายภายในประเทศ โครงการนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

“ดำเนินการตามนโยบายไป 3 เรื่อง เว้นเรื่องค้าไข่เค็มที่ไม่ได้ดำเนินการ และแจ้งให้บอร์ดทราบแล้ว หากมีการสอบสวนข้อเท็จจริงก็พร้อมให้ข้อมูล ที่ผ่านมาจัดเก็บหลักฐานเป็นเอกสารไว้เป็นส่วนใหญ่ อย่างกรณีการซื้อขายถุงมือยาง ตอนที่ผมเป็นรักษาการ ผอ. ไม่ได้รู้จักกับ 7 บริษัทนี้โดยตรงเป็นการส่วนตัว

แต่มีคนที่รู้จักผู้บริหารระดับสูงเป็นคนติดต่อประสานมา ได้ยินชื่อว่าคุณเอี่ยว ถ้าเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช.มีการแจ้งข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนก็สามารถสอบได้อยู่แล้ว คนซื้อและคนขายใครรู้จักใคร ใครเรียกผมไปพบวันไหน กี่โมง ใครเข้าบ้าง สั่งการเรื่องอะไรบ้าง”

เป็นที่น่าสังเกตว่า “คู่สัญญา” ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสัญญาซื้อขายที่ลากยาวกว่า 6 เดือน กลับไม่ได้ดำเนินการใด ๆ “อคส.”ในฐานะ ผู้ซื้อมีหน้าที่ต้องจ่ายเงิน หรือไม่ก็บอกเลิกสัญญา แต่ก็ไม่ดำเนินการ ขณะที่บริษัทคู่สัญญาสามารถดำเนินการผ่านเจ้าพนักงานวางทรัพย์ กดดันให้ อคส.ปฏิบัติตามสัญญาแต่ก็ไม่ได้ทำเช่นกัน

สัญญาการซื้อขายถุงมือยางที่ล่าช้ามานานกว่า 6 เดือน จะกระทบกับ อคส. ซึ่งหลังจากสิ้นสุดการอภิปรายจะทำหนังสือชี้แจงไทม์ไลน์การดำเนินงานต่อประธานบอร์ด อคส. พร้อมทั้งทำ“แนวทางบรรเทาผลกระทบต่อ อคส.” จากสัญญาซื้อขาย 3 แนวทาง คือ 1) หากพบว่าการทำสัญญานั้นเป็นโมฆะ ทาง อคส.ต้องยกเลิกสัญญา

และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว 2) อคส.ทำการรับซื้อถุงมือยางจำนวน 10 ล้านกล่อง เพื่อบรรเทาความเสียหายตามมูลค่าที่ได้มีการวางมัดจำ 2,300 ล้านบาท (กล่องละ 230 บาท) หลังจากนั้นจึงดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 3) อคส.และบริษัทคู่สัญญาดำเนินการรับมอบถุงมือยางให้ครบตามสัญญาที่ทำไว้ ซึ่งนั่นหมายถึง “ไม่มีการทุจริต”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถุงมือยาง