เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
Biz Movement เฟย-พลอย ‘รอร์วฟัง’ ถ้าอยากเล่า ก็เข้ามานั่ง
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ดูทั้งหมด

บทวิเคราะห์ : ECB ขยายระยะเวลาและลดขนาดวงเงิน QE สนับสนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

27 ต.ค. 2560 | 15:08น.

ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) ประกาศมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน(Quantitative Easing: QE) ตามที่ตลาดคาดในการประชุมวันที่ 26 ตุลาคม 2017 เพื่อสนับสนุนให้ระบบการเงินมีสภาพคล่องต่อเนื่องและผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้เข้าสู่เป้าหมายที่ 2% มาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย

1. ขยายระยะเวลาการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม 9 เดือน โดยจากเดิมที่มาตรการจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2017 เป็นสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2018 ทั้งนี้ อาจมีการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมได้หากอัตราเงินเฟ้อและการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่ ECB คาด
2. ลดขนาดวงเงินที่จะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล โดยจะยังคงวงเงินปริมาณการอัดฉีดต่อเดือนที่ 6 หมื่นล้านยูโร จนถึงเดือนธันวาคม 2017 และลดการอัดฉีดปริมาณเงินต่อเดือนลงเหลือ 3 หมื่นล้านยูโร ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2018 จนถึงเดือนกันยายน 2018

การตอบสนองของตลาดการเงินไม่ผันผวนนัก เนื่องจาก ECB แสดงมุมมองที่ระมัดระวังต่อแผนการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ภายหลังนาย มาริโอ ดรากี ประธาน ECB ประกาศดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว 10 ปี ในประเทศเศรษฐกิจหลักของยูโรโซน ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ปรับลดลงโดยเฉลี่ยเพียง 5 bps ลงมาอยู่ที่ 0.45% 0.85% 1.97% และ 1.57% ตามลำดับ ขณะที่ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 0.4% อยู่ที่ระดับ 1.1777 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร จากระดับ 1.181 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร ก่อนการประกาศมาตรการฯ ทั้งนี้ ตลาดการเงินตอบสนองในทิศทางดังกล่าวและไม่ผันผวนนัก เนื่องจากนักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ไว้ว่า ECB จะปรับลดวงเงิน QE สู่ระดับ 4 หมื่นล้านยูโร เป็นระยะเวลาเพียง 6 เดือน และจะทำให้ ECB สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี 2018 อย่างไรก็ดี การปรับลดวงเงินสู่ระดับ 3 หมื่นล้านยูโร เป็นระยะเวลา 9 เดือน สะท้อนว่า ECB มีมุมมองที่ระมัดระวังต่อแผนการถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเป็นอย่างมาก (Dovish stance) และอาจทำให้การเริ่มมาตรการตึงตัวทางการเงินเป็นไปได้ช้า
อีไอซีมองว่า ECB จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงหลังของปี 2019 โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ ECB สิ้นสุดมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสิ้นสุดภายในครึ่งแรกของปี 2019 ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและทั่วถึงมากขึ้นจะสนับสนุนให้ ECB สามารถยุติการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและเริ่มมาตรการตึงตัวทางการเงินได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 แต่ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ ECB อาจไม่สามารถเร่งออกมาตรการตึงตัวทางการเงินได้ตามที่คาด ประกอบด้วย (1) อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.5% ในเดือนกันยายน (2) ความเสี่ยงต่อการแยกตัวเป็นเอกราชของคาตาโลเนียออกจากสเปน (Catalexit) (3) การเลือกตั้งทั่วไปของอิตาลีที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม ปี 2018 ซึ่งอาจก่อให้เกิดกระแส anti-establishment ได้หากพรรคที่ต่อต้าน EU ได้รับชัยชนะ (4) การเจรจา Brexit ที่ต้องได้ข้อสรุปภายในเดือนมีนาคม 2019 โดยหากไม่ได้ข้อสรุป UK จำเป็นต้องออกจาก EU ด้วยความสัมพันธ์ภายใต้เงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีอภิสิทธิ์ใดเลยและนับเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด

ค่าเงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในปี 2018 ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากในระดับปัจจุบันที่ 1.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร สู่ระดับ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูโร ในช่วงสิ้นปี 2018 เนื่องจากปัจจัยด้านส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และยูโรโซนที่กว้างมากขึ้น ตามแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่เร็วกว่ายูโรโซน โดยอีไอซีคาดว่า Fed จะมีการปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม 2017 และอีก 3 ครั้งในปี 2018 นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านการเมืองในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น Catalexit การเลือกตั้งในอิตาลี และการเจรจา Brexit ก็นับว่าเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เงินทุนไหลออกจากยูโรโซนได้เช่นกัน

ค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในปี 2018 ตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของ Fed และ ECB อีไอซีมองว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ราว 33.5-34.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปี 2018 อ่อนค่าลงจากในปัจจุบันที่ 33.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดการเงินทั่วโลกที่น้อยลง จากทั้งการลดวงเงินสำหรับการอัดฉีดสภาพคล่องของ ECB และการปรับลดงบดุลของ Fed ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ของสหรัฐฯและยูโรโซนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไทย เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ตลอดปี 2017 และ 2018

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกลางยุโรป (ECB)