คอลัมน์ สตาร์ตอัพ “ปัญหา” ทำ “เงิน”
โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ
เวลาดูหนังฝรั่ง เรามักทึ่งกับการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการสืบเสาะหาตัวคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูจะแวดล้อมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ สารพัดชนิด บางครั้งแค่คลิกหน้าจอไม่กี่ครั้งก็สามารถเรียกดูข้อมูลและประวัติทุกสิ่งอันของผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว
แต่ในความเป็นจริงนั้น แค่จะพิมพ์รายงานการจับกุมสักคดีหนึ่ง คุณตำรวจต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ แล้วค่ะ เพราะระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้กันอยู่นั้นผลิตมาตั้งแต่ยุค 90s และแทบไม่มีการสังคายนากันอีกเลยนับตั้งแต่มีการติดตั้งมา
สตาร์ตอัพที่เราจะพูดถึงในวันนี้ คือ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่จะช่วยอัพเกรดระบบคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อที่เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจะได้มีเวลาออกไปจับผู้ร้ายมากขึ้นแทนที่จะมานั่งหลังขดหลังแข็งพิมพ์รายงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง
สตาร์ตอัพแห่งนี้มีชื่อว่า Mark43 ก่อตั้งในปี 2012 โดยหนุ่มน้อยหน้าใสวัยนามว่า “สก๊อตต์ เคราช์” กับเพื่อนอีก 2 คน สมัยที่พวกเขายังเป็นนักศึกษาชั้นปี 3 คณะวิศวะคอมพิวเตอร์ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ตอนนั้น “สก๊อตต์” กับเพื่อนได้รับโจทย์ให้หาวิธีนำระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจท้องที่ในรัฐแมสซาชูเซตส์
จากการติดสอยห้อยตามเจ้าหน้าที่ตำรวจออกลาดตระเวนพื้นที่เป็นเวลาหลายร้อยชั่วโมง ทำให้สก๊อตต์รู้ว่า ระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้กันอยู่นั้นทั้งเชื่องช้าและขาดความคล่องตัวในการทำงาน เช่น เจ้าหน้าที่ต้องถ่อร่างเข้ามาเขียนรายงานถึงสำนักงานและกว่าจะพิมพ์เสร็จก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง แถมเวลาจะแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานก็เสียเวลาเพราะไม่มีการเชื่อมต่อฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
เขาและเพื่อน ๆ จึงสร้างเว็บแอปพลิเคชั่นที่มีระบบความปลอดภัยสูงขึ้นมา โดยมีซอฟต์แวร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถกรอกข้อมูลรายงานการจับกุมและการสืบสวนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีการแนบประวัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยหรือคนร้ายมาให้เสร็จสรรพ
เจ้าหน้าที่สามารถพิมพ์รายงานหรือเรียกดูข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแท็บเลตหรือแล็ปทอป โดยการพิมพ์รายงานแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 30-45 นาทีก็เสร็จ
นอกจากนี้ยังมีการนำระบบคลาวด์มาใช้เพื่อช่วยในการเก็บและแชร์ข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวขึ้น แถมมีระบบอัลกอริทึ่มเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ประวัติอาชญากรรมของผู้ร้ายหรือผู้ต้องสงสัย ประวัติการใช้งานโทรศัพท์และความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งตำแหน่งแห่งล่าสุดของผู้ร้ายด้วย โดยระบบจะดึงข้อมูลเหล่านี้
จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประมวลผลได้ในเวลาไม่กี่วินาทีเพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัพเดตที่สุดตลอดเวลา
ระหว่างที่สก๊อตต์และทีมกำลังพัฒนาไอเดียให้เป็นรูปเป็นร่าง ลูกค้ารายแรกก็ติดต่อมาแบบไม่ทันตั้งตัว คือ สำนักงานตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของกรมตำรวจทีเดียว
แน่นอนว่า เมื่อโอกาสมาถึงมือแล้ว สก๊อตต์และสหายจึงตัดสินใจตั้งบริษัทขึ้นมา โดยหนุ่ม ๆ ตั้งชื่อบริษัทว่า Mark43 ที่มาจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Iron Man 3 ที่พระเอกตั้งชื่อชุดหุ่นยนต์ที่ตนประดิษฐ์ขึ้นว่า Mark42 นั่นเอง
“สก๊อตต์” บอกว่า ระบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นช่วยให้ตำรวจในวอชิงต้น ดี.ซี. ประหยัดเวลาในการกรอกแบบฟอร์มและพิมพ์รายงานต่าง ๆ 50-80% หรือ คิดเป็น 238,000 ชั่วโมงต่อปี
เวลาที่ประหยัดได้นี้ ทำให้ตำรวจมีเวลาไปจัดการกับปัญหาอาชญากรรมได้มากขึ้น เหมือนจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นสัก 100 คน เพราะเจ้าหน้าที่สมัยนี้ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่คุ้นชินกับการสื่อสารออนไลน์อยู่แล้ว ทำให้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้บริษัทขยายฐานลูกค้าไปยังสำนักงานตำรวจในอีกหลายรัฐ เช่น นิวเจอร์ซีย์ และลอสแองเจลิส มีพนักงาน 75 คน ระดมทุนได้ทั้งสิ้น 41 ล้านเหรียญ และตั้งเป้าจะทำรายได้ปีนี้ให้ได้ 15 ล้านเหรียญ
นอกจากสำนักงานตำรวจกว่า 18,000 แห่งทั่วประเทศที่เป็นเป้าหมายหลักแล้ว ยังเล็งจะขยายไปสู่หน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่น ศาล กรมราชทัณฑ์
ปัจจุบัน มีอาชญากรที่ยังลอยนวลอยู่ในอเมริกากว่า 180,000 คน ซึ่งสก๊อตต์และเพื่อนหวังว่าการนำเทคโนโลยี ใหม่ ๆ มาใช้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมคนร้ายเหล่านี้ได้รวดเร็วและไฮเทคขึ้น ให้สมกับเป็นตำรวจยุคมิลเลนเนียมกับเขาสักที