บาทอ่อนค่า หลังกระทรวงพาณิชย์เผยดุลการค้าไทยหดตัว
เงินบาทอ่อนค่า หลังกระทรวงพาณิชย์เผยดุลการค้าไทยหดตัว ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 30.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารต่างประเทศ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/2) ที่ระดับ 30.02/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (24/2) ที่ระดับ 30.04/06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐผันผวนในกรอบจำกัด โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รัปัจจัยหนุนจากความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ระดับร้อยละ 1.427 เมื่อคืนที่ผ่านมา (24/2) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญกับปัจจัยกดดันจากถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ วันที่สอง (24/2) ประเด็นอัตราเงินเฟ้อว่าเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี สำหรับอัตราเงินเฟ้อที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงระดับเป้าหมายที่ร้อยละ 2 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป
นอกจากนี้นายพาวเวลยังระบุว่า เฟดจำเป็นที่จะต้องเห็นความคืบหน้าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน มากกว่าที่จะอิงจากคาดการณ์ความคืบหน้า
ขณะเดียวกัน นายพาวเวลได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 6 ในปี 2564 ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 หลังมีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนในวงกว้าง
นอกจากนี้ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ภายในสัปดาห์นี้ และวุฒิสภาจะให้การอนุมัติภายในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะหมดอายุลง
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยนั้นกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงาน ยอดขายบ้านใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 สู่ระดับ 923,000 ยูนิต ในเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 855,000 ยูนิต นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเพิ่มยอดขายบ้านใหม่ในเดือนธันวาคมเป็น 885,000 ยูนิต จากเดิมรายงานที่ระดับ 842,000 ยูนิต
ด้านปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทยเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคมออกมาที่หดตัวร้อยละ 2.80 ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถิติของเดือนธันวาคมที่หดตัวร้อยละ 4.40
นอกจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ยังเปิดเผยดุลการค้าไทย เดือนมกราคมออกมาที่เกินดุล 1,900 ล้านบาท ซึ่งเกินดุลน้อยกว่าสถิติของเดือนธันวาคมที่เกินดุล 2,800 ล้านบาท โดยการส่งออกหดตัวร้อยละ 0.3 และการนำเข้าหดตัวร้อยละ 6.5 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2563
ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.02-30.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/2) ที่ระดับ 1.2158/62 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (24/2) ที่ระดับ 1.2169/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากแข็งค่าอย่างรวดเร็วในช่วงต้นสัปดาห์ แม้สถาบันจีเอฟเคของประเทศเยอรมันเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมออกมาที่-12.9 ซึ่งสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ -14.3
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2107-1.2175 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2234/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/2) ที่ระดับ 106.09/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (24/2) ที่ระดับ 105.74/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
โดยปัจจัยหนุนยังคงเป็นเรื่องวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายสู่หลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และอัตราการฉีดวัคซีนในหลายประเทศยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายประเทศเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ สหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 15.82-106.17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.04/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหภาพยุโรป เดือนกุมภาพันธ์ (25/2), คำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ เดือนมกราคม (25/2), ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศสหรัฐไตรมาส 4/2563 (25/2), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (25/2), ยอดขายบ้านที่รอการขายสหรัฐเดือนมกราคม (25/2),
ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์ (26/2), ยอดค้าปลีกญี่ปุ่น เดือนมกราคม (26/2), ดัชนีผลิตผลภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เดือนมกราคม (26/2), ดัชนีผลิตผลภาคอุตสาหกรรมไทย เดือนมกราคม (26/2), ดัชนีราคาบ้านสหราชอาณาจักรโดยสถาบันเนชันไวด์ (Nationwide) (26/2),
ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคลสหรัฐ เดือนมกราคม (26/2), ดุลการค้าสหรัฐเดือนมกราคม (6/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในเขตชิคาโกสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ (26/2), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ (26/2)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.1/+0.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ +3.60/+4.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ