บาทอ่อนค่า หลังกระทรวงพาณิชย์เผยดุลการค้าไทยหดตัว
เงินบาทอ่อนค่า หลังกระทรวงพาณิชย์เผยดุลการค้าไทยหดตัว ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/3) ที่ระดับ 30.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (17/3) ที่ระดับ 30.77/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลหลักหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับร้อยละ 0.00-0.25
ในขณะเดียวกัน เฟดระบุว่าจะยังคงนโยบายเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน โดยเฟดจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟดระบุว่า เฟดจะยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน จนกว่าจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายของเฟดในการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และการมีเสถียรภาพด้านราคา
ทั้งนี้ เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2564 สู่ระดับร้อยละ 6.5 และปี 2565 สู่ระดับร้อยละ 3.3
อย่างไรก็ตาม เฟดปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐปี 2566 สู่ระดับร้อยละ 2.2 และเฟดคงประมาณการอัตราการขยายตัวในระยะยาวที่ระดับร้อยละ 1.8 ด้านประมาณการอัตราดอกเบี้ยนั้น เฟดคงตัวเลขประมาณการอัตราดอกเบี้ยในปี 2564-66 อยู่ที่ระดับร้อยละ 0.13 ทั้ง 3 ปี และคงตัวเลขประมาณการอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวที่ระดับร้อยละ 2.5
ในขณะเดียวกัน เฟดได้ปรับตัวเลขประมาณการอัตราเงินเฟ้อในปี 2564, 2565 และ 2566 เพิ่มขึ้นสู่ระดับร้อยละ 2.4, 2.0 และ 2.1 ตามลำดับ และคงตัวเลขประมาณการอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.0
นอกจากนี้ ด้านตลาดแรงงาน เฟดได้ปรับตัวเลขประมาณการอัตราว่างงานในปี 2564, 2565 และ 2566 ลดลงสู่ระดับร้อยละ 4.5%, 3.9% และ 3.5% ตามลำดับ และปรับลดตัวเลขประมาณการอัตราว่างงานในระยะยาวสู่ระดับร้อยละ 4.0
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านปรับตัวลดลงร้อยละ 10.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 1.421 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 และต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.560 ล้านยูนิต โดยได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศที่หนาวเย็นในสหรัฐ และราคาไม้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม้เป็นวัสดุสำคัญในการสร้างบ้าน
ขณะที่ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวปรับตัวลดลงร้อยละ 8.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 1.040 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 ด้านการอนุญาตก่อสร้างบ้านปรับตัวลดลงร้อยละ 10.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 1.682 ล้นยูนิต
ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวปรับตัวลดลงร้อยละ 10.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 1.143 ล้านยูนิต ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัวปรับตัวลดลงร้อยละ 12.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 539,000 ยูนิต
ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.66-30.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.79/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/3) ที่ระดับ 1.1980/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แช็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (17/3) ที่ระดับ 1.1913/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหภาพยุโรปเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 และดัชนีผู้บริโภคทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ในเดือนกุมภาพันธ์
ซึ่งสอดคล้องกับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปหลังจากวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วในกลุ่มประเทศสมาชิก ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1933-1.1988 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1942/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/3) ที่ระดับ 109.03/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (17/3) ที่ระดับ 109.02/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนเปิดตลาดใกล้เคียงระดับปิดตลาดวานนี้ (17/3)
อย่างไรก็ตามค่าเงินเยนแกว่งตัวในแนวแข็งค่า โดยในช่วงกลางคืนนั้นแข็งค่าแตะระดับ 108.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลารสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.62-109.29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐและปิดตลาดที่ระดับ 109.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้วัดค่าแรงรายชั่วโมงของแรงงานในสหภาพยุโรปไตรมาส 4/2563 (18/3), ดุลการค้าสหภาพยุโรปเดือนมกราคม (18/3), อัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยธนาคารกลางสหราชอาณาจักร (18/3), ดัชนีภาคการผลิตโดยธนาคารกลางรัฐฟิลาเฟลเฟีย สหรัฐ เดือนมีนาคม (18/3),
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (18/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์ (19/3), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหราชอาณาจักร โดยสถาบันจีเอฟเคเดือนมีนาคม (19/3), ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมนี เดือนกุมภาพันธ์ (18/3), อัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (19/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.3/+0.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.50/+3.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ