“วิษณุ เครืองาม – พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ประสานเสียง สัญญาณบวก-รื้อคดี ค่าโง่โฮปเวลล์
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดคดีค่าโง่โฮปเวลล์ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ถือว่าเป็นคุณ เป็นสัญญาณบวก ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะเป็นเจ้าของเรื่อง อย่างไรก็ดีหากต้องการความคิด ความเห็นเรื่องใด สามารถเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาระดมความเห็นได้
“รัฐบาลไม่มีอะไรที่ต้องทำ คนที่จะทำคือคนอื่น ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล”
เมื่อถามว่าสรุปได้เลยหรือไม่ว่าไม่ต้องเสียค่าโง่ 2.5 หมื่นล้านบาทแล้ว นายวิษณุกล่าวว่า “บอกได้เลย ว่า บอกไม่ได้เลย ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร”
เมื่อถามว่าจะจบในรัฐบาลนี้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะอยู่ที่ดูคู่กรณี (บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด) ด้วย
เมื่อถามว่าถือเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ดี ๆ ร้าย ๆ ไปเรื่อย แต่อย่างน้อยขณะนี้ถือว่าดี
ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 1 ในคณะทำงานฝ่ายกฎหมายที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง กล่าวถึงแนวทางการรื้อคดีว่า หลักการแล้ว เป็นข้อเท็จจริงใหม่ และข้อกฎหมายใหม่ แต่เราจะไปพูดแทนตุลาการศาลปกครองไม่ได้ เพราะเป็นดุลพินิจ
“ตามหลักที่เรียนมาเป็นเรื่องใหม่ เพราะที่ผ่ามาบอกว่าไม่ใช่สักที ให้ไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 5 ไปลองเปิดดู”
เมื่อถามว่า ผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือว่าทำให้รัฐได้เปรียบและมีโอกาสมากในการชนะคดีใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า “ชนะหรือแพ้ไม่รู้ แต่บังคับไม่ได้ก็แล้วกัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 5 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้