เงินบาทขยับอ่อนค่า 31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ชี้ เฟดไม่ต่อ SLR ดันบอนด์ยีลด์
แบงก์ประเมินเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า 30.60-31.10 บาทต่อดอลลาร์ จับตาบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งต่อกดดันเงินสกุลอื่น-เงินบาทอ่อนค่า ด้าน “กรุงไทย” ชี้ เฟดไม่ต่อมาตรการ SLR ที่จะครบกำหนด 31 มี.ค.นี้ กระทบตลาดพันธบัตร-เงินเฟ้อ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (22-26 มี.ค.64) เคลื่อนไหวอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 30.60-31.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็นเรื่องผลตอบพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ยังคงมีความผันผวนอยู่ และสร้างแรงกดดันต่อค่าเงิน
นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศไม่ต่ออายุมาตรการ SLR หรือ Supplementary Leverage Ratio ซึ่งยกเว้นการนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินฝากที่สถาบันการเงินฝากไว้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ ในหารคำนวณความเพียงพอของเงินส่วนทุนสถาบันการเงิน ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 31 มีนาคมนี้ โดยการประกาศยกเว้นหรือไม่ต่ออายุมาตรการดังกล่าว จะส่งผลต่อเงินเฟ้อและบอร์ดยีลด์ปรับขึ้นได้
“เฟดไม่ต่อมาตรการ SLR จะทำให้ตลาดพันธบัตรปั่นป่วนได้ และหากบอนด์ยีลด์มีการปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.10% จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่า และทำให้สกุลเงินอื่นมีแนวโน้มอ่อนค่า รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่าอาจเห็นไปไกลถึง 31.25 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน”
สำหรับเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในวันที่ 15-19 มีนาคม 2564 พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังมีแรงเทขายต่อเนื่อง โดยในส่วนของตลาดหุ้นขายสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท และตลสดพันธบัตรซื้อสุทธิ 3,000 ล้านบาท
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (22-26 มี.ค.64) มองกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.60-31.00 บาทต่อดอลลาร์โดยแนวโน้มเงินบาทยังอ่อนต่อได้ หากผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ระยะยาว 10 ปีของสหรัฐฯ ยังปรับขึ้นต่อ ซึ่งให้น้ำหนักไปที่ตลาดบอนด์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยชี้นำหลักค่าเงินในช่วงนี้
ขณะที่ในฝั่งของตลาดไทยนั้น คาดการณ์ผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) ไว้ที่ระดับ 0.50% ในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ขณะเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวนั้นยังไม่ทั่วถึง ทางการเน้นสนับสนุนการกระจายสภาพคล่องให้ตรงจุด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจะมีตัวเลขส่งออก-นำเข้า เดือนกุมภาพันธ์ของกระทรวงพาณิชย์ และในต่างประเทศจะมีตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ไตรมาส 4 ปี 2563 ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการประกาศครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ นักลงทุนเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและการปิดเมืองรอบใหม่ในยุโรป