เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แพทย์ศิริราช เผยปฏิกริยาเครียดจากการรับวัคซีน เกิดขึ้นได้

24 เม.ย. 2564 | 18:14น.

แพทย์ศิริราช อธิบาย ปฏิกริยาเครียดจากการรับวัคซีน ย้ำประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวกฉีดครบ 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันขึ้นจริง ยกตัวอย่างผลศึกษาแพทย์บราซิล 12,000 คน ป้องกันอาการหนักได้เกือบ 84%

ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงประเด็นวัคซีนโควิดว่า ในช่วง 2-3 วันมานี้ก็จะมีข่าวออกมาตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับคนปกติที่ไม่ติดเชื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวก เช่น ข่าวที่ระยอง ลำปาง ว่าเกิดอาการชา แขนขาอ่อนแรง บางรายได้รับการรักษาโดยใช้ยาละลายลิ่มเลือด

แต่ทุกรายเมื่อได้ทำการตรวจโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กสมองก็ไม่พบความผิดปกติ ไม่ได้มีเส้นเลือดแตก ตีบ ไม่ได้มีภาวะของสมองตาย หรือว่าเลือดออกในสมองแต่อย่างใด ทุกรายที่มีปฏิกริยาเกิดขึ้น ก็กลับมาเป็นปกติภายหลังจากการดูแล 1-3 วันและไม่เกิดผลแทรกซ้อนอีก

ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต
ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต

กรณีดังกล่าวเลยทำให้เกิดความกังวลใจกับประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการรับวัคซีน ผมจึงอยากอธิบายความให้ทุกคนเข้าใจว่าการฉีดวัคซีนโควิด ปลอดภัยหรือเปล่า

เพื่อให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น เราต้องทำความเข้าใจถึงตัววัคซีนก่อนว่า วัคซีนที่เราใช้มีหลักการอย่างไร ซึ่งขณะนี้วัคซีนโควิดที่ได้ยินกันมาก มี 3 กลุ่ม คือ วัคซีนชนิดเชื้อตาย อย่างซิโนแวก วัคซีนชนิด Viral vector อย่างแอสตราเซนเนก้า และวัคซีนชนิด RNA อย่างไฟเซอร์ โมเดอร์นา และสปุตนิก

สำหรับภาวะแทรกซ้อนจากการรับวัคซีนนั้น ต้องพิจารณาประโยชน์กับความเสี่ยงทุกครั้ง แน่นอนว่าความเสี่ยงย่อมมี ทั้งนี้สามารถแบ่งออกเป็นอาการไม่พึงประสงค์ และอาการแพ้วัคซีน ซึ่งอาการแพ้วัคซีนจะคล้ายคนแพ้อาหาร ส่วนอาการไม่พึงประสงค์อาจเกิดจากตัววัคซีน หรือส่วนประกอบของวัคซีน หรือเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายผู้รับวัคซีน ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ก็เหมือนกับภูมิต้านทานในร่างกาย คนที่ติดไวรัสไม่ว่าจะเป็นไวรัสอะไรก็ตาม โดยเฉพาะไวรัสโควิด มีโอกาสหายขาดจากโรคได้เองเพราะเรามีการสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา แต่แน่นอนคนแต่ละคนมีความสามารถในการสร้างภูมิต้านทานไม่เท่ากัน บางคนร่างกายแข็งแรงสร้างภูมิต้านทานได้ดี และเร็ว ก็สามารถกำจัดไวรัสได้

“เพราะฉะนั้น ก็เลยมีข่าวว่าบางคนกินน้ำร้อนเยอะ ๆ เดี๋ยวหายได้ ผมต้องบอกว่าการกินน้ำร้อนก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่หายได้น่าจะเพราะร่างกายของเขาสร้างภูมิต้านทานขึ้นมากำจัดไวรัสเอง ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำร้อน เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนกินน้ำร้อนแล้วจะหายจากการติดไวรัสโควิด หรือแม้แต่การแชร์ว่ากินน้ำมะนาวโซดาบ้าง สมุนไพรบางชนิดบ้าง จริง ๆ ที่หาย เพราะร่างกายกำจัดไวรัสได้เอง”

ทีนี้ก็จะเกิดปัญหากับคนที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้ไม่ดี เช่น คนมีโรคประจำตัว อายุมาก ในเด็กเล็ก ๆ ก็มีภูมิต้านทานไม่ดี จึงทำให้เกิดปฏิกริยาที่ไวรัสเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่ในคนที่สร้างภูมิต้านทานดีมากเกินไป ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นมามาก ๆ บางอันเกิดผลเสียกับร่างกายเขาเองซึ่งอันนี้พบในอายุน้อย มีประวัติร่างกายแข็งแรงดี แต่เกิดไซโตไคน์ สตอร์ม (Cytocine Storm) หรือ พายุจากการที่ร่างกายพยายามจะสร้างกระบวนการทำลายไวรัสขึ้นมาในขณะเดียวกันมันกลับไปทำลายตัวเอง

เพราะฉะนั้นคนอายุน้อยก็ใช่ว่าจะปลอดจากอาการรุนแรงของการติดเชื้อโควิด ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายของคนทั่วโลกไม่รู้จักไวรัสตัวนี้มาก่อน จึงเป็นเรื่องยากที่หมอจะพยากรณ์ว่าใครติดแล้วไม่มีอาการ หรือใครติดแล้วอาการรุนแรงเกิดไซโตไคน์สตอร์ม

ดังนั้นพอมาดูที่ อาการไม่พึงประสงค์ แบ่งออกเป็นเฉพาะที่ และเป็นระบบ บางคนมีไข้ต่ำๆ มีอาการอ่อนเพลีย ง่วง ถือเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ แต่ปฏิกิริยาที่ทำให้หลายคนกังวลใจ เป็น “ปฏิกิริยาเครียดตอบสนองต่อการฉีดวัคซีน” หรือที่เรียกว่า Immunization Stress Related Response หรือ ISRR ซึ่งเกิดขึ้นได้

เพราะบางคนเมื่อมีความเครียดในการฉีดวัคซีน ก็จะกระตุ้นระบบภายในร่างกาย ระบบสำคัญจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนทั้งหลาย กระตุ้นระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดมีการหดตัว เหมือนกรณีบางคนพูดในที่สาธารณะเป็นลมก็มี ก็อาการเดียวกัน

ปัจจุบันจึงมีข้อแนะนำเมื่อพบผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการทางระบบประสาทหลังรับวัคซีน เช่น ชา อ่อนแรง ตามัว ต้องทำอย่างไร ซึ่งต้องมีแพทย์มาประเมินและให้คำแนะนำว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นมาจาก ISRR หรือเกิดจากปัญหาอย่างอื่น เช่น มีลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือมีเลือดออก เพราะเกร็ดเลือดต่ำ ซึ่งมีน้อยมากกรณีแบบนี้ในต่างประเทศ และในไทยก็ยังไม่มี จึงเป็นเหตุผลที่ว่าหลังฉีดวัคซีนต้องสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที

สำหรับข้อมูลในต่างประเทศกับการฉีดวัคซีนซิโนแวกก็พบว่า ข้อมูลประเทศบราซิล ปฏิกิริยาที่เป็นผลแทรกซ้อนเปรียบเทียบระหว่างวัคซีนซิโนแวกที่เป็นยาจริงและยาหลอกโดยใช้น้ำเกลือ ปรากฏว่า ปฏิกิริยาไม่แตกต่างกัน อย่างบางคนฉีดยาหลอกก็มีอาการอ่อนแรงได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาร่างกายที่เกิดขึ้นได้ แล้วก็มีการศึกษาในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าประมาณ 12,000 คน

พบว่าวัคซีนนี้มามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อและมีอาการได้ 50.7% แม้จะเป็นจำนวนน้อยแต่ว่าเปรียบไม่ได้เพราะเป็นการทดลองกับบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงที่สำคัญพบว่าคนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการระดับที่ต้องให้ออกซิเจนสามารถป้องกันได้เกือบ 84% แล้วไม่พบว่าใครต้องเข้าไอซียูเลย

สรุปคือ วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกัน แม้จะติดเชื้อแล้วภูมิต้านทานก็พอเพียงทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ไม่ให้ลุกลามจนเกิดอาการรุนแรงจนถึงต้องเข้าไอซียู

ทั้งนี้ แพทย์ศิริราช กล่าวต่อว่า ข้อมูลของคนไทยจากการศึกษาของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ อาจารย์เชี่ยวชาญของจุฬาฯ มีการศึกษาภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีนซิโนแวก 2 เข็มครบ พบว่าระดับภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงสร้างความมั่นใจ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องป้องกันไวรัสที่อยู่ภายนอก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องใส่หน้ากากอนามัย เพราะตอนนี้มีสายพันธุ์อังกฤษสามารถแพร่กระจายได้เร็วเพิ่มขึ้น แล้วก็ล้างมือให้บ่อย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนไวรัสโควิด-19