เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ห้างกระอักทราฟฟิกวูบ 70% ธุรกิจรีวิวแผน-ลดค่าใช้จ่าย

02 พ.ค. 2564 | 08:45น.
ห้างสรรพสินค้า

ธุรกิจเขย่าแผนรับโควิด-19 ระลอก 3 กลุ่มเซ็นทรัลเน้นรักษาสภาพคล่อง บริหารสต๊อกเข้ม เร่งเครื่องแพลตฟอร์มออมนิแชนเนลลดเป้ารายได้โต 10% เหลือ 8% โอสถสภางัดกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุน Fit Fast Firm ลดเสี่ยงไอบีเอ็มปรับทิศเป็นผู้ให้คำปรึกษา-บริการ อสังหาฯ “ศุภาลัย-แสนสิริ-แอสเซทไวส์” ขอ Wait & See กลุ่ม “บ้านปู เพาเวอร์” บ่ยั่นเดินหน้าลงทุนตามแผน

โควิด-19 ระลอก 3 ที่แพร่ระบาดรุนแรง ยอดผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาก ทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาตรการคุมเข้ม ตามระดับความเสี่ยงและความรุนแรงของโควิด-19 แต่ละพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจในภาพรวมและกำลังซื้อผู้บริโภค ภาคธุรกิจ การค้า ภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบจึงต้องปรับตัว รีวิวแผนธุรกิจและการลงทุนรองรับความไม่แน่นอน

นายสุทธิชัย จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้บริหารศูนย์การค้ารายใหญ่ เปิดเผยว่า โควิดระลอก 3 ส่งผลกระทบรุนแรง ทำให้ทราฟฟิกลดลง 70% สัดส่วนลูกค้าเหลือ 30-40% ซึ่งซีพีเอ็นได้วางแผนและปรับตัวรองรับด้วยการขยายช่องทางการบริการที่หลากหลาย โดยเฉพาะในส่วนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพิ่มทางเลือกลูกค้า รวมถึงการจับมือกับร้านค้าแบรนด์ดัง จัดแคมเปญการตลาดปลุกยอด แต่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นปลายปีนี้ หลังวัคซีนกระจายทั่วถึง ขณะเดียวกันจะเดินหน้าลงทุนโครงการมิกซ์ยูสใหม่ ๆ สร้างรายได้ หลังปีที่ผ่านมารายได้ลดลง 17% จากการระบาดของโควิด และเว้นค่าเช่าให้แก่ผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับแผนงานระยะยาวเน้นบริหารจัดการต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ ลดต้นทุน รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมมองหาโอกาสทางการเติบโตใหม่ ๆ ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมศึกษาโอกาสการลงทุนในเวียดนามและอาเซียนเพิ่ม หวังต่อเสริมแกร่งธุรกิจในต่างประเทศหลังโควิดคลี่คลายตามแผนระยะยาว

ลดต้นทุน-รักษาสภาพคล่อง

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ กล่าวในเรื่องนี้ว่า บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจเพื่อรับมือการระบาดระลอก 3 ที่หนักกว่าครั้งก่อน ๆ เน้นรักษาสภาพคล่องและระมัดระวังการสต๊อกสินค้า โดยคัดเลือกและสำรองสินค้าที่มีความต้องการสูงในแต่ละช่องทาง พร้อมเร่งเครื่องแพลตฟอร์มออมนิแชนเนลที่มีอยู่ ทั้งแชทแอนด์ช้อป คอลแอนด์ช้อป คลิกแอนด์คอลเล็ก เว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น ฯลฯ เพื่อรองรับดีมานด์ของผู้บริโภคและสร้างรายได้ โดยใช้สาขาออฟไลน์เป็นศูนย์กลางในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ยังปรับลดเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2564 จาก 10% เหลือ 8% อย่างไรก็ตามบริษัทยังเดินหน้าลงทุนมูลค่า 1.6-1.8 หมื่นล้านบาทตามแผนที่วางไว้ สำหรับการขยายและรีโนเวตสาขาของแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ ทั้งในไทย เวียดนาม และอิตาลี และอัพเกรดระบบหลังบ้าน-ไอทีเพื่อขยายศักยภาพของออมนิแชนเนล

“อีกแนวทางหนึ่งคือยกระดับด้านความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอก อาทิ การรักษาความสะอาด การคัดกรองผู้ใช้บริการ-พนักงาน นำมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมมาใช้มากขึ้น เป็นต้น พร้อมจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

ใช้วิกฤตเป็นโอกาสทางการตลาด

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โอสถสภา ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค-เครื่องดื่มรายใหญ่ ระบุว่า โอสถสภาจะสานต่อโครงการบริหารจัดการต้นทุน Fit Fast Firm ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โครงการ Fit Fast Firm หลัก ๆ มุ่งไปที่การควบคุมต้นทุนในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แผนงานอะไรที่เลื่อนได้ก็ชะลอไปก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มขีดความสามารถในการทำให้มีแคชโฟลว์ในการดำเนินธุรกิจ และวางแผนเป็นซีนาริโอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหา ตั้งเป้าลดต้นทุนค่าใช้จ่าย 2.5 พันล้านบาท ระหว่างปี 2562-2566 หรือ 500-800 ล้านบาทต่อปี

Advertisement

ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์สร้างกำไรมากกว่ายอดขาย ปรับวิธีการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ส่วนการลงทุนจากนี้จะระมัดระวังมากขึ้น ใช้วิกฤตเป็นโอกาสทำตลาดต่อเนื่องผ่านทีมขายที่กระจายสินค้า การพัฒนาและคิดค้นผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ โดยแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์จะมีกลยุทธ์การทำตลาดแตกต่างกัน

ไอบีเอ็มเขย่าวิธีทำงานใหม่

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีก่อนจนถึงรอบล่าสุดทำให้บริษัทต้องปรับวิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรมาต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอน เริ่มจากการปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจมายังการเป็นผู้ให้คำปรึกษาและบริการต่าง ๆ ให้กับลูกค้ามากกว่าขายฮาร์ดแวร์แบบเดิม รวมถึงปรับระบบการทำงานใหม่ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ส่งผลให้กว่า 80% ของพนักงานที่มีอยู่ 1,000 คน ทำงานที่บ้านมาแล้ว 14-15 เดือน และยังต้องดำเนินการต่อไป ที่ผ่านมาสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทยังสามารถสร้างการเติบโตในทางธุรกิจได้

“เราปรับตัวต่อเนื่องและคงไม่มีวันสิ้นสุดเพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา ทีมไอบีเอ็มจึงต้องเตรียมพร้อม ปรับตัวตลอดเวลาเช่นกัน หน้าที่ของเราคือนำเทคโนโลยีไปช่วยบริษัท องค์กรต่าง ๆ ให้สามารถก้าวผ่านมรสุมนี้ให้เร็วที่สุด เราเชื่อว่าเทคโนโลยีช่วยทำให้องค์กรต่าง ๆ เติบโตได้ต่อเนื่อง”

อสังหาฯขอ Wait & See

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ไตรมาส 2/64 เพิ่งผ่านมาได้ 1 เดือน ดังนั้น ณ ตอนนี้แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ยังเหมือนเดิม เป้าหมายต่าง ๆ ยังไม่เปลี่ยน ถ้าจะเปลี่ยนจริง ๆ ต้องรอมอนิเตอร์ภาพรวมตลาดก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะศุภาลัยไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมที่จะเปิดในไตรมาสนี้ด้วย จึงไม่มีแรงกดดันมาก ขณะที่สินค้าแนวราบยังไปได้ แม้ระยะสั้นลูกค้าอาจจะวิสิตไซต์ได้น้อยลง แต่เข้าใจได้ เพราะฉะนั้นจะยังไม่ได้ปรับตอนนี้ ส่วนคอนโดฯ บริษัทจะเปิดตัวช่วงครึ่งปีหลัง

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ กล่าวว่า บริษัทกลับไปใช้โหมดปี 2563 รับโควิด-19 ระลอก 3 การทำงานปรับวิธีการ approach ลูกค้า จึงไม่มีข้อกังวลอะไร สำหรับแผนลงทุนยังเดินหน้าไปตามเดิมที่ประกาศไว้ต้นปี โดยไตรมาส 2/64 จะเปิดตัวคอนโดฯ Atmoz บางนา ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างสำนักงานขาย

“ช่วงนี้ลูกค้าอาจจะกังวลการ walk มาสำนักงานขาย เพราะฉะนั้นจะมีทีมเซลส์ออนไลน์คอยให้ข้อมูลผ่านออนไลน์แทน ถ้าลูกค้าอยากเจอก็ค่อยมาเจอเป็นการลดความเสี่ยง สำนักงานขายก็มีมาตรการการรักษาความสะอาด พื้นที่กว้างขวาง ไม่ได้หนาแน่น ถือว่าเป็นการ distancing ไปในตัว”

ขณะที่นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ มองว่าเมื่อมีโควิดแล้ว 3 รอบ ในอนาคตโควิดรอบที่ 4 อาจตามมาอีก บริษัทจึงต้องปรับตัวพร้อมรับมือสถานการณ์โควิดอย่างเข้มแข็ง

“ถามว่าโควิดรอบ 3 มีผลต่อแผนการเปิดตัวไตรมาส 2/2564 หรือไม่ ตอบว่าไม่มี ที่ผ่านมาเราเตรียมตัวอยู่แล้ว เชื่อว่าเวฟ 2 เวฟ 3 อนาคตเวฟ 4 ยังไงก็ต้องมี ก็ต้องปรับตัว แต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงแผนลงทุน” นายอุทัยกล่าว

“บ้านปู เพาเวอร์” ยังลงทุน

นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ หรือ BPP กล่าวในทำนองเดียวกันว่า บริษัทประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาเเละมีแผนรองรับเช่นกัน ปีนี้ยังเดินหน้าลงทุนตามแผนเดิมที่วางไว้ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการลงทุนต่างประเทศ แต่รูปแบบการทำงานอาจมีผลบ้างกรณีปรับรูปแบบทำงาน new normal ต้องใช้เวลาในการเจรจา จะบอกว่าไม่กระทบเลยคงไม่ได้ ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องของสาธารณสุข แต่เชื่อมั่นว่าไทยน่าจะบริหารจัดการได้ สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายช่วงกลางปี

แผนธุรกิจปี 2564 บริษัทยังมุ่งเน้นสร้างการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ส่วนคือ “โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน” (renewable energy) และ “โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไป” (thermal power) มุ่งสู่เป้าหมายแผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) มีกำลังผลิตรวม 5,300 เมกะวัตต์ (MW) จากปัจจุบัน 2,856 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 800 เมกะวัตต์ กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน 4,500 เมกะวัตต์ จากปี 2563 กำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 347 เมกะวัตต์ พลังงานความร้อน 2,403 เมกะวัตต์

ส่งออกเสื้อผ้ากีฬาโตสวนโควิด

นายวสันต์ วิตนากร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปีที่ผ่านมาความต้องการชุดกีฬาชะลอตัวลง บริษัทจึงปรับแผนไปผลิตหน้ากากอนามัยผ้าและชุด PPE แต่ปีนี้สถานการณ์โควิดในต่างประเทศผ่อนคลาย กิจกรรมด้านกีฬาเริ่มกลับมา ความต้องการสินค้ามีมากขึ้น คาดว่ายอดขายจะขยายตัว 13-15% มูลค่า 230 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านการลงทุนบริษัทมีแผนขยายการลงทุนตั้งโรงงานใหม่ที่เวียดนาม เพื่ออาศัยสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากที่เวียดนามมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศแถบยุโรป

ขณะที่โรงงานในกัมพูชา สปป.ลาวมีการเพิ่มกำลังคนรองรับคำสั่งซื้อที่มีเพิ่มเข้ามามาก โดยเฉพาะกัมพูชาจะเพิ่มกำลังคนให้ได้ 2,000 คน โดยรวมทั้ง 4 โรงงานรวมทั้งโรงงานในประเทศไทยกำลังการผลิตยังเพิ่มขึ้น และนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งนี้การค้าออนไลน์ที่เติบโตขึ้นจะผลักดันให้ยอดส่งออกสินค้าเป็นไปในทิศทางที่ดีตามเป้าที่วางไว้ โดยตลาดส่งออกสำคัญของบริษัท เช่น ยุโรป สหรัฐ จีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ห้างสรรพสินค้า โควิด-19