เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
Politics สุชาติ เผย ‘เนวิน’ แนะให้สามัคคี-ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง
The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
World The Times ชี้ UK ตามรอย EU เก็บภาษีอีวีจีน
อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
Politics อนุทิน รับหนังสือ ‘พีมูฟ’ ประชิดทำเนียบ ยันไม่ตัดสิทธิสุขภาพ-ที่ดินทำกิน
สทนช.เตือน 5-7 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำหลาก-ล้นตลิ่งหลายพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลเสี่ยงด้วย
Economic สทนช.เตือน 5-7 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำหลาก-ล้นตลิ่งหลายพื้นที่ กทม.-ปริมณฑลเสี่ยงด้วย
ยางไทยเร่งเกม ‘AI-นวัตกรรม’ สกัดโรคใบร่วง-เพิ่มมูลค่าปลายน้ำ
Economic ยางไทยเร่งเกม ‘AI-นวัตกรรม’ สกัดโรคใบร่วง-เพิ่มมูลค่าปลายน้ำ
ไทยวางเกมยางพารารอบใหม่ ผนึกมาเลย์คุมซัพพลายเชน-ดันมาตรฐาน รับกฎการค้าโลก
Economic ไทยวางเกมยางพารารอบใหม่ ผนึกมาเลย์คุมซัพพลายเชน-ดันมาตรฐาน รับกฎการค้าโลก
จันทบุรี เดินหน้าฟื้นฟู-เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย4 อำเภอ 19 ตำบล
เศรษฐกิจภูมิภาค จันทบุรี เดินหน้าฟื้นฟู-เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย4 อำเภอ 19 ตำบล
เกษตรฯ สั่งคุมเข้มฟาร์มจระเข้ช่วงน้ำท่วม กรมประมงเปิด War Room เฝ้าระวัง
Economic เกษตรฯ สั่งคุมเข้มฟาร์มจระเข้ช่วงน้ำท่วม กรมประมงเปิด War Room เฝ้าระวัง
ระบายน้ำเก่า รับฝนใหม่ ชลประทานตรึงเจ้าพระยา-เฝ้าระวังใต้
Economic ระบายน้ำเก่า รับฝนใหม่ ชลประทานตรึงเจ้าพระยา-เฝ้าระวังใต้
ดูทั้งหมด

งบฯลงทุนไบเดน ‘บิ๊กเบิ้ม’ คุ้มค่า หรือ สิ้นเปลือง ?

04 มิ.ย. 2564 | 08:46น.

ด้วยแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2022 ของสหรัฐซึ่ง “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงการณ์มีมูลค่าสูงถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า งบประมาณดังกล่าว ประกอบไปด้วย แผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับ “อเมริกัน จอบส์ แพลน” มูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับ “อเมริกัน แฟมิลีส์ แพลน” มูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านมนุษย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหน่วยงานรัฐบาลอีก 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยไบเดนได้เพิ่มงบประมาณดังกล่าวหลายด้าน อย่างเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษามากถึง 41% งบประมาณด้านสาธารณสุข 23% และเพิ่มงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อม 22% ขณะเดียวกัน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิถูกตัดลดงบประมาณลง 10% และกระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นเพียง 2%

“ถึงเวลาแล้วที่จะต่อยอดจากพื้นฐานที่วางไว้ และลงทุนไปกับประเทศ โดยสามารถอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ได้ว่า การลงทุนมูลค่ามหาศาลจะยกระดับพื้นฐานและเพดานทางเศรษฐกิจ” ไบเดนกล่าว

ทั้งนี้ ทางพรรคเดโมแครตฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล เห็นด้วยกับการต้องลงทุนไซซ์ “บิ๊กเบิ้ม” โดยเฉพาะช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิด-19 “จอห์น ยาร์มุทห์” ประธานคณะกรรมการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลก่อนหน้าออกมาตรการ “รัดเข็มขัด” มากเกินไป ลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัวชาวอเมริกัน และเศรษฐกิจประเทศ โดยงบประมาณนี้จะแก้ปัญหา “เรื้อรัง” ดังกล่าวได้ นั่นก็คือการลงทุนกับหลาย ๆ ด้านของประเทศที่แท้จริงแล้วมีศักยภาพ แต่ได้รับการพัฒนาน้อยเกินไป รวมถึงจะเข้าช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19

ขณะที่ “เบอร์นี แซนเดอร์ส” ประธานคณะกรรมการงบประมาณวุฒิสภา กล่าวว่า งบประมาณนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐ และจะช่วยสร้างหลายล้านอาชีพที่มาพร้อมกับค่าตอบแทนที่ดี รวมถึงลดความยากจนลงในประเทศได้

ทั้งนี้ ถึงแม้งบประมาณนี้จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มถึง 117% ต่อจีดีพีประเทศ ในปี 2031 แต่ “เซซิเลีย รูส” ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจไบเดน กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีธุรกิจ จาก 21% เป็น 28% และนโยบาย “เมด อิน อเมริกา” ซึ่งจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทที่ไปตั้งฐานการผลิตนอกประเทศ และส่งสินค้ากลับมาขาย รวมถึงการเพิ่มอัตรา “ภาษีคนรวย” อื่น ๆ จะช่วยทดแทนงบประมาณที่ขาดดุลได้และยังระบุว่า ช่วงนี้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะก่อหนี้เพิ่มได้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยกับงบประมาณนี้อย่างมาก “มิตช์ แมคคอนเนลล์” ผู้นำเสียงข้างน้อยวุฒิสภา กล่าวคัดค้านว่า งบประมาณดังกล่าวสิ้นเปลือง ซึ่งส่วนใหญ่นำไปใช้สำหรับโครงการที่รัฐบาลพรรคเดโมแครตสนับสนุนเท่านั้น ซึ่งล้วนแต่เป็นโครงการ “สังคมนิยม” ยิ่งทำให้ธุรกิจต่างอยากที่จะแข่งขันกันน้อยลง รวมถึงยังก่อหนี้ของประเทศ ยิ่งทำให้ขาดดุลยิ่งกว่าเดิม

“แลร์รี่ ซัมเมอร์ส” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ กล่าวเตือนว่า งบประมาณรายจ่ายสูงเป็นประวัติศาสตร์ อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการที่จะทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

องค์กรวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ “ไบพาร์ทิซัน โพลิซี เซ็นเตอร์” กล่าวว่า ถึงแม้แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าสูง จะสำคัญต่อการแก้วิกฤตของประเทศในภาวะฉุกเฉิน แต่หากยังคงจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี “บิ๊กเบิ้ม” ขนาดนี้ต่อไป จะเป็นภัยต่อชาวอเมริกันรุ่นหลานในอนาคต เพราะก่อหนี้ให้กับประเทศไว้มหาศาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งบลงทุน โจ ไบเดน